Adventure & Trail,  Race Report

The Krabi Adventure Race Trophy 2016 : วิ่ง ว่าย พาย ปั่น ลุยไปด้วยกัน!!

วันแข่ง 5 พฤศจิกายน 2559

เคยสงสัยกันไหมว่าอะไรคือการแข่งขันแบบผจญภัย ด้วยความที่ฮั้วอยากลองทำอะไรที่แปลกใหม่ไปจากการวิ่งหรือเล่นไตรกีฬา ได้ยินข่าวว่ากำลังจะมีแข่งงานกระบี่แอดเวนเจอร์เรซช่วงใกล้ ๆ นี้ ฮั้วจึงลงเล่นกีฬาผจญภัยบ้าง แต่ตัดสินใจเอาสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนการแข่งขัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีเพื่อนคนไหนว่างเลย .. เอ้า ถึงยังไงฮั้วก็จะลุย!

The Krabi Adventure Race Trophy ประกอบไปด้วยกิจกรรม 4 อย่างด้วยกัน คือ วิ่ง ว่าย พาย ปั่น .. วิ่งเทรล / ว่ายแบบมีชูชีพ / พายคายัค / ปั่นเสือภูเขา .. ลำดับขั้นตอนของแต่ละกิจกรรม ระยะทางในแต่ละอย่าง และเส้นทางการแข่งขันนั้นจะไม่มีการประกาศก่อนล่วงหน้าผ่านทางหน้าเว็บไซท์หรือแม้กระทั่งวันบรีฟ จุดประสงค์ของงานคือ การออกไปผจญภัย ไปพบเจอสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และที่สำคัญคือการช่วยเหลือกันระหว่างคนในทีมเดียวกันและต่างทีม

ประเภทการแข่งแบ่งเป็น

  1. ระดับ Adventure จะเหมาะกับมือใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านกีฬาผจญภัยมาก่อน (แข่งเป็นทีม)
  2. ระดับ Extreme เหมาะสำหรับผู้เข้าแข่งขันที่มีประสบการณ์สูงและมีความพร้อมทางด้านร่างกายเป็นอย่างดี (แข่งเป็นทีม)
  3. ระดับ Solo (ซึ่งเพิ่งเริ่มมีในปีนี้) ที่จะมีแค่การปั่นจักรยานและวิ่ง (ไม่มีว่ายและพายเรือ) และแข่งในระยะทางเดียวกับแบบ Extreme

พอฮั้วอ่านคำอธิบายแต่ละอย่างแล้วก็ไม่ลังเลที่จะลงระดับ Adventure แต่ปัญหาคือ “ไม่มีพาร์ทเนอร์” ซึ่งทางผู้จัดก็มีบริการหาพาร์ทเนอร์ให้ บริการขนส่งจักรยานจากกรุงเทพไปกระบี่ และยังมีการจัดหาจักรยานให้เช่าอีกด้วย (เป็นยี่ห้อ Optima .. พร้อมหมวกจักรยานเตรียมไว้ให้ด้วย เจ๋งมากๆ)

ทริปนี้ของฮั้วก็เป็นการผจญภัยอย่างหนึ่ง ลงสมัครแบบไม่มีคู่ ไม่รู้จะได้คู่ไหม จะได้ใครก็ไม่รู้ นั่งลุ้นอยู่สัปดาห์กว่า ๆ แล้วในที่สุด 3 วันก่อนแข่ง ก็มี SMS เข้ามาบอกว่าได้ข่าวว่าตามหาพาร์ทเนอร์อยู่ .. ฮั้วรีบติดต่อกลับทันที เราคุยแนะนำตัวกันสั้น ๆ ซึ่งพาร์ทเนอร์ฮั้วเป็นชาวออสเตรเลีย ชื่อ Trent .. เราคุยกันสั้นมาก ๆ ฮั้วแนะนำตัวคร่าว ๆ ว่าทำอะไรได้บ้าง และย้ำเตือนเค้าว่า “ฮั้วไม่เคยขี่จักรยานเสือภูเขามาก่อน และสกิลจักรยานต่ำมาก” .. เค้าบอกไม่เป็นไร เราไปสนุก โอเค ดีล!!

