Articles,  Stories

ประสบการณ์มาราธอนแรก.. เมื่อเรือเล็กต้องออกจากฝั่ง (ภาคจบ)

นับถอยหลัง 24 ชม. ก่อนถึงเวลาปล่อยตัว

ความเดิมตอนที่แล้ว ประสบการณ์มาราธอนแรก.. เมื่อเรือเล็กต้องออกจากฝั่ง (ภาคแรก)

ใครๆ ก้อบอกว่า ให้เก็บเนื้อเก็บตัว อย่าใช้ขาเยอะ ร่างกายจะได้เฟรชๆ เตรียมพร้อมสำหรับการวิ่งมาราธอน แต่… อิเจ๋อ นางสนไหม??

โน่นจร้า นางไปเดินตะลุยส่องสัตว์อยู่ที่ Safari World จร้า หลังจากที่นางไปสิงสถิตย์ที่กรงเสือจนพอใจแล้ว (ไปยืนจ้องเสือ คือคิดว่าจะวิ่งเร็วเหมือนเสือว่าง้านนน) ถึงเวลา 6 โมงเย็น ทำพิธีกรรมบวงสรวงอุปกรณ์แต่เทพเจ้ามาราธอนและได้บอกกล่าวให้กับเพื่อนใน social เป็นพยานรับรู้โดยทั่วกันเรียบร้อยแล้ว นางก้อเข้านอนอย่างมีความสุข….

แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นแหล่ะ!! โอ๊ยยยยยยยยย อยากจิกรี๊ดดดดดดดด คนมันตื่นเต้นอะ จะไปหลับลงได้งัย นี่มันมาราธอนแรกนะ พรุ่งนี้ชั้นใส่ชุดสีดำจะถ่ายรูปขึ้นมั้ย ตอนเข้าเส้นชัยจะทำท่าอะไรดีฟระ เอาเจลไปแค่นี้พอมั้ย ถ้าหิวกลางทางจะทำยังงัย จะเติมเงินในบัตร 7 เท่าไหร่ดีนะ (โอ้โฮววววววววว นี่เมิงคิดเรื่องไร้สาระล้วนๆ เลย) ค่ะ ตามนั้นค่ะ งานมโนต้องมา ก้อหลับๆ ตื่นๆ อยู่อย่างนั้น รวมๆ แล้วนอนไปได้ 2 ชั่วโมงนิดๆ

กระบวนการฟรีซขา

4 ทุ่ม ตื่นขึ้นมาตาตุ่ย อาบน้ำ ฟรีซขาให้พร้อมวิ่ง แต่งตัว กรีดอายไลเนอร์ ทานข้าว เช็คข้าวของอีกครั้ง คงไม่ลืมอะไรแล้วเน้อะ จากนั้นก้อมุ่งหน้าออกเดินทาง ถึงที่หมายประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ พบกับสมาชิก 349 Running ที่มาร่วมชะตาในการวิ่งมาราธอนครั้งนี้ ก้อวอร์มอัพ ถ่ายรูปเล่นกันไปตามประสา แป๊ปเดียว อ้าว ถึงเวลาปล่อยตัวแล้ว ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆ ใจเต้นตึกตักๆ HR พุ่งปรี๊ดๆๆๆๆๆๆ หยั่งกะสะพานพระราม 8 เลย (>___<)

เรือเล็กต้องออกจากฝั่ง

ปู๊นนนนนนนนนนนนน เสียงแตรดังแล้ว!! ต้องไปแล้ว!! ยังไงดีล่ะ เฮ้ย!! นาฬิกาอย่าลืมกดๆๆๆๆ วิ่งเหยาะๆ มาเรื่อยๆ พี่กอล์ฟ กับ น้องเอ็กซ์ขาแรงทั้งสองคน เกี่ยวก้อยกันวิ่งฉิวนำลิ่วหายไปในความมืด เหลือแต่ตัวเอง โจ้ กับพี่เอส วิ่งตามๆ กันมา จนถึงทางขึ้นสะพานปิ่นเกล้า ก้อบอกกับโจ้ว่าให้นำไปเลย นี่จะเดินขึ้นเพราะอยากเซฟขาตัวเอง

