Moon Run 2019 - Running in SuanPueng
Race Report,  Running

วิ่งใต้แสงจันทร์กับ Moon Run 2019

ฮั้วชอบมาซ้อมที่สวนผึ้งค่ะ เพราะเส้นทางปั่นและวิ่งนั้นค่อนข้างท้าทาย มีเนิน มีธรรมชาติสวยงาม อีกทั้งที่พักและอาหารให้เลือกมากมายเลยค่ะ ฮั้วมาวิ่งและมาปั่นที่นี่หลายรอบแล้ว ติดใจในความเป็นธรรมชาติและอีกทั้งยังอยู่ใกล้กรุงเทพมากๆ ด้วย

งาน Moon Run ในปีนี้เลื่อนออกจากช่วงการจัดงานเดิม (ที่เป็นช่วงกุมภาพันธ์ในปีที่แล้ว) มาเป็นช่วงมีนาคม ซึ่งสิ่งแรกที่แอบห่วงคือ “อากาศ” ว่าจะร้อนอบอ้าวหรือเปล่า เอาเข้าจริง ก็ร้อนค่ะ แต่ร้อนแค่ช่วงกลางวัน แดดจัดเผาจนตัวแทบไหม้ แต่พอตอนเย็น อากาศกลับไม่ร้อน ออกจะเย็นสบายซะด้วยซ้ำ

Morning at Suan Pueng
บรรยากาศยามเช้าที่สวนผึ้ง

มาวิ่งครั้งนี้ ฮั้วมาก่อนคืนวันแข่งหนึ่งคืนค่ะ เลยวางแผนกับน้องมินเมย์ น้องเพชร และเขียดไว้ว่าจะไปตักบาตรริมน้ำกันที่ตลาดเช้าที่เพิ่งเปิดใหม่ใกล้ๆ กับรีสอรท์ที่เราพัก (Nagaya Resort) และด้วยความเป็นนักวิ่ง เราก็ต้องวิ่งไปสิคะ ส่วนตัวฮั้วเองก็ถือว่าเป็นการซ้อมไปในตัว (จากที่พักวิ่งไปตลาดเป็นระยะทาง 4 km / ไปกลับ 8 km)

ตลาดเช้าโอ๊ะป่อย

ตลาดริมลำธารที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดป่าท่ามะขาม เป็นความร่วมมือร่วมใจของผู้ประกอบการ ชุมชน วัด โรงเรียน และภาครัฐท้องถิ่น ที่รวมตัวกันจัดสถานที่ท่องเที่ยวที่นำเสนอวัฒนธรรมของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยในบริเวณนั้น

Morning Market at Suan Pueng
ตลาดโอ๊ะป่อย

ตลาดนี้จะเปิดเฉพาะเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ และไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือ การตักบาตรพระสงฆ์ที่ล่องแพไม้ไผ่มาตามลำน้ำ ขอแนะนำให้แวะไปสัมผัสบรรยากาศค่ะ ถ้าขับรถไปก็จอดรถที่วัดได้เลยค่ะ

ส่วนแก๊งค์เราพอใส่บาตรเสร็จ จิบกาแฟชิล ๆ ซักพัก ก็วิ่งกลับที่พักค่ะ .. ชิลนานมากไม่ดี เดี๋ยวจะวิ่งกลับไม่ไหว และอีกอย่าง ควรรีบกลับมาพักผ่อน เพราะตอนเย็นต้องวิ่งฮาล์ฟมาราธอนกับงาน Moon Run กันต่อค่ะ

ระยะฮาล์ฟที่ไม่ได้วิ่งมานาน

ช่วงบ่ายถึงเย็นจะเป็นการรับบิบ ซึ่งก็รับอุปกรณ์ที่ Scenery Resort ที่เป็นจุดสตาร์ทเลยค่ะ ฮั้วเกือบจะนอนหลับเพลินเลยค่ะ ตื่นมาแล้วมึนๆ นิดหน่อย น่าจะเพราะเพลียแดดแรงๆ ที่ร้อนมากจริงๆ

ช่วงหลังๆ ฮั้วแทบไม่ได้ซ้อมวิ่งหรือไตรเลยค่ะ (ออฟซีซั่นยาว) พอกลับมาซ้อมก็ดันมาล้มอีก หลังจากพักรักษาตัวไปเดือนกว่า ก็เพิ่งจะเริ่มกลับมาซ้อมวิ่งแค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และซ้อมวิ่งมาไกลสุดแค่ 10 km .. การวิ่งฮาล์ฟรอบนี้ รู้สึกตื่นเต้นมากกกกกกก เหมือนเป็นการวิ่งครั้งแรกในชีวิตยังไงยังงั้นเลยค่ะ