หลังจากตกลงจับคู่ ฮั้วก็แอบกังวลใจ .. เราไม่เคยรู้จักกันเลย เราไม่รู้แม้กระทั่งหน้าตาท่าทางนิสัย แต่เราจะต้องมาแข่งผจญภัยด้วยกันซึ่งต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 5 ชั่วโมง แอบหวั่นใจอยู่ลึก ๆ แต่ก็คิดว่า “เอาวะ อย่างน้อยเราก็มีเวลา 5 ชั่วโมงในการทำความรู้จักเพื่อนใหม่” .. ทริปผจญภัยของฮั้วเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ศุกร์ 4 พ.ย. 2559 : รับ BIB ฟัง Briefing

เราได้เจอหน้ากัน ณ วันรับบิบ ..Trent ดูเป็นชายปกติทั่วไป ไม่ได้ดูเป็นนักกีฬาจ๋า แต่เจ้าหน้าที่ AMA หลาย ๆ คนบอกว่าเค้าเก่งจักรยานมาก เพิ่งไปแข่งไตรแบบผจญภัย (Xterra สมุย) มาแล้วปั่นเข้ามาเร็วมาก .. เอ่อ ฮั้วเริ่มหวั่นใจ เค้าจะอยากจริงจังขนาดไหน จะถ่วงเวลาเค้าไหมนะ

ระหว่างที่ฟังบรีฟจากผู้จัดตอนเย็น ผู้จัดบอกว่าเส้นทางจะเต็มไปด้วยแอ่งโคลน สภาพป่าชื้นๆ แฉะๆ ที่ผ่านฝนตกหนักมาทั้งสัปดาห์ รับรองว่างานนี้ยากแน่นอน.. ฮั้วนั่งฟังไปก็ห่วงในความปลอดภัยของตัวเอง ชั้นจะล้มไหมนะ คิดอยากจะล้มเลิกทันที แต่ติดตรงที่ตอนนี้มีพาร์ทเนอร์แล้วนี่สิ (การมีพาร์ทเนอร์นี่เป็นเครื่องช่วยทำให้เรายังมุ่งมั่นกับเป้าหมายสินะ) เอาวะ ตอนนี้แล้วยังไงก็ต้องลุย .. ก่อนแยกย้าย เราก็นัดเจอกันตอน 7 โมงเช้าเพื่อไปทดลองขี่จักรยานด้วยกัน

เสาร์ 4 พ.ย. 2559 : Race Day

ฮั้วไปถึงที่งานตามเวลานัด เอาจักรยานมาติดเบอร์ที่ด้านหน้า และลองปั่นบนถนนรอบ ๆ ที่จัดงานนิดหน่อย นึกในใจว่าก็ขี่ไม่ยากนี่หว่าแต่งง ๆ กับการเปลี่ยนเกียร์นิดหน่อย .. แต่เมื่อ Trent พาเข้าพง เข้าทางดิน .. ไอ้ความสบายใจเมื่อกี้ก็หายวับไปเลย

ปกติขี่รถหมอบรถไตร เราจะหลบหลุม หลบน้ำ หลบหิน หลบทราย .. แต่การขี่เสือภูเขาต้องขี่ผ่านทุกอย่างที่ว่ามา ขี่ยังไงละเนี่ย มันจะทรงตัวได้เหรอ ไม่ลื่นเหรอ!! Trent สอนว่าต้องใช้แขนกับขาเป็นโช๊ครับแรงกระแทก สอนว่าอย่านั่งนิ่ง ๆ บนจักรยาน สอนการปั่นผ่านรากไม้ สอนว่าต้องเปลี่ยนเกียร์ให้ทันเวลาเจอแอ่งน้ำแอ่งโคลน สอนว่าต้องมองไปข้างหน้า อย่ามองที่ล้อ สอนทุกทริคที่พอจะสอนได้ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนแข่ง

