Articles,  Features,  Journal

Thanyapura Phuket สวรรค์ของนักไตร

ถ้าใครเล่นไตรกีฬาหรือแม้แต่เคยไปวิ่งภูเก็ตมาราธอน คงจะคุ้นหูกับชื่อ “ธัญญปุระ ภูเก็ต” กันมาบ้าง และถ้าได้ยินชื่อนี้ ฮั้วว่าทุกคนจะต้องนึกถึง “ไตรกีฬา”  .. กระเถิบเข้ามาค่ะ วันนี้ฮั้วขอมาเล่าประสบการณ์การไปเทรนระยะสั้น ๆ ให้อ่านกัน

Sports Complex

ธัญญปุระเป็นสถานที่ที่พรั่งพร้อมไปด้วย facility และบุคลากรด้านการกีฬา ครั้งแรกที่ฮั้วได้เข้าไป (ตอนนั้นยังไม่เริ่มว่ายน้ำ) ก็ตกใจกับความอลังการของสระว่ายน้ำความยาว 50 เมตร และยังมีสระขนาด 25 เมตรอยู่ข้าง ๆ อีกทั้งยังเป็นระบบโอโซนด้วยนะคะ ว่ายนานเท่าไหร่ผิวก็ไม่เสีย ..​แต่สิ่งที่ทำให้นักวิ่งอย่างฮั้วอึ้งทึ่งยิ่งกว่าคือ สนามวิ่งยางสังเคราะห์ที่นุ่มเท้ายิ่งนัก รอบนึงยาว 500 เมตร แค่เห็นก็อย่างจะลงไปวิ่งซะแล้ว

ครั้งนี้เมื่อมีโอกาสไปเยือนธัญญปุระอีกครั้งจึงได้เห็น facility ส่วนอื่น ๆ เช่น สนามเทนนิสในร่มจำนวน 4 สนาม ห้องฟิตเนสที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกายของยี่ห้อ Technogym ซึ่งแบ่งเป็นห้องคาร์ดิโอ และห้องเวทเทรนนิ่งแยกจากกัน

ยังค่ะ ยังไม่พอ ที่นี่ยังมีห้องสำหรับคลาสออกกำลังกายต่าง ๆ เช่น โยคะ พิลาติส เรียนเต้น เหมาะกับคุณสาว ๆ ที่ชอบออกกำลังกายแบบไม่หนัก ..​ห้องนี้ฮั้วเข้าไปเรียนคลาสพิลาติสค่ะ เพราะต้องการฝึก Core เพื่อใช้สำหรับว่ายปั่นวิ่งนั่นแหละค่ะ แค่หนึ่งชั่วโมงในคลาส ทำเอาปวดแกนกลางลำตัวไปสามวันเชียว สุดยอดมาก

ส่วนใครชอบออกกำลังแบบเป็นทีมก็มีทั้งสนามฟุตบอลหญ้าเทียม สนามบาสเกตบอล สนามวอลเล่ย์บอลชายหาดให้จับกลุ่มเล่นกับเพื่อน ๆ อีกด้วย

ใครได้เข้ามาที่นี่ก็ต้องรู้สึกว่า “นี่คือสวรรค์สำหรับชั้น” เหมือนฮั้วแน่ ๆ ค่ะ

โค้ชระดับโลก

สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ข้างต้นนั้นดูอลังการก็จริงแต่จะไม่สำคัญเลยถ้าไม่มีผู้ฝึกสอน ที่นี่เน้นกีฬาหลัก ๆ อยู่สี่ประเภท คือ ไตรกีฬา, ว่ายน้ำ, เทนนิส และจักรยาน ซึ่งก็จ้างโค้ชระดับโลกมาสอนและเทรนเราที่เมืองไทยค่ะ

