Journal,  Training,  Triathlon,  Tricks

ไตรกีฬากับแมงกะพรุน

การฝึกซ้อมว่ายน้ำเพื่อแข่งไตรกีฬาโดยเฉพาะสนามที่แข่งขันใน open water นั้น (ว่ายในบึง แม่น้ำ ทะเล ทะเลสาบ) นักกีฬาจะต้องหัดฝึกซ้อมกับสภาพน้ำแบบนั้น เช่น แข่งในทะเล นักกีฬาก็ต้องลองหัดว่ายน้ำทะเลซักครั้งก่อนแข่ง เพราะการว่ายน้ำในทะเลนั้นแตกต่างจากการว่ายในสระว่ายน้ำมากมายนัก

วันนี้ฮั้วไม่ได้มาเล่าถึงเทคนิคการว่ายน้ำแบบ open water นะคะ แต่มาเล่าถึงอุปสรรคที่จะเจอและการเตรียมรับมือถ้าคุณว่ายในทะเล นั่นก็คือ “แมงกะพรุน” .. ถึงแม้จะว่ายน้ำในทะเลมาหลายครั้ง แต่ฮั้วก็รอดพ้นการโดนแมงกะพรุนมาโดยตลอด (แม้กระทั่งสนามชะอำไตรที่มีคนนับร้อยโดนพิษแมงกะพรุน) จนกระทั่งเมื่อไปซ้อมกับแก๊งค์ VG ที่สัตหีบในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ก.ย. 58) เป็นครั้งแรกที่ฮั้วโดนแมงกะพรุนเล่นงาน

บรรยากาศและสภาพทะเล

ฮั้วเคยได้ยินมาว่าถ้าลงไปเล่นน้ำช่วงเช้าตรู่หรือถ้าลงไปเล่นน้ำหลังฝนตก จะมีโอกาสโดนแมงกะพรุน ซึ่งฮั้วก็เลี่ยงมาโดยตลอด แต่เช้าวันที่โดน พวกเราไปว่ายกันที่หาด EOD สัตหีบ (หาดเดียวกับที่เคยจัด Roboman อู่ตะเภา) สภาพทะเลไม่ค่อยมีคลื่นแต่สภาพน้ำขุ่นคลัก พวกเรานัดลงน้ำประมาณ 7.30 น. แดดจ้า ร้อนกว่าทุกที

ก่อนลงน้ำ พวกพี่ ๆ อธิบายเรื่องระยะที่จะว่าย (ทั้งหมด 1.7 กิโลเมตร) เป็นการว่ายตรงออกไป 850 เมตรถึงธงสีแดงและกลับตัวว่ายกลับเข้าฝั่ง คนที่มาร่วมซ้อมว่ายน้ำกันทั้งหมดประมาณ 30 คนได้ และครั้งนี้พี่ ๆ ก็จัดเตรียมเรือไว้สามลำพร้อมเจ้าหน้าที่ไว้คอยช่วยเหลือ

มีผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่าเราควรจะสอบถามเรื่องสภาพน้ำกับคนท้องถิ่น วันนั้นฮั้วหันไปถามเจ้าหน้าที่ว่า “มีแมงกะพรุนไหมคะ” เพราะน้ำขุ่น มองไม่เห็นอะไรเลย .. เจ้าหน้าที่ตอบ “ไม่มีครับ” .. โอเค โล่งใจ ปัญหาหลัก ๆ ที่กังวลคือ ธงสีแดงอันนั้นมันไกลมาก ลอยกลางทะเล เมื่อสายตาอยู่ระดับน้ำแล้ว ไม่มีทางที่จะมองเห็นธงอันนั้นเลย