แต่ด้วยทักษะขั้นแย่ของฮั้ว ซ้อม ๆ ไปก็ล้มจ้ำม้ำกับพื้น ยิ่งทำให้ใจแป้ว ขนาดทางซ้อมง่าย ๆ ยังล้มขนาดนี้ ของจริงชั้นแย่แน่ ๆ .. สุดท้ายก็บอกกับ Trent ตรงๆ ว่า หลังจากประเมินสกิลของตัวเองแล้ว ฮั้วขอเดินนะ ขอไม่เสี่ยง ไม่อยากเกิดอุบัติเหตุ เค้าบอก “ไม่ต้องห่วง เรามาสนุกกับงานนี้ เดี๋ยวเราค่อย ๆ ไปกัน”

เวลา 8.30 น. ก็เริ่มปล่อยตัวรุ่น Adventure .. คู่เราออกจากหลัง ๆ ตามกลุ่มด้านหน้าไปตามถนนซึ่งฮั้วยังพอปั่นได้ แต่พอเลี้ยวเข้าป่าเท่านั้นแหละ ฮั้วกระโดดลงเลยครับ ..  เนินชันตั้งแต่อันแรกเลย คนข้างหน้าลงเดิน ฮั้วก็เดินสิ แต่ Trent ยังคะยั้นคะยอให้ปั่น .. ฮั้วตอบ “ยูไปรอที่สุดเนินเลย ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเข็นตามไปเอง”

การผจญภัยของเราในช่วงจักรยานก็เลยมี Trent ที่ปั่นขึ้นเนิน ลงเนินไปรอฮั้วด้านหน้า และหลายครั้งที่เค้าต้องช่วยฮั้วเข็นจักรยานผ่านทางดินสไลด์ .. ส่วนฮั้วเหรอยืนยันที่จะเดิน ๆ เข็นจักรยานไปเรื่อย ๆ .. เกรงใจเค้ามากนะแต่ห่วงร่างกายตัวเองมากกว่าค่ะ

ฮั้วเข็นเสือภูเขาที่หนักมาก (เอาน่ะเป็นการฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างหนึ่ง) เมื่อยแขนไปหมด สภาพทางปั่นก็เป็นป่าจริง ๆ มีทั้งเนินขึ้น เนินลง ทางลื่น ๆ โคลนเละ ๆ .. ขนาดเดินอย่างเดียวยังยากเลยต้องคอยระวังลื่นตลอดเวลา แต่สิ่งที่ประทับใจคือ เมื่อเงยหน้าจากทางด้านหน้าทีไร ก็จะเห็นวิวสองข้างทางก็สวยงามเกินจะบรรยาย ยิ่งช่วงเข็นไปถึงยอดเขานะ จะเห็นทะเลและหมู่เกาะต่าง ๆ อยู่ด้านล่าง สวยจริง ๆ

เราใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงกับระยะทาง 12 ก.ม. ซึ่งเข้ามาเป็นทีมเกือบสุดท้ายของกลุ่ม Adventure (ภูมิใจมาก) ต้องขอบคุณที่ Trent ใจเย็น ยืนรออย่างไม่แสดงท่าทีหงุดหงิด ไม่งั้นฮั้วคงจะเครียดมาก

เส้นทางพามาถึงชายหาด ก็เห็นจุดจอดจักรยาน ซึ่งไม่เคยคิดฝันเลยว่าฮั้วจะรู้สึกดีใจมากที่เห็นทะเล พอกันที จักรยาน!! เราแขวนจักรยานและหมวกไว้ที่นี่ เข้าเช็คอิน ใส่ชูชีพ แล้วก็เดินลงทะเลไปว่ายน้ำ