ขอเล่าถึงโค้ชที่ฮั้วได้เจอ คือ Sergio Borges ซึ่งเป็นหัวหน้าโค้ชในส่วนของไตรกีฬา ..​เค้าเป็นใครล่ะ เอ่อ บอกตามตรงว่าตอนแรกฮั้วก็ไม่รู้จักหรอกค่ะ แต่ก่อนจะไปก็เสาะหาข้อมูลของเค้า ทำให้รู้ว่าเค้าเป็นนักกีฬาไตรระดับไอรอนแมนมาก่อนและผันตัวมาเป็นโค้ชกว่า 25 ปี และเป็นโค้ชที่ขึ้นชื่อเรื่องการเทรนนักกีฬาไป qualify งาน KONA IRONMAN ค่ะ ฮั้วได้เข้าไปอ่านประวัติและการแชร์เนื้อหาการสอนของเค้าในเพจแล้วนั้น ยิ่งนับวันรอคอยการไปเทรนกับโค้ชคนนี้สุด ๆ

ใครสนใจก็ไปตามอ่านที่นี่ค่ะ http://www.thanyapura.com/stories/category/stories/triathlon/

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปว่า “เฮ้ย ภาษาอังกฤษชั้นไม่ดี” ..​“เฮ้ย ชั้นเพิ่งเริ่มเล่น ชั้นเป็นมือใหม่” ฯลฯ .. ในคลาสไตรกีฬานั้นจะมีโค้ชเซอร์จิโอ (Sergio) และโค้ชคนไทยอยู่ด้วยค่ะ เวลาออกไปฝึก เช่น ปั่นจักรยานหรือวิ่งจะมีโค้ชคนไทยตามประกบเพื่อดูแลคนไทยและมือใหม่เป็นพิเศษ

ส่วนในกีฬาด้านอื่น ๆ ก็จะมี Nick Gates สำหรับจักรยาน .. ส่วนว่ายน้ำจะมี Miguel Lopez Alvarado .. ส่วนเทนนิสจะมี Timo ดูแล แต่ฮั้วไม่ได้เจอและไม่ได้ลงเทรนด้วยค่ะ

Thanyapura Sports Hotel

ในเมื่อที่นี่คือสวรรค์สำหรับคนชอบกีฬาอย่างเรา ๆ เราก็คงอยากจะอยู่นาน ๆ ใช่ไหมคะ ที่นี่มีโรงแรมและร้านอาหารครบพร้อมเลยค่ะ ขึ้นชื่อว่าเป็น Sports Hotel อาจจะนึกไปถึงห้องธรรมดา ๆ มีแค่เตียงกับห้องน้ำก็เพียงพอ แต่ไม่ใช่เลยค่ะ ฮั้วบอกได้เลยว่าห้องนั้นเทียบได้กับโรงแรม 4 ดาว เตียงนุ่มนอนสบายไม่ปวดหลัง หมอนนั้นหนานุ่มกำลังดี วางหัวทีไรหลับทุกที (หรืออาจจะซ้อมจนหมดแรง แหะๆ) ห้องน้ำนั้นก็สะอาดและมีอุปกรณ์ครบถ้วน ที่ชอบเป็นส่วนตัวคือ น้ำแรงมาก .. สะใจดีค่ะ

ภายในห้องมีที่แขวนจักรยานให้ด้วยนะคะ แต่ปัญหาคือมีที่แขวนอันเดียวค่ะ ทริปนี้ฮั้วไปกับน้องโอ๋ ซึ่งเอาจักรยานไปกันทั้งคู่ เลยต้องหาที่พิงเอาค่ะ แต่ห้องก็มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะวางจักรยานได้สองคัน บวกกระเป๋าจักรยานอีกสองใบ แล้วยังเหลือที่ให้เรารื้อของมากอง ๆ ที่พื้นได้อีก