Moon Run - Event
บรรยากาศภายในงาน

ก่อนจะมาก็แอบคิด .. เปลี่ยนเป็น 10 km ดีไหม ฮาล์ฟไม่น่าจะไหวนะ อ่อนซ้อมซะขนาดนี้ .. อีกใจก็คิด .. เฮ้ย ค่อยๆ วิ่งไป ไม่ไหวก็เดิน น่าจะรอดสิ อย่างมาก ค่อยๆ ไปก็น่าจะซัก 2 ชั่วโมง 10 นาที หรือไม่ก็ 15 นาที จะไหวไหมเนี่ย

น้องเพชรที่จะมาซ้อมวิ่งฮาล์ฟที่นี่ บอกว่าถ้าพี่จะวิ่งประมาณนี้ ผมขอตามไปด้วย .. เอ้า พี่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะไหวไหม แต่มีความรับผิดชอบเกิดขึ้นแล้ว เราต้องวิ่งได้!!

ระหว่างลังเลว่าจะวิ่งยังไงให้รอดดี … เสียงสัญญาณปู๊นนนนนก็ดังขึ้น..​ ไม่ต้องคิดอะไรละ วิ่งเลย วิ่งให้สุดกำลัง วิ่งให้สมกับความคิดถึง วิ่งให้เต็มที่!!

ออกจากจุดสตาร์ทก็เริ่มด้วยการขึ้นเนินเลยค่ะ ส่วนตัวฮั้วชอบขึ้นเนินนะ รู้สึกท้าทายดี ช่วงนี้เลยแซงคนข้างหน้ามาเรื่อยๆ ​เวลาขึ้นเนินมักจะให้กำลังใจตัวเองค่ะว่า “มีขึ้น ก็มีลง ทนอีกนิด เดี๋ยวก็ลงแล้ว”

แข่งวันนี้ ฮั้วลืมพก headlamp ติดมาด้วยค่ะ แต่ช่วงแรกๆ ที่วิ่งจะมีไฟข้างตัวเต็มไปหมดจากนักวิ่งด้วยกันนี่แหละค่ะ อีกอย่างคือ ถ้าช่วงไม่มีไฟถนน ฮั้วก็จะวิ่งใกล้ๆ คนที่มีไฟค่ะ ตามหลังเค้าไป ถ้าเค้าวิ่งได้ เราก็ไปได้ ประมาณว่าตามหลังผู้ใหญ่ หมาไม่กัด แบบนั้นค่ะ

Moon Run Atmosphere
นักวิ่งมารอปล่อยตัว

เราไม่ต้องสนใจเพซในระหว่างวิ่งค่ะ คุมการวิ่งแบบตามความรู้สึกจริงๆ เผลอแป๊บเดียวก็พ้นช่วงโหด 5 km แรก แล้วเริ่มเข้าสู่ช่วงหมู่บ้าน ที่เปรียบแล้วก็เนินเบาๆ ไม่หนักมากเหมือนช่วงแรก

ช่วงที่ผ่านหน้าหมู่บ้านต่างๆ จะมีชาวบ้านมายืนเชียร์ มีเด็กๆ มาขอจับมือ ให้กำลังใจนักวิ่งกันอย่างมากมายเลยค่ะ ส่วนโต๊ะน้ำก็มีเยอะจริงๆ คือเรียกว่ามีน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจทุก 2 km เลยค่ะ

ชี้ชะตากันที่ครึ่งหลัง

วิ่งช่วง 10 km แรกผ่านไป ฮั้วดูเวลาแล้วต่ำกว่า 1 ชั่วโมง และช่วงนี้แซงคนมาเยอะพอสมควรเลย .. อืม วิ่งดีกว่าที่คิดแฮะ แต่อย่าเพิ่งประมาทค่ะ ของจริงมันอยู่ที่ครึ่งหลัง วิ่งดีไม่ดียังไงครึ่งหลังต่างหากที่เป็นตัวชี้วัด