หลังจากที่ขึ้นทางลอยฟ้าแล้ว ก้อพยายามตั้งสติวิ่งเหยาะๆ ไปเรื่อยๆ (คือเป็นคนเครื่องติดช้ามาก ต้องค่อยๆ เข็นตัวเองไปก่อน) วิ่งๆ มา ก้อเห็นกลุ่ม Pacer 6:00โป่งน้ำเงินนำอยู่ข้างหน้า ซึ่งจริงๆ แล้ว Target แรกคือ ต้องการตามกลุ่ม Pacer 5:30 โป่งเขียว แต่ตอนปล่อยตัวนางดันอยู่ข้างหลังงัย แล้วงี้จะตามทันมั้ยอะ เง้อววววววววว

อะๆ ไม่เป็นไรๆ น้า ตามโป่งน้ำเงินไปก่อน ก้อค่อยๆ วิ่งตามมาจนทัน แถมวิ่งแซงมาได้นิดนึงแล้วด้วย แต่ก้อโดนแซงกลับตอนแวะกินน้ำอีกทีอยู่ดี เนื่องจากนางวางแผนสะกดจิตตัวเองเอาไว้ว่าวิ่ง 42 กิโลเนี๊ยะ ฟังแล้วมันดูเย้ออออเยอะ วิ่งแล้วดูต๊อแต๊

เอางี้วันนี้เรามาวิ่งคอร์ดละกัน เป็นคอร์ด 21x2Km jog (เดินกินน้ำ) 100m สั้นๆ ง่ายๆ วิ่งถึงก้อได้น้ำไปกินเป็นรางวัล (โถ หลอกตัวเองน่ารักเชียว) ก้อวิ่งไปเรื่อยจ้า ฟังเพลงมั่ง ดูวิวมั่ง บางทีก้อแอบฟังคนเค้าคุยกันไปเพลินๆ สนุกดีค่ะ

ถ่ายรูปร่วมกัน

10 KM แรกผ่านไป เอาล่ะ เครื่องเริ่มติดละ ทีนี่นางก้อเริ่มเพิ่มความเร็วมาเรื่อยๆ จนแซงกลุ่ม Pacer โป่งเขียวได้ หลังจากกลับตัวที่กิโลที่ 15 เห็นโจ้กำลังเดินตะคุ่มๆ อยู่ในสภาพ Walking Dead ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนมาก เลยรีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆ แล้วตะโกนบอกว่า “เก็บ”!!! 5555555 หัวเราะอย่างสะใจ แล้ววิ่งผ่านไปด้วยความสุข ลั้ลลา #พี่บอกแล้วว่าพี่จะเข้าก่อน #งานนี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ นะคะ

วิ่งต่อมาเรื่อยๆ เฮ้ย โป่งม่วงนี่นา กลุ่ม Pacer 5:45 วิ่งนำอยู่ข้างหน้าไม่ใกล้ไม่ไกล เอาละ มี Target แล้วทีนี้ ก้อค่อยๆ วิ่งเพิ่มความเร็วมาทีละนิดๆๆๆ จนไล่ตามกลุ่มโป่งม่วงทัน วิ่งตามอยู่พักนึง วงสวิงขาเริ่มเร็วขึ้น ขอแซงไปก่อนนะจ้า (แหม ได้ใจเชียวนะแกร)

ครึ่งทาง กิโลที่ 22 เย้!!! ในที่สุดก้อวิ่งมาถึงครึ่งทางแล้ว ดีใจๆๆๆ แวะพักกินน้ำ พร้อมกับยืดเหยียดผ่อนคลายกล้ามเนื้อซะหน่อย พี่ตะคริวจะได้ไม่มาหา ระหว่างยืดเหยียด ก้อส่งข่าวบอกเพื่อนๆ 349 Running กลุ่มที่จะมารอรับที่กิโลที่ 30 ว่า ใกล้จะถึงแล้วนะ ตื่นกันหรือยัง ห๊า!! หันมาอีกที อ้าว เห็นโป่งม่วงวิ่งอยู่ไกลๆ แงงงงงงงงงง อุตส่าห์วิ่งแซงมาแทบตาย นี่สงสัยพ่อจะนั่งนานไปหน่อยสินะ ฮึกๆ ไปๆๆๆ ไปต่อได้แล้วเจ๋อ