บริเวณโดยรอบทั้งในส่วนร้านอาหาร ฟิตเนสและโรงแรมก็มี WIFI ฟรีอีกด้วยค่ะ (สัญญาณแรงค่ะ) และถึงแม้ว่าในส่วนหลักมีสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิกแล้วถึงสองสระด้วยกัน แต่ในส่วนของโรงแรมก็ยังมีสระยาว 25 เมตรอีกด้วยนะคะ

อ๊ะ อย่าเพิ่งนึกไปว่าโรงแรมคงแสนแพง ราคาห้องพักโรงแรมรวมอาหารเช้าราคาพอ ๆ กับที่อื่นในภูเก็ตค่ะ ไม่ได้ราคาสูงกว่าแต่อย่างใด ราคามีหน้าไฮหน้าโลว์เหมือนโรงแรมทั่วไป .. กระซิบดัง ๆ ว่าราคาช่วงตุลาน่าสนใจมาก ๆ นะเออ (ป.ล. นอนที่นี่สามารถใช้ Facility ได้ด้วยนะเออ)

Triathlon Training

ในส่วนของการฝึกซ้อมไตรกีฬา ที่นี่จัดการฝึกสอนเป็นหลาย ๆ แบบตามแต่จะเลือกค่ะ เช่น

  • Triathlon Package Training จะเป็นแพ็คเกจรวมที่พัก อาหารและเทรนนิ่งเข้าด้วยกัน เข้าไปดูรายละเอียดที่นี่ค่ะ http://www.thanyapura.com/sports/asia-triathlon-training/thailand-triathlon-training-packages/
  • Online Training เป็นการฝึกซ้อมแบบออนไลน์ มีโค้ชออกแบบตารางให้ ส่งการบ้าน เป็นการซ้อมทางไกลน่ะเองค่ะ
  • Training Camp เป็นการรวมกลุ่มกันซ้อมระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ อันนี้ค่อนข้าง intensive และราคาค่อนข้างสูงค่ะ
  • Group Training เป็นตารางเทรนนิ่งที่ระบุวันเวลาตายตัวของคลาสต่าง ๆ คล้าย ๆ ตารางตามฟิตเนสค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นไตรกีฬา ในแต่ละเดือนจะมีประกาศวันเวลาและคลาสในแต่ละสัปดาห์ เราไม่จำเป็นเข้าทุกวันหรือทุกคลาส สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าอันไหน ซึ่งฮั้วเลือกเทรนแบบอันนี้ค่ะ

ฮั้วเดินทางมาเทรนเป็นระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ซึ่งตรงกับวันศุกร์ถึงวันจันทร์ ดังนั้นพอเช็คตารางแล้วจะสามารถเข้าคลาสตามวันต่าง ๆ ได้แบบนี้ค่ะ (สามารถเข้าไปดูตารางที่นี่ค่ะ http://www.thanyapura.com/sports/asia-triathlon-training/phuket-group-triathlon-training/)

วันศุกร์เย็น : Swim Speed / Endurance

วันเสาร์เช้า : Bike Strength/LT (Time Trial intervals)

วันอาทิตย์เช้า : Bike Long Endurance

วันจันทร์เช้า : Run Hill Repeats/Speed

แล้วจะเข้าคลาสเหล่านี้ได้อย่างไร ..อะฮ่า พวกแพ็คเกจหรือเทรนนิ่งแค้มป์เนี่ยค่อนข้างจะราคาสูง บอกตามตรงนะคะว่ามือสมัครเล่นหรือมือใหม่อย่างฮั้วเอื้อมไม่ถึงค่ะ เพราะดูเข้มข้นมาก แต่สิ่งที่พอจะเอื้อมถึงและได้มีโอกาสลองเทรนกับโค้ชระดับโลกได้เนี่ย คือ Group Training นี่แหละค่ะ ราคา drop in คือ 600 บาทต่อคลาส เราก็เลือกดูตามตารางเลยค่ะ ว่าเราอยากจะฝึกอะไร กีฬาอะไร ก็โทรมาจองที่แล้วก็เข้าอันนั้นค่ะ