Moon Run - Run
วิ่งตามๆ กันมา

ในแต่ละทางเลี้ยวจะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกทาง แต่ฮั้วก็อยากให้ผู้จัดตั้งป้ายบอกทางไว้ตรงจุดนั้นด้วย และพอผ่าน 10 km ก็จะเริ่มเข้าถนนเมนของสวนผึ้ง ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ปิดถนน 100% เราต้องวิ่งชิดซ้ายข้างทางไป และบางจุดที่ผ่านร้านอาหารก็จะมีรถจอดข้างทาง ซึ่งทำให้ต้องระวังรถที่กำลังจะหักเลี้ยวออกมา ..​ ฮั้วว่าถ้ามี headlamp อาจจะรู้สึกปลอดภัยกว่านี้ก็ได้

ประมาณกิโลเมตรที่ 12 ฮั้วก็กินเจลไปหนึ่งซอง .. คิดในใจ ทำไมวันนี้วิ่งดี เพราะอากาศดี? เพราะรองเท้าดี? แต่ไม่ใช่เพราะซ้อมมาดีแน่ๆ และถึงแม้ว่ารู้สึกวิ่งดี ฮั้วก็ยังไม่กล้าอัดมากกว่านี้ เพราะสิ่งที่โหดที่สุดรอคอยอยู่ที่ 5 km สุดท้าย

ฮั้วกับน้องเพชรวิ่งคู่กันมาเรื่อยๆ เราตกลงกันว่าเราจะไม่คุยกันระหว่างวิ่ง ไม่รู้หรอกนะว่าน้องอยากคุยไหม แต่พี่ไม่คุยเวลาวิ่ง 5555 (แค่หายใจก็เหนื่อยละ อย่าให้พี่ต้องคุยเลย) ปกติฮั้วไม่ค่อยวิ่งกับใคร เพราะเป็นพวกไม่คุยเวลาวิ่งนี่แหละค่ะ กลัวจะไปทำให้คนอื่นอึดอัด

Moon Run - Photo
งานวิ่งกลางคืน แต่รูปสวยก็มีนะ

แปลกใจที่แม้เราจะวิ่งด้วยกันครั้งแรก แต่จังหวะเราเข้ากันได้ดี ฮั้วได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาเรื่อยๆ เราสองคนสลับจังหวะกันกินน้ำโดยไม่ได้นัดหมายกันด้วยซ้ำ เช่น ฮั้วแวะที่ซุ้มนี้ น้องก็จะวิ่งนำไป ซึ่งทำให้ฮั้วต้องวิ่งตามเค้าให้ทัน พอเค้าหยุดกินน้ำ ฮั้วก็จะไม่หยุด ณ โต๊ะนั้น จะวิ่งนำไป ซักพักน้องก็วิ่งตามมา

ฮั้วหันไปบอกน้องเค้าว่า “5 km สุดท้ายนี่แหละของจริง” เพราะช่วงนี้คือเนินขึ้นหนัก ๆ ประมาณ 4 เนิน .. และวันนี้ พี่จะไม่เดินขึ้นเนิน!!! เป็นการท้าทายตัวเองอย่างมากเลยค่ะ ใจอยากจะเดินขึ้น แต่ตั้งใจไว้แล้ว เราต้องทำให้ได้ แม้จะไม่เร็ว แม้ว่าโคตรจะเมื่อย แม้ว่าโคตรจะหอบ ในที่สุดฮั้วก็พิชิตทุกเนินแบบไม่เดิน!!! (บางช่วงอาจมีกรีดร้องดังๆ)

ช่วงป้ายกิโลเมตรที่ 18 เป็นช่วงที่มืดมาก ไม่มีไฟ คนก็วิ่งน้อย แต่เห็นดวงไฟเล็ก ๆ ข้างหน้า ฮั้วต้องเร่งเท้าค่ะ ตามไฟให้ทัน ทางมืดจนไม่เห็นพื้น แอบกลัวจะล้ม ตอนวิ่งต้องพยายามยกเท้าสูงๆ เข้าไว้ จะได้ไม่สะดุดอะไรที่พื้น .. พี่คนนั้นได้ยินเสียงฮั้ววิ่งเร่งขึ้นมา เค้าก็เตรียมจะหลบซ้าย แต่ฮั้วบอกว่า ขอเกาะไฟไปเรื่อยๆ ค่ะ

หลังจากกิโล 18 จะเป็นลงเนินซะส่วนใหญ่ เราสองคนก็อัดกันลงเนินมา และในที่สุดก็ได้ยินเสียงพิธีกรอยู่ด้านหน้า เห็นแสงไฟจากในงาน ..​อีกนิดเดียว วิ่งเข้าไปอย่าหยุด