กฏอย่างหนึ่งของการแข่งนี้คือ “ต้องว่ายน้ำแบบใส่เสื้อชูชีพ” เพราะฉะนั้นคนว่ายน้ำไม่เป็นไม่ต้องห่วงค่ะ หงายตัวลอยไปเรื่อย ๆ .. แต่คนว่ายน้ำเป็นสิลำบาก (ไม่อยากจะเชื่อว่าจะพูดแบบนี้) แทบอยากจะปาเสื้อชูชีพทิ้ง ตัวและขามันลอยตลอดเวลา ว่ายฟรีสไตล์ก็ไม่ได้ ว่ายกบก็ยังลอย รู้สึกเหมือนว่ายอยู่กับที่ อีกทั้งผู้แข่งจะต้องห้ามถอดของที่พกมาอีกด้วย (เช่น เป้น้ำ หมวก แว่นตา รองเท้า) ทุกอย่างใส่ลงน้ำไปพร้อมกัน .. ฮั้วว่ายกบกระดึ๊บ ๆ ไปจนครบ 800 เมตร แล้วเราก็ขึ้นฝั่งเพื่อวิ่งบนชายหาดไปเรื่อย ๆ

เมื่อตัวเปียกแฉะของทุกอย่างก็หนักมาก แต่เราต้องแบกน้ำหนักนั้นวิ่งไปตามชายหาดเข้าสู่ป่า ฮั้วนึกในใจ ถึงทีชั้นบ้างล่ะ ชั้นขอเป็นฝ่ายนำบ้าง แต่ Trent นั้นวิ่งดีเลยค่ะ อาจจะเพราะเค้าชอบกีฬาผจญภัยเป็นทุนเดิม เลยทำให้เค้าดูไม่เหนื่อยแถมยังวิ่งนำฮั้วอีกต่างหาก (แอบเซ็ง!!)

เราวิ่งไปทางไหนเหรอคะ ไม่รู้หรอกค่ะ เค้าไม่มี course map หรือแผนที่ให้ เราแค่วิ่งตามป้าย ตามริบบิ้นที่แขวนบนต้นไม้ ในระหว่างนี้ก็ยังไม่มีซุ้มน้ำให้ ฮั้วนึกในใจ “ดีนะเนี่ยที่เตรียมน้ำมา 2 ลิตร” ตามที่เค้ากำหนด ดังนั้นการแข่งแบบนี้เป้น้ำสำคัญมาก ๆ ค่ะ

การวิ่งเข้าป่านี่เรียกว่าป่าจริง ๆ ค่ะ เค้าไม่ได้ตัดแต่งทำเป็นทางวิ่งให้นะคะ ต้นไม้ พงหญ้า อยู่แบบไหนก็แบบนั้นเลย วิ่งไปก็ชื่นชมธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เสียงนก เสียงลิง เสียงป่า รายล้อมรอบตัวเรา

เราวิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่ได้คิดเร่งทำเวลาอะไร นี่คือสิ่งที่ฮั้วชอบมาก ๆ ในการวิ่งเทรล แค่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ไม่สนเพซ ทางวิ่งตัดผ่านทั้งน้ำตกและลำธาร ต้องปีนขึ้น ปีนลง ทางโคลนลื่น ๆ ไถลตัวลงเนิน สนุกได้ใจมาก ๆ เลยค่ะ แล้วเราก็ผ่านระยะทางประมาณ 6 กิโลไปอย่างสนุกสนาน (ไม่รู้เค้าสนุกไหม แต่ฮั้วสนุก!!)