ว่ายน้ำ : เหนื่อยแทบขาดใจ

วันแรกฮั้วกับโอ๋ก็มาลงเรียนคลาส Swim Speed / Endurance กับโค้ช Sergio ค่ะ .. สารภาพเลยว่าบรรยากาศที่นี่มันเชื้อเชิญให้กระโดดลงสระตั้งแต่แรกเห็นค่ะ สระน้ำสีฟ้าใสสะอาด เลนข้าง ๆ มีนักกีฬาว่ายน้ำขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่รู้กี่รอบ บางเลนมีเด็กตัวน้อย ๆ มาหัดเรียนว่ายน้ำ (ในสระ 50 เมตรเนี่ยแหละค่ะ)

บางเลนเป็นนักกีฬาว่ายน้ำจากต่างประเทศมาเก็บตัวเพื่อแข่งโอลิมปิก น้อง ๆ เค้าดูจริงจังและทุ่มเทมาก ๆ เลย แค่นั่งมองก็รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นเหล่านั้นเลยค่ะ แถมยังได้กำไรจากการนั่งดูกล้ามแน่น ๆ ของน้อง ๆ เค้าอีก อร๊าย สุขใจมาก 😛

ก่อนเวลาเรียน ฮั้วก็กระโดดตูมลงน้ำที่สระ 50 เมตร ..​เฮ้ย น้ำใสมาก เห็นทะลุไปอีกฝั่งเลย และน้ำลึกมาก (ประมาณ 3 เมตร) รสชาติของน้ำก็ไม่มีกลิ่นคลอรีนรุนแรงเลย ระบบโอโซนดีอย่างนี้นี่เอง อยากจะว่ายทั้งวันเลยเชียว

ในคลาสนี้มีคนมาเรียน 5 คน โค้ช Sergio แบ่งนักเรียนเป็นสองเลน เลนหนึ่งมีชาวต่างชาติ 3 คนดูทีท่าแล้วแข็งแรงมาก ๆ และอีกเลนคือฮั้วกับโอ๋ เค้าให้ว่ายวอร์มก่อน 200 เมตร พอครบระยะก็กำหนดให้ว่ายเตะขา 25 เมตรแล้วว่ายเบา ๆ อีก 25 เมตรไปถึงอีกฝั่ง รวมระยะอีก 200 เมตร

พอครบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นว่ายเร็ว 25 เมตรและว่ายช้าอีก 25 เมตร ไปกลับเป็น 1 รอบ (ระยะต่อรอบ 100 เมตร) แต่พอฮั้วว่ายมาแตะขอบสระทีไร เงยหน้าขึ้นมาหายใจปั๊บ โค้ชบอก “ออก” ..​เฮ้ย ชั้นยังไม่ได้พักเลย ออกอีกแล้ว .. ตอนหลังเลยเพิ่งเข้าใจว่า เค้าจับเวลาอยู่ ถ้าฮั้วยิ่งช้าก็ยิ่งมีเวลาพักน้อยลง แต่เฮ้ย .. ชั้นระดับเบบี๋ ขอหายใจหายคอบ้างได้ไหม .. รอบนั้นทนไปได้ซัก 500 เมตร โค้ชก็สั่งพัก … ฮั้วกำลังจะตาย หายใจไม่ทัน แต่คนอื่นๆ ดูนิ่งมากๆ

พอซักพัก โค้ชบอกมาเล่นอะไรสนุก ๆ แบบไตรกัน (เอ่อ ในใจอิชั้นคือ ขอเลิกก่อนได้มะ สนุกของยู ไอตายแน่ๆ) ณ จุดนี้น้องโอ๋เค้าเพิ่งเริ่มว่ายน้ำ เค้าก็โดนให้ว่ายขึ้นลง ๆ ของเค้าไป ..​ส่วนฮั้วโดนจับให้ไปอยู่เลนกับสามฉลาม เฮ้อ กบอย่างข้าจะกระดึ๊บทันไหม