จากนั้นก้อมาป๊ะกับมวลมหาประชาชน Super Half Marathon เยอะมากกกกกกกกกก เรียงหน้ากระดานกันมาทั้งแผ่นดินจร้า วิ่งลำบากละทีนี้ ต้องคอยวิ่งซิกแซกมั่ง แทรกมั่ง พยายามไม่ให้ความเร็วตก

จนมาถึงสะพานพระราม 8 โอ้ยยยยยยยยยย นี่มัน shot ในฝันเลยค่าท่านผู้ช้มมมมมมมมม ฟ้าสางที่พระราม 8 เนี่ย กึ่งวิ่งกึ่งเดินข้นสะพานมาฟ้าสางกำลังได้ที่ แอบแวะแชะภาพซะหน่อยประกอบกับพี่พูห์ที่มาตรงเวลาพอดีตามที่คำนวณไว้เป๊ะ วิ่งขึ้นรถสุขาปล่อยพี่พูห์คืนสู่แหล่งน้ำแล้วรีบไปต่อ

แสงสีทอง ณ สะพานพระรามแปด

กิโลที่ 30 เห็นเสื้อสีแสบตาของ 349 Running อยู่ไกลๆ แล้ว เย้…จะได้กินข้าวต้มมัดกับน้ำแดงแล้วโว้ยยยยยย (โอ้โหววว แม่มโคตรห่วงกินอ่ะ 555) วิ่งถลาพุ่งตัวเข้ามาหากลุ่ม จากนั้นทุ่งข้าวสาลีก้อระเบิดตู๊มมมมเป็นโกโก้ครันช์

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด #กระโดดกระทืบเท้ากันรัวๆ

แกรรรรรรรรรรรร แกรรรรรรรรรรรร มาเร็วมากกกกกกกกก

แกรรรรรรรรรรรร เหนื่อยมั้ย หิวหรือเปล่า กินๆๆๆๆๆ

แกรรรรรรรรรรรร สภาพแกดีมากอะ ดูไม่เหนื่อยเลย

เอ้า มากินๆๆๆๆๆๆๆๆ กล้วยมั้ย น้ำแดงเป่า อะนี่..ข้าวต้มมัดทีอยากกิน มาแกะให้ๆ ค่อยๆ กินเด๋วติดคอแกรรรรรร #กรี๊ดกร๊าดกันอย่างต่อเนื่อง

ฮึ๊ยยยยยย ชื่นใจอะ!! วิ่งๆ มาเจอแบบนี้นี่หายเหนื่อยเลย อิอิ ^^

จุดพักเติมพลังที่กิโล 30

ถ้าวิ่งจนแรงหมด ให้ใช้ใจวิ่ง แต่ที่เหนือกว่าใช้ใจ คือ…

ตามที่ได้บอกไปแต่แรกนะคะว่านางเนี่ยซ้อมมาสูงสุดที่ 30 กิโลเพียง 1 รอบเท่านั้น ความที่สภาพร่างนางไม่พร้อม นางก้อใช้ใจวิ่งมาตั้งแต่กิโลแรกแล้วล่ะคร่า แต่สำหรับกิโลที่ 30 ขึ้นไปเนี่ย นางไม่ได้ใช้แค่ใจวิ่งนะฮะ นางยังมีรักคอยนำทางอีกด้วย (อ้วกกกกกกกกกกกก น้ำเน่ามากกกกก 55555)

หลังจากกิโลที 30 เป็นต้น มา ตัวโอ๋เองรู้สึกว่า โอ๋มีความสุขในการวิ่งมาก ยิ่งวิ่งยิ่งสนุก สัมผัสได้จากใจว่า เฮ้ย นี่เรารักการวิ่งจริงๆ นะ ทุกๆ กิโลที่วิ่งผ่านไป มันคือความดีใจ สุขใจ และภาคภูมิใจที่ได้ Break Limit ตัวเองไปทีละกิโลๆ ยิ่งวิ่งยิ่งคึก (เมาเจลมากกว่า) ปีศงปีศาจกิโลที่ 35 หรือกิโลไหนๆ ที่เค้าร่ำลือกัน สำหรับโอ๋แล้ว มันไม่มีจริงค่ะ ถ้าเราวิ่งด้วยพลังบวก และมีความสุขในการวิ่ง ปีศาจหน้าไหนก้อทำอะไร ใจกับรักของเราไม่ได้ค่ะ อิอิ ^^ (โถถถถ แม่คนโลกสวย แหวะ!!)