ระหว่างว่าย เนื่องจากความขุ่นของน้ำ ฮั้วไม่สามารถมองเห็นพื้นทะเล ไม่เห็นคนว่ายรอบข้าง แม้กระทั่งว่ายอยู่ข้างหน้าติด ๆ กัน ยังไม่สามารถมองเห็นขาได้ กระแสน้ำมีอุ่นสลับเย็นเฉียบ และฮั้วก็กังวลอยู่กับเรื่องธงและ sighting เลยว่ายแบบฟรีสลับกบ จนกลับตัวเริ่มว่ายเข้าฝั่ง

แผลหลังจากปั่นเสร็จ

แมงกะพรุนต่อยเป็นอย่างนี้นี่เอง

จำนวนคน 30 คนที่ว่ายในทะเลเปิด ระยะทางยาว 850 เมตร ทำให้ฮั้วไม่สามารถว่ายตามใครได้เลย (เค้าว่าถ้ามีคนว่ายแหวกทางด้านหน้าเราจะไม่โดน นี่สินะที่ทำให้ฮั้วรอดพ้นตอนชะอำเพราะออกทีหลังสุดนะเอง) จนกระทั่ง รู้สึกถึงความแสบร้อนแบบกะทันหัน เจ็บปวดเหมือนโดนเข็มเป็นพัน ๆ เล่มแทงที่แขนพร้อม ๆ กัน ฮั้วโดนที่แขนด้านซ้ายในจังหวะกำลังกดน้ำ มันปวดมากจนฮั้วหยุดว่ายและร้อง “โอ้ยๆๆๆ” ด้วยเสียงอันดัง .. น้องที่ว่ายตามมาด้านหลังตกใจหยุดกึ๊ก ฮั้วตะโกนทันทีว่า “แมงกะพรุน” .. จริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าคือแมงกะพรุนหรือเปล่า เพราะมองไม่เห็นตัว และนี่คือการโดนครั้งแรก แต่อะไรมันจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างกะทันหันเช่นนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าตัวนี้

แว๊บถัดมาคือการตั้งสติ เพราะเราว่ายอยู่กลางทะเล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องตั้งสติให้ได้ ยิ่งแพนิคจะยิ่งใช้แรงเยอะ ตอนนั้นถึงแม้แขนซ้ายปวดมาก ก็ใช้ถีบขาทั้งสองเพื่อลอยตัวเข้าไว้ รีบยกแขนขวาให้สูงที่สุด มองหาเรือและตะโกนขอความช่วยเหลือ โชคดีที่มีเรืออยู่ไม่ห่างนัก น่าจะประมาณ 200 เมตรได้ .. นี่คือการยกมือขอความช่วยเหลือครั้งแรกในชีวิตด้วย (ขอบคุณจ่าโอ Sport Buddy ที่สอนมาอย่างดี)

โชคดีที่เจ้าหน้าที่เห็นเลยรีบเคลื่อนเรือมาได้ค่อนข้างเร็ว ฮั้วบอกเลยว่า “โดนแมงกะพรุน” .. เจ้าหน้าที่รีบดึงตัวขึ้นจากน้ำทันที .. เมื่อขึ้นเรือได้แล้ว มองแขนตัวเอง ยังไม่มีรอยอะไรแต่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง แขนเกร็งเพราะเจ็บแสบ ปากก็ยังร้อง .. ในใจคิดถึงเพื่อนๆ ที่โดนแมงกะพรุนที่งานชะอำไตร บางคนโดนที่หน้า มันเจ็บแบบนี้นี่เอง

โชคร้ายที่บนเรือไม่มีน้ำส้มสายชู เจ้าหน้าที่เลยขับเรือเข้าฝั่งทันทีและรีบไปขอน้ำส้มสายชูจากร้านอาหารริมหาดมาราดแขนให้ แค่ช่วงไม่ถึงนาที แขนที่ตอนแรกแค่แดง เริ่มบวม เป็นเม็ดใหญ่ บางช่วงเป็นผื่นเม็ดเล็กๆ .. หลังจากราดน้ำส้มสายชูแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า “อย่าถูนะครับ ปล่อยไว้อย่างนั้น อย่าเกา อย่าไปโดน ไม่ต้องใช้น้ำราดนะครับ” ..โอเคค่ะ ถึงแม้จะไม่ปวดมากเหมือนตอนแรกแต่ความรู้สึกแสบยังมีอยู่ ฮั้วนึกในใจ จะไปปั่นไหวไหมนะ วันนี้ตั้งใจมาปั่น ไม่ได้อยากมาว่ายซะหน่อย