โค้ชบอกให้ฮั้วเป็นคนที่สาม ว่ายดราฟท์คนข้างหน้าให้ทัน .. เอ่อ สปีดกบ ๆ อย่างชั้นจะตามฉลามทันเหรอ แค่ easy เค้า ฮั้วยังตามไม่ได้เลย ในใจนี่แบบ shit shit shit

พอโค้ชบอก “ไป ไป ไป” เอ่อ .. ว่ายดราฟท์คืออะไรคะ อิชั้นฝึกว่ายคนเดียวมาตลอด จะว่ายใกล้ก็กลัวโดนเตะ จะว่ายห่างก็กลัวตามไม่ทัน สุดท้ายแล้วตามไปได้ 30 เมตรก็หลุดกระจุยค่ะ น้องโอ๋บอกว่าป้าที่ตามหลังฮั้วมา (ซึ่งจริง ๆ แล้วป้าว่ายเร็วกว่าฮั้วอีก) ต้องชะเง้อขึ้นมาดูหลายรอบว่าฮั้วว่ายถึงไหนแล้ว .. พอถึงอีกฝั่ง ป้าบอก “ยูอย่าหยุด ว่ายตามให้ทัน” ฮั้วนึกในใจ ไม่ได้หยุดน๊า แต่นี่คือเร็วที่สุดแล้วจ้า

สุดท้าย ฮั้วเล่นเกมส์นี้ไป 200 เมตร (2 รอบ) โค้ชก็สงสารบอกหยุดเถอะ ข้ามมาอีกเลนมาฝึกแขนดีกว่า แล้วโค้ชก็ปล่อยให้ฉลามทั้งสามดราฟท์กันต่อไป .. ส่วนฮั้วนั้น โค้ชก็มาแนะนำว่าควรปรับปรุงอะไร เช่น เหวี่ยงแขนตรงและก้มหัวอีกหน่อย แล้วให้ฝึกท่านั้นไปเรื่อย ๆ ว่ายช้า ๆ แล้วสลับเร็ว โดยที่พอเผลอกลับมาท่าเดิมทีไร โค้ชก็จะบอกให้หยุด ให้ว่ายใหม่กับท่าที่เค้าแนะนำ ..​ จบชั่วโมงนั้น ฮั้วว่าฮั้วน่าจะว่ายเกิน 2000 เมตรแน่ ๆ

พอเรียนจบก็รวมตัวคุยกันหลังคลาส และเพิ่งมารู้ว่าสามฉลามนั้นจบไอรอนแมนกันมาแล้ว .. เอ่อ มิน่า กบอย่างข้าพเจ้ากลายเป็นลูกอ๊อดไปเลย

ปั่น : เร็ว แรง

ทริปนี้มีโอกาสปั่นสองครั้งค่ะ ครั้งแรกวันเสาร์เป็นคลาส Bike Strength/LT (Time Trial intervals) ต้องทำอะไรหว่า รอบนี้ฮั้วไปคนเดียว ก็ไปเจอกับคุณป้าสุดเก่งและโปรคนนั้นอีก ตายอีกแล้วสิฮะ ไม่มีมือใหม่เลย แล้วความมั่นใจบนจักรยานยิ่งต่ำอยู่ด้วย

เส้นทางการปั่นเป็นเส้นทางที่ทางธัญญปุระกำลังจะจัดแข่ง Classic Cycling Race ในเดือนพ.ย. นี้ (ภาพเส้นทางตามลิงค์นี้เลยค่ะ Thanyapura Phuket Classic Cycling Race) ความรู้สึกแรกคือ ตื่นเต้น กลัวปั่นตามโปรไม่ทัน แต่อย่างน้อยก็มีน้องลักกี้ที่เป็นโค้ชคนไทยของธัญญปุระคอยประกบปิดท้าย .. วันนั้นมีคนมาปั่นทั้งหมด 6 คน