กิโลที่ 36 ถึงหน้าลานพระบรมรูปพอดี ขอแวะถ่ายรูปเช็คอินซะหน่อย อีก 6 กิโลนิดๆ เอง เย้!!!

เอ้า ไปกันต่อ

กิโลไหนไม่รู้จำไม่ได้แล้ว แต่แถวบางลำภูนี่แหล่ะ ที่ๆ คลื่นมวลมหาประชาชน 10K มาบรรจบกับ 21K และ 42K โอวววววววววว  ทั้งเดินเรียงหน้ากระดาน ทั้งเซลฟี่ มาเต็มอีกแล้วค่า แถม 21K ก้อดูท่าทางหมดแรงแปลกๆ เหมือนวิ่งอยู่ในหมู่บ้าน Walking Dead ยังไงยังงั้น (มารู้ที่หลังว่าเค้าโดนแถมระยะมาอีกเยอะเลย สงสารจับใจ ☹) จุดนี้ฝันใกล้เป็นความจริงแล้ว อะไรก้อยั้งไม่อยู่ฮะ วิ่งค่า วิ่งๆๆ ไม่ได้แคร์สิ่งรอบข้างแล้วค่า

กิโลที่ 39 เจอไนท์วิ่งมาทัก กรี๊สสสสสสสส มาได้งัย แกรรรรรรรร ไนท์ชี้บอกว่าพี่ปุ๊กกับพี่บิ๊ก้ออยู่ตรงนี้เหมือนกัน ใจชื้นขึ้นมาอีกนิดนึง พักกินน้ำซะหน่อย แล้วไปต่อกันแกรรรรรรร

วิ่งๆๆๆ ไป ธรรมศาสตร์แล้ว!! ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง กำแพงวังแล้ว!! อีกนิดเดียวๆๆๆๆๆๆ อย่าหยุดซอยขาๆ เห็นเสื้อสีแสบตาไกลๆ เล็งดู นั่นใครน้า 349 แน่นอน พี่ฮั้วนั่นเอง กรี๊ดดดดดดดดดด จะถึงแล้วสินะ  ซอยๆๆๆๆ ยกขาๆๆๆ วิ่งๆๆๆๆ นั่นงัย แก๊ง 349 ส่งเสียงเชียร์อยู่ รีบวิ่งถลาเข้าไป …. ถ่ายรูป 55555 ตอนนี้อยากเข้าเส้นมากแล้วค่ะ หยุดไม่อยู่แล้ว ซอยขายิกรีบวิ่งไปเข้าเส้นชัย

พลังเต็มเปี่ยม

เย้ เลี้ยวโค้งนี้ก้อถึงแล้ว ปลายทางที่ชั้นรอคอย ที่สุดก้อจบตรงนี้ วู้วววววววว …..

จบที่ไหนเล่า!!! เส้นชัยอยู่ไหนวะ!! ทำไมมีแต่ความเฟว้งฟว้าง หนทางยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด #สตั๊นไป10วิ

หมดกันที่ตรูวิ่งลั้ลลามาตลอด จบลงที่กิโลที่ 42 นี่แหล่ะ แม่มมมม …. ต๊อแต๊เลยตรู ฮือออออออออออออออ

วิ่งเข้าเส้นชัยมาแบบงงๆ ว่าเออ นี่วิ่งจบแล้วเหรอ แล้วคือต้องทำงัยต่ออ่ะ แล้วนี่แถวอะไร เข้าคิวกันทำไม ถามคนข้างหน้า อ๋อ แถวรับเสื้อ Finisher เหรอ ต่อตรงนี้ใช่มั้ยง่ะ โอเคๆๆๆ #จุดนี้งงหนักมากจร้า

ปิดฉากมาราธอนแรกของโอ๋อย่างสวยงามด้วยเวลา 5:57 ชั่วโมง ถึงแม้จะหักมุมตอนจบไปนิ๊ด แต่ตลอดทาง 42 กิโลที่วิ่งผ่านมา ทำให้โอ๋ได้คุยกับตัวเองและพิสูจน์ให้รู้ว่า ..