ระหว่างยืนรอเพื่อนๆ ที่ยังว่ายอยู่ แขนก็เริ่มบวม ผื่นเริ่มแดงขึ้น แต่ดูไม่ร้ายแรงอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่าดูแผลแล้วไม่แพ้นะ .. ฮั้วเลยตัดสินใจไปปั่นต่อ แต่ระหว่างปั่น อาจจะด้วยความร้อน อาจจะด้วยแสงแดด อาจจะด้วยท่าที่ฮั้วต้องลงแอโรว์บาร์ อาจจะด้วยความเค็มของเหงื่อ แผลเริ่มแสบขึ้นเรื่อยๆ พอจบการปั่น ฮั้วเลยขับรถกลับทันที ระหว่างทางก็แวะซื้อยาทาและผ้าพันแผลด้วย เพราะแค่แผลเฉียดๆ เสื้อผ้าก็เจ็บแล้ว

อุปกรณ์

ฮั้วคงไม่สามารถบอกได้ว่าแมงกะพรุนที่ฮั้วเจอเป็นพันธุ์อะไร เพราะมองไม่เห็นตัว แต่วิธีบรรเทาอาการเจ็บปวดและรักษาแผลเบื้องต้นในวันนั้น (ในกรณีที่ไม่อักเสบและไม่แพ้อย่างฮั้ว – ซึ่งจะรู้ว่าแพ้หรือไม่คือคงต้องลองโดน :P) คือ ใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่โดนแมงกะพรุนทันที (ต่อไปฮั้วคงต้องพกในกระเป๋า Transition ด้วยละ) / ล้างแผลหรือเช็ดด้วยน้ำเกลือ / ทาสเตียรอย หมอหน่อยแนะนำ Betnovate / ทานยาแก้แพ้ พวกแอนตี้ฮีสตามีนเพื่อลดอาการคัน / พันแผลเพื่อป้องกันการเสียดสีและเผลอเกาโดยไม่รู้ตัว .. อุปกรณ์ตามรูปด้านบนเลยค่ะ

และขออนุญาตนำบทความของหมอหน่อยในคอลัมน์ RUN4BEAUTY จากนิตยสาร Thai Jogging ฉบับเดือนเมษายน 2558 มาลงไว้ที่นี่อีกครั้ง :

แมงกะพรุนตัวเล็กพิษร้าย

สวัสดีเดือนเมษายนค่า เข้าหน้าร้อนกันแล้วเป็นยังไงกันบ้าง พออากาศร้อนแบบนี้สถานที่ที่คนนิยมหนีร้อนคงไม่พ้นทะเล ซึ่งเดือนก่อนหน่อยได้มีโอกาสไปว่ายน้ำทะเลเหมือนกัน จากที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาซึ่งก็พบปัญหาเข้าค่ะ คือ โดนแมงกะพรุนเข้าเต็มๆ เลย ดีที่อาการแพ้ไม่มากแค่คันคะเยอไปหลายวัน คนที่ร่วมแข่งขันเจอกันเยอะเลยค่ะ บางคนแพ้รุนแรงเป็นแผลผุพองหรือต้องออกจากการแข่งขันก็มี หลักสำคัญมากสำหรับเหตุการณ์นี้คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นค่ะ ซึ่งขนาดหน่อยเรียนมาตอนเจอกับตัวเองยังงงๆ เลยเป็นที่มาของบทความวันนี้ ถึงแม้จะไม่เกี่ยวกับการวิ่งแต่ก็ขอฝากไว้เป็นความรู้ยามเที่ยวทะเลนะคะ