ความรู้สึกถัดมาคือ เฮ้ย ทางสวยมาก ผ่านความร่มรื่นของป่ายาง นี่มันแค่ออกจากรั้วธัญญปุระเองนะ รถก็ไม่เยอะ ทางก็เรียบ ปั่นวอร์มไปเกือบ 10 กิโล ก็นึกขึ้นได้ มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมกด Garmin

มาถึงช่วงต้นถนนซักที่นึง โค้ช Sergio บอกให้หยุด เรากำลังจะวอร์มไปจุดสตาร์ท ถนนเส้นนี้เราจะปั่นขึ้นลงกันวันนี้ .. ฮั้วนึก เฮ้ยแล้วไอ้สิบกิโลที่ผ่านมาไม่ใช่วอร์มเร๊อะ!!

ปั่นบนถนนเส้นนั้นไปอีก 15 กิโล ผ่านหมู่บ้าน ผ่านชายทะเล มีเนินเขาขึ้นลง มีลูกกระเด้งให้เบรกนิดหน่อย โหดอะ ฮั้วยิ่งตื่นเต้น เค้าจะปั่นอย่างไรกันนะ แต่ก็ดีใจที่มีน้องลักกี้ประกบ เพราะเค้าจะคอยบอกเปลี่ยนเกียร์อย่างนี้นะครับ ทางข้างหน้าทางโค้งนะครับ เดี๋ยวมีลูกกระเด้งนะครับ ฮั้วแค่ปั่นและมองน้องเค้าว่าปั่นอย่างไรแล้วทำตามให้ได้ ก็สบายใจไปครึ่งนึงละ

เมื่อสุดถนนก็คือจุดเริ่มต้นของการปั่น โค้ช Sergio บอกว่าเราจะปั่นไปกลับบนเส้นทางที่ผ่านเมื่อตะกี้ จำนวน 5 ครั้ง แล้วต้องใช้เกียร์หนักสุดตลอดทาง (คือจานหน้าใหญ่ จานหลังเล็กสุด.. เอ่อ ตั้งแต่ปั่นมาไม่เคยแตะจานหลังเล็กสุดเลย) จะไหวเหรอเนี่ย .. น้องลักกี้บอก พี่ออกก่อนเลย ไม่งั้นพวกโปร ๆ จะรอพี่นาน เดี๋ยวเค้ามาแซงพี่เอง .. โอเค ๆ เอาไงเอากัน

ออกตัวด้วยเกียร์หนักมาก ขาสั่นเลยแต่ก็พยายามตาม ๆ น้องเค้าไป น้องเค้าบอกเดี๋ยวจะขึ้นเนินแล้วนะครับ เนินไหนสูงฮั้วก็ขอลดเกียร์ คือขึ้นไม่ไหวจริงๆ.. บางจังหวะ น้องเค้าก็สอนเปลี่ยนเกียร์เลยว่าลงอีกกี่อัน รู้สึกเหมือนกำลังได้รับการเทรนแบบตัวต่อตัว .. ส่วนพวกโปรทั้งหลาย แซงฟิ้วหายไปตั้งนานแล้ว ยิ่งพอเค้ากลับตัวมา หน้าตาดูเหนื่อยแต่จริงจังมุ่งมั่น ฮั้วรู้สึกโชคดีที่ได้มาเห็นพลังแบบนี้ ได้แรงฮึดขึ้นมาทุกที

การเทรนครั้งนี้ฮั้ววนได้แค่ 3 ครั้ง หมดแรงค่ะ เลยขออนุญาตโค้ช Sergio ปั่นกลับเลย แต่เส้นทางสวยงาม ร่มรื่นมาก รถก็ไม่ค่อยมี แถมไม่ไกลจากธัญญปุระอีกต่างหาก ติดใจเลยค่ะ

วันรุ่งขึ้นกับคลาส Bike Long Endurance .. น