Moon Run - Splint
เร่งช่วงสุดท้าย

ฮั้ววิ่งเข้าเส้นชัยเข้ามาด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 53 นาที (ตามเวลานาฬิกา) ..​ดีใจที่สุดที่จบในเวลาที่ดีกว่าทุกครั้งที่มาวิ่ง .. และภูมิใจที่สุดที่ไม่ได้เดินขึ้นเนินอย่างที่เคยเป็น

หลังจากวิ่งเข้ามา ก็ยืนรอน้องเพชรอยู่นาน .. และมารู้ทีหลังว่าน้องเค้าล้มตรงช่วงกิโล 18 ที่มืดๆ นั่นแหละค่ะ พี่ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่คอยช่วย

** แม้จะวิ่งได้เวลาดี แต่งานนี้ฮั้วไม่ได้ถ้วยนะคะ เพราะเป็นบิบแบบสปอนเซอร์ที่ไม่ได้ติดชิพ จึงไม่มีผลกับลำดับการแข่งแต่อย่างใด

หลังจากวิ่งเราก็ไปแดนซ์กันต่อกับคอนเสิร์ต .. เอาจริงๆแล้วฮั้วไม่ใช่ขาแดนซ์เลยค่ะ แต่เมื่อเพื่อนๆชวน ก็ต้องลอง .. ปรากฏว่าสนุกมากกกกกก แถมได้ recovery ขาไปในตัว วันรุ่งขึ้นไม่มีอาการเมื่อยเลยค่ะ (เกี่ยวไหม??)

สรุปตัวงาน

  • เส้นทางการวิ่งไม่ยากเกินไปและไม่ง่ายเกินไป เรียกว่าท้าทายดีค่ะ วิ่งแล้วไม่น่าเบื่อ
  • พิธีการ การปล่อยตัว ตรงเวลาดีค่ะ
  • การปิดถนนถือว่าทำได้ดี มีเจ้าหน้าที่และไฟสว่างทุกแยก คอยระวังรถและจัดการการจราจร
  • จุดให้น้ำและผลไม้เพียงพอค่ะ มากเกินพอซะด้วย น้ำเย็นชื่นใจทุกจุดเลยค่ะ
  • อาหารหลังวิ่งอร่อยดีค่ะ แต่ฮั้วไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ มัวแต่แดนซ์
  • ชอบกองเชียร์ของชาวบ้านที่มาให้กำลังใจ ไม่ได้ดูเป็นการเซ็ตอัพมา คือเค้าออกมายืนหน้าบ้านเพื่อเชียร์เราจริงๆ ประทับใจมากค่ะ
  • มีคอนเสิร์ตหลังวิ่งนี่ถือว่าเป็นกิมมิคที่ดีค่ะ ได้สนุกไปในตัว

ข้อควรปรับปรุง

  • อยากให้เพิ่มป้ายบอกทางตามแยกที่ต้องเลี้ยว เพราะจะมองเจ้าหน้าที่ก็เมื่อวิ่งเข้ามาใกล้แล้ว บางทีมีหลายคนยืนอยู่ ไม่รู้ว่าต้องถามใคร
  • คอนเสิร์ตนานไปนิด กว่าจะปิดก็เที่ยงคืน .. แอบเกรงใจผู้คนรอบๆ ข้าง (และสงสารน้องแกะด้วย)

สำหรับนักวิ่งที่ต้องการมาวิ่งปีหน้า

  • เนื่องจากช่วงกลางวันค่อนข้างร้อน นักวิ่งควรจิบน้ำตลอดทั้งวัน ส่วนตัวฮั้วจะกินน้ำเกลือแร่มาก่อนวิ่งด้วยค่ะ
  • ควรมี headlamp หรือไฟฉายเล็กๆ ติดตัว เพราะบางช่วงมืดจริงๆ ถ้าไม่มี ก็ควรวิ่งเกาะไปกับนักวิ่งที่มีไฟติดตัวค่ะ
  • ควรวิ่งยกเท้าให้สูงกว่าปกติ เพื่อป้องกันการสะดุดกับตัวปุ่มสะท้อนแสงที่พื้นถนน
  • ควรฝึกการวิ่งขึ้นเนินยาวๆ มาบ้างค่ะ เพราะที่นี่แทบจะไม่เจอทางเรียบเลย ไม่ว่าจะลงฟันรัน มินิ หรือฮาล์ฟ โดนหมดทุกระยะค่ะ
Moon Run - Photo
ช่างภาพเพียบ