มาทำความรู้จักกับเจ้าแมงกะพรุนเวลาที่ไม่ได้อยู่ในหม้อสุกี้หรือชามเย็นตาโฟกันก่อนค่ะ แมงกะพรุนเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังลอยไปลอยมาในทะเลมีหลายชนิดบางชนิดไม่น่ากลัว เช่น แมงกะพรุนหนังหรือจานที่เรากินกัน แมงกะพรุนถ้วย ลายและไฟจะมีพิษที่รุนแรงกว่า พวกนี้คือชนิดทั่วๆ ไปที่พบในทะเลไทย ถือว่าโชคดีมากพิษสงยังไม่ร้ายกาจมาก แต่มีแมงกะพรุนบางชนิดที่พบที่อื่นที่มีพิษรุนแรงจนเสียชีวิตได้ เช่น

  • แมงกะพรุนกล่อง (box jellyfish) พบมากแถบชายฝั่งออสเตรเลีย มีพิษรุนแรงต่อระบบประสาท หัวใจ และผิวหนัง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีอาจจะเสียชีวิตได้
  • Bluebottle jellyfish และ Pacific man-o-war หรือ Portuguese man-of-war พบในทะเลแปซิฟิกและชายฝั่งออสเตรเลีย เป็นกลุ่มสัตว์น้ำที่ไม่ใช่แมงกะพรุน แต่หน้าตาเหมือนแมงกระพรุนขนาดใหญ่ มีพิษรุนแรงเช่นกัน ทำให้เนื้อเยื่อที่สัมผัสตาย มีอาการแขนขาบวมมากได้ และถ้าสัมผัสเป็นปริมาณมากก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นกัน

แล้วแมงกระพรุนต่อยเราได้อย่างไร หลายคนคงจินตนาการไปไกลแล้วแต่ว่ามันเอาหนวดมาฟาดปล่อยเข็มเหมือนผึ้งต่อแบบนั้นรึเปล่า จริงๆ แล้วแมงกระพรุนมีถุงพิษ (nematocyst) มากมายอยู่ทั่วตัวมีมากที่รอบปากและหนวด (tentacl) พอมาโดนสัมผัสโดนเรา หรือบางทีไม่เป็นตัวเป็นแค่ชิ้นส่วนที่มีถุงพิษลอยมาโดนเข้ากับผิวหนังของเรานั่นแหล่ะค่ะ ปัญหาจึงเกิด

พอโดนปุ๊บจะรู้สึกปวดแสบร้อนทันที หลังจากนั้นอีกเป็นนาทีหรือชั่วโมงจะเห็นรอยแดง ลมพิษหรือตุ่มน้ำเกิดขึ้นบริเวณที่โดน ถ้าเป็นชนิดมีพิษรุนแรงก็อาจจะเป็นพุพองไหม้ บางคนถ้าแพ้มากก็อาจเกิดอาการกับระบบร่างกายเช่น เป็นไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือมีอาการรุนแรงจนช็อกได้

การดูแลรักษานั้นเนื่องจากอาการความรุนแรงของแมงกะพรุนขึ้นกับปริมาณระยะเวลาที่ได้สัมผัสพิษของแมงกะพรุน การดูเบื้องต้นเพื่อลดปริมาณพิษสำคัญมาก อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าแมงกระพรุนต่อยเราคือมีถุงพิษมาสัมผัสผิว ที่สำคัญคือเอาถุงพิษเหล่านี้ออกโดยไม่ให้มันแตก