เรารักการวิ่ง และเรามีความสุขกับการวิ่งจริงๆ นะเออ ไม่ได้มโนไปเอง (คือรักการวิ่ง แต่เกลียดการซ้อมงัย เข้าใจกันชิป่ะ 555)

ที่ระลึกเท่ๆ

ขอขอบคุณ (ตัววิ่งขึ้นหน้าจอจากล่างขึ้นบน)

  • คุณพ่อคุณแม่ที่คอยดูแลบีบบังคับให้กินข้าวกินยา ไม่เคยขัดว่าลูกอยากจะทำอะไร และที่สำคัญสนับสนุนอุปกรณ์ในการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ค่ะ #กราบบบบบบบบ
  • คุณหมอที่ดูแลและคอยให้คำปรึกษาแนะนำมาโดยตลอด แม้จะเอือมๆ กับความดื้อของคนไข้อยู่มากก้อตาม
  • ลูกพี่ที่คอยกระตุ้น คอยเคี่ยวเข็ญ คอยด่า ผลักดัน ให้ออกมาซ้อม ซ้อม ซ้อม และ ซ้อม #ซักวันเจ๋อจะเก็บพี่ให้ได้คอยดู!!
  • กลุ่ม Run 4 Many Reasons สำหรับตารางซ้อม และยอมให้แอบแฝงตัวอย่างเงียบๆ ฝึกซ้อมเรื่อยมา
  • สมาชิก 349 ทุกคน ที่ร่วมวิ่ง ร่วมเชียร์ ร่วมส่งกำลังใจร่วมลุ้นมาราธอนแรกของเจ๋อ รวมถึงรูปสวยๆ น้ำแดงเย็นเจี๊ยบ และข้าวต้มมัดพาราก้อนแสนอร่อยด้วย
  • เพื่อนๆ ที่ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจ ในการลงมาราธอนครั้งนี้กันอย่างมากมาย

ขอบคุณทุกๆ คนมากเลยนะคร้า ไม่มีพวกคุณ ไม่มีเจ๋อในวันนี้ ผมรักคุณณณณณณณณ

I’m a marathoner!!

วันนี้เจ๋อภูมิใจในตัวเองมากค่ะ นางช่างสวยและสตรองมาก!! (ถรุยยยยยย!!) 555

เอาจริงๆ ก้อแอบเกินคาดกับตัวเองเหมือนกันนะ ว่า เฮ้ยยยยย เอ็งทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรอไม่น่าเชื่อ จบในสภาพที่เรียกว่าค่อนข้างดีมากได้เลย แถมแรงยังเหลืออีก (หรือตอนนั้นเจลมันดีดหว่า) เวลาก้อจบได้ก่อน 6 ชม. ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เย้!! ปลาบปลื้มมมมมมม #บอกแล้วว่าเรื่องใช้ใจเจ๋อนี่ไม่แพ้ใครแน่นอน

มาราธอนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ก้อไม่ได้ง่ายที่จะทำให้สำเร็จค่ะ นอกจากความมีวินัยในการฝึกซ้อมแล้ว (ซึ่งอันนี้เจ๋อก้อไม่คอยมีเหมือนกันค่ะ กร้ากกกก) สิ่งสำคัญ คือ จิตใจที่เข้มแข็ง และทัศนคติที่ดีกับสิ่งที่เราทำ รักและสนุกไปกับมันนะคะ แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้นอีกเยอะเลย

เห็นมั้ยคะว่าง่อยๆ อย่างเจ๋อเนี่ยยังวิ่งจบมาราธอนได้เลยน้า แล้วเพื่อนๆ ที่พร้อมกว่าเจ๋อล่ะทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ สู้ๆ ค่ะ มาออกไปแตะขอบฟ้าด้วยกันน้าาาา ^^

We’re 349 Running Club