มาถึงเต๊นท์จุดเปลี่ยนไปพายคายัคซึ่งเป็นจุดเช็คอินด้วย ตรงนี้มีน้ำและเกลือแร่ให้ เรารับแผนที่ที่บอกว่าเราจะต้องพายเข้าไปในลากูนของเกาะ ๆ หนึ่ง และไปรับป้ายสัญลักษณ์กลับมา .. เราใส่เสื้อชูชีพอีกครั้งแล้วก็ช่วยกันลากคายัคลงน้ำ ฮั้วนั่งด้านหน้า Trent เป็นคนคุมทิศทางด้านหลัง เราพายในจังหวะเดียวกัน มุ่งสู่ทะเล ช่วงนี้ฮั้วแอบดีใจที่เตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้ามาดี ใส่ปลอกแขน ขายาว และพก visor ติดตัวมาด้วย ช่วยกันแดดได้ดีมาก แต่ Trent น่ะเหรอ ตัวแดงแจ๋เลยค่ะ

เราพายฝ่าคลื่นมาซักพัก ก็เริ่มเข้าปากลากูน .. ภาพที่ค่อย ๆ ปรากฏที่ตรงหน้ามันสวยงามมาก ภูเขาสูงตระหง่านเต็มไปด้วยต้นไม้ แค่เรือลอยเข้าไปด้านในลากูนเท่านั้น ทุกอย่างสงบเงียบ ฮั้วได้ยินแต่เสียงไม้พายกระทบน้ำ และคำทักทายเมื่อสวนกับคายัคของทีมอื่น ๆ .. บอกตามตรงว่าไม่รู้จะบรรยายความสวยงามและความสงบนั้นออกมาได้อย่างไร อยากให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเองจังเลยค่ะ

เมื่อได้ป้ายสัญลักษณ์ (Token) จากพนักงาน ซึ่งโผล่ออกมาจากป่าโกงกางอย่างกับนางไม้เลยค่ะ ฮั้วแอบแซวไปว่า “เหงาไหมคะ” เพราะเค้าอยู่คนเดียวกลางป่าแบบนี้ .. เราก็มุ่งหน้ากลับเข้าฝั่ง กับระยะทางทั้งหมด 6 กิโลเมตร ระหว่างนี้ฮั้วก็สังเกตเห็นว่ามีน้ำขังในเคสกันน้ำของกล้อง นึกหวั่นใจ รีบเอากล้องออกมาเคาะ ๆ น้ำออก ภาวนาขอให้รอดตลอดทริป

ตรงจุดนี้มีการเช็คอินอีกครั้ง เป็นการบันทึกเวลาที่ไปพายคายัค.. การแข่งนี้กำหนดให้ต้องแข่งคู่กันไปกับพาร์ทเนอร์ ฮั้วว่าหลาย ๆ ครั้งหลาย ๆ จุด การมีพาร์ทเนอร์ร่วมแข่งไปด้วยนั้นสนุกและปลอดภัยกว่าลงเดี่ยวเยอะเลยค่ะ.. ชักติดใจซะแล้วสิ

เราเติมน้ำเต็มเป้ (ความจุ 2 ลิตร) เพราะไม่รู้ว่าจะมีจุดให้น้ำอีกไหม และออกวิ่งเข้าไปในป่า แป๊บเดียว ก็ถึงจุดที่เราต้องใส่เสื้อชูชีพลงว่ายน้ำอีกครั้ง ฮั้วว่ายกระดึ๊บ ๆ ข้ามน้ำระยะ 500 เมตร ไปอีกฝั่ง และ ครั้งนี้ก็ทำให้เจ้ากล้องตัวนี้ถึงกาลอวสาน เพราะไม่สามารถเปิดหรือถ่ายรูปอะไรได้อีกแล้ว น้ำเข้าไปในตัวกล้องเลยเชียว

ยังค่ะยัง .. การผจญภัยยังไม่จบ พอขึ้นจากน้ำเราก็วิ่ง .. เอ่อ อย่าเรียกว่าวิ่งเลย เรียกว่าปีนเขาด้วยสองแขนสองขา (หรือคลานนั่นเอง) .. พื้นเต็มไปด้วยโคลนลื่น ๆ แทบจะไม่มีต้นไม้ให้จับ มีแต่แง่งหินเล็ก ๆ และรากไม้ตามพื้น.. โชคดีของฮั้วที่ Trent เค้ามีสกิลดี เค้าจะปีนขึ้นไปแล้วคอยดึงฮั้วขึ้นไปทีละน้อยจนถึงยอด .. ในใจคิด มีขึ้นก็ต้องมีลง .. แต่เราลงมาได้นิดหน่อยก็เจอทั้งเนินไต่ขึ้นเรื่อย ๆ และทางชันที่ต้องปีนขึ้นไปอีก

Trent เริ่มหากิ่งไม้ยาว ๆ มาทำเป็น trekking pole ให้ฮั้ว .. บางทีก็ใช้กิ่งไม้เป็นตัวดึงฮั้วให้เดินขึ้นเนิน เค้าบอกว่าจะทำให้คนโดนดึงไม่เหนื่อยแค่จับปลายไม้ไว้อีกด้าน อย่าว่าแต่ไม่ต้องออกแรงเลย แค่จะก้าวก็ไม่ไหวแล้วอะ .. อย่าไปบอกใครว่าเป็นนักไตร นักวิ่งเชียว ฮั้วโดน Trent เก็บเรียบทั้งจักรยานและวิ่งเทรล

เดินไปเรื่อย ๆ เราก็หลุดจากป่ามาโผล่ที่ชายหาด ซึ่งคราวนี้แทบไม่เหลือหาดให้วิ่ง น้ำขึ้นมาแทบจะเต็มฝั่ง เราวิ่งลุยคลื่น ผ่านนักท่องเที่ยวที่ออกมานอนอาบแดด ซึ่งเค้าคงคิดว่าพวกนี้มาบ้าวิ่งทำไม แต่กลับกันเราก็คิดว่านอนอาบแดดแบบนั้นมันสนุกตรงไหนกันเนี่ย .. สุดท้ายทางก็พาเรากลับมาจุดจอดจักรยานอีกครั้ง

การปั่นรอบนี้ช่วงแรกเป็นการปั่นบนถนน และต่อมาคือการปั่นบนหาดทราย ซึ่งไม่ได้มีแค่ทรายนะ มีน้ำทะเลหนุนขึ้นมาด้วย แค่พื้นดินแข็ง ๆ ฮั้วยังเข็น คงไม่ต้องบอกนะคะว่าปั่นครั้งนี้ฮั้วก็เข็นจ้า ..

ปั่นมาเกือบ 6 กิโลฮั้วก็เริ่มเห็นป้ายและธงบริเวณงาน .. เย้ เราเข้าใกล้เส้นชัยแล้ว แต่ก่อนจะวิ่งเข้าเส้นชัย เราต้องจอดจักรยานที่จุดจอดจักรยาน แล้วค่อยวิ่งสวย ๆ เข้าเส้น

จบแล้ว จบซะที!!! ไม่ใช่การจบแบบทรมานนะคะ เป็นการจบแบบฟินสุด ๆ .. ฮั้วรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจมาแข่งงานนี้ ธรรมชาติสวยงามไร้ที่ติ ความเป็นป่ามีอยู่มากถึงมากที่สุด ถ้ามาเที่ยวปกติ เราคงต้องจ่ายเงินแพงมาก ๆ ในการเดินป่า ปั่นชมธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งพายคายัคเข้าไปในเกาะแบบนั้น .. แต่สำหรับคนรักความทรมานบันเทิงอย่างเรา มาแข่งเพื่อได้ยลสิ่งเหล่านี้ค่ะ แต่รับรองคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์เลยเชียว

งานนี้ทำให้ความสนุกของการเล่นกีฬาของฮั้วกลับมาอีกครั้ง ความสนุกแบบไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ ความสนุกกับการผจญภัย ความสนุกกับการแก้สถานกาณ์ที่เกิดตรงหน้า ความสนุกกับการได้ร่วมเดินทางกับเพื่อนใหม่ .. เราถึงขั้นตกลงกันเลยว่างานหน้าที่กาญจนบุรีเราจะแท็คทีมกันอีกครั้ง และเราจะไประดับ Extreme โย่!! (เอ่อ ฮั้ว.. กรุณาไปฝึกเสือภูเขาก่อนนะ)

ป.ล. ระยะ Adventure นี้ เราทำกิจกรรม ปั่น – ว่าย – วิ่ง – คายัค – วิ่ง – ว่าย – ปั่น – วิ่ง เป็นระยะทางทั้งหมด 35 km (ตามชิพ) ใช้เวลาไป 6 ชั่วโมง 14 นาที 

Tips เล็ก ๆ

  • เตรียมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศ แห้งเร็ว เพราะตัวจะเปียกตลอดการแข่ง ทั้งจากเหงื่อและการว่ายน้ำ รวมถึงการโดนแดดตลอดทั้งวัน
  • เตรียมเป้ที่กระชับเข้ากับลำตัว ถุงน้ำควรมีความจุ 2 ลิตร และพกอาหารติดตัวไปนิดหน่อย (ฮั้วพกเจลค่ะ)
  • ของสำคัญต่าง ๆ เช่น First AID บัตรประชาชน เงินติดตัว ควรใส่ถุงซิบล็อคหลาย ๆ ชั้น
  • แว่นตากันแดดและหมวกเป็นสิ่งจำเป็นมาก
  • กางเกงควรใส่เป็นกางเกงไตรหรือกางเกงวิ่งไปเลย เพราะเป้าเจลของกางเกงจักรยานหนาเทอะทะ
  • ควรใช้รองเท้าที่สมบุกสมบันนิดนึง เพราะจะไม่เหลือความสวยของรองเท้าระหว่างแข่ง ทางที่ดีควรเป็นรองเท้าเทรลจะช่วยได้มาก
  • ถุงเท้า ฮั้วใช้แบบ toesock ของ injinji เหมือนเดิม เพื่อกันการเสียดสีของนิ้วเท้า
  • ใส่ถุงมือแบบปิดนิ้วจะช่วยป้องกันเมื่อเราล้ม
  • พก sunblock ติดตัวไปด้วยระหว่างแข่ง และทา body glide ป้องกันการเสียดสีทุกจุดเสี่ยง
  • ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น ก็หาพาร์ทเนอร์ที่ว่ายน้ำเป็นไปด้วย
  • พกใจไปผจญภัย เปิดใจรับความสนุก บ่นน้อย ๆ จะเอนจอยได้มาก
  • อย่าทิ้งขวดน้ำและขยะ และอย่าใส่หูฟังระหว่างแข่ง .. แต่ถ้าเจอขยะ ช่วยกันเก็บออกมาจากป่าด้วยนะคะ

ขอบคุณ AMA Events ที่จัดงานดี ๆ ให้คนบ้าความทรมาน ขอบคุณที่คอยช่วยประสานงานในทุก ๆ เรื่อง ขอบคุณที่เปิดโลกทัศน์ของฮั้วทำให้ได้ลองได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม (รวมถึงภาพสวย ๆ ชุดนี้ด้วยค่ะ)

ขอบคุณพาร์ทเนอร์ผู้แสนดี Trent ที่คอยช่วยเหลือดูแลตลอดการผจญภัย 6 ชั่วโมงกว่า ๆ

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ได้เจอระหว่างการผจญภัยด้วยกัน เพื่อนใหม่ที่ได้เจอในทริปนี้ ทุกคนช่วยทำให้สุดสัปดาห์นี้ของฮั้วสนุกมากๆ

เจอกันใหม่ งานหน้า!!

  ชมวีดีโอสวย ๆ จากผู้จัดที่นี่ค่ะ

 

ใครสนใจอยากลองแข่งแบบนี้ ลองเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ http://www.ama-events.com/th/events/krabiadventure2016/