  1. แนะนำให้ล้างด้วยน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ล้างนาน 15-30 นาที ถ้าหาไม่ได้ให้ใช้น้ำทะเลล้างให้มากที่สุด ห้ามใช้น้ำเปล่า ห้ามถูหรือขัดเพราะจะทำให้ถุงพิษแตก
  2. ถ้ามีเศษของแมงกระพรุนติดให้ใช้ถุงมือหรืออะไรคีบออกหลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่า
  3. การตำผักบุ้งทะเลผสมน้ำส้มสายชูประคบแผลสามารถทำได้แต่ต้องมั่นใจว่าสะอาด เพราะจะเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย
  4. หลังจากที่ดูแลล้างแผลเบื้องต้นแล้วให้ประเมินผู้ป่วย ถ้ามีอาการทางร่างกายอื่นๆ หายใจลำบาก อาเจียนหน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือปวดมาก โดนพิษที่ดวงตา ปาก อวัยวะเพศ ใบหน้าหรือเป็นแผลในบริเวณกว้าง พิจารณาส่งพบแพทย์ทันที

ถ้าไม่มีอาการรุนแรง การดูแลแผลก็เหมือนทั่วไป ถ้าเป็นแผลพุพอง ให้ทำแผลเปียก ระวังอาการติดเชื้อซ้ำซ้อน ถ้าเป็นผื่นคันไม่มีติดเชื้อก็สามารถใช้สเตียรอยด์ทาได้ โดยมากถ้าไม่มีภาะแทรกซ้อนแผลมักหายภายใน 7-10 วัน

ในกรณีที่มีอาการมาก อาจจะพิจารณารับประทานยาลดปวดกลุ่ม NSAID หรือ ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการคันแพ้

นอกจากนี้ในรายงาน ผื่นที่เกิดจากแมงกระพรุนอาจจะมีลักษณะพิเศษอีกอย่างคือหายแล้วกลับมาคันที่เดิมอีกซ้ำๆในหลายเดือนได้

ที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมดนี้คือ การดูแลป้องกันอย่าไปสัมผัสค่ะ การใส่เสื้อผ้าที่สามารถป้องกันได้ก่อนลงเล่นน้ำ หลีกเลี่ยงการลงน้ำในที่ที่แมงกะพรุนชุกชุม ถึงแม้จะเป็นแมงกะพรุนที่ตายแล้วก็ไม่ควรสัมผัส ข้อนี้โดนหน่อยเต็มๆ เพราะตอนเด็กหน่อยเป็นแผลแมงกะพรุนไปหลายเดือน เนื่องจากไปเตะแมงกะพรุนที่ตายเกยตื้น หาเรื่องจริงๆ เลยค่ะ 

จากบทความทั้งหมดอย่างน้อยเพื่อนๆ คงสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นเวลาเกิดเหตุแล้วใช่มั้ยคะ ยังไงขอให้เที่ยวทะเลหน้าร้อนให้สนุกนะคะ พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ

ขออภัยภาพอาจน่ากลัวไป .. ช่วงแรกๆ แขนฮั้วบวมค่ะ รู้สึกผิวหนังเต่งตึงไร้รอยเหี่ยวย่น ฮั้ววางแขนไม่ค่อยได้ เพราะวางแล้วมันตึงๆ ..

เข้าวันที่สามเริ่มมีอาการคัน ตรงกลางแผลจะเป็นรอยดำ รอบๆ แผลเริ่มยุบตัว ผื่นแดงดีขึ้น แต่แขนโดยรวมยังบวมๆ อยู่

วันนี้เข้าวันที่ห้า ยังเหลืออาการบวมนิดหน่อย ผืนแดงเล็กๆ เริ่มจาง ตัวแผลใหญ่ยังไม่แห้งเป็นสะเก็ด แต่ฮั้วส่งรูปไปให้หมอหน่อยดูแล้ว ไม่มีอาการผิดปกติ แขนบวมแต่ไม่บวมขึ้นกว่าตอนแรก ก็คงต้องรอคอยแผลแห้งเป็นสะเก็ดต่อไปค่ะ น่าจะใช้เวลาประมาณ 10 วันได้กว่าจะหาย คงต้องรอต่อไป .. แต่ที่แน่ๆ แผลนี้คงจำไปอีกนานเลยค่ะ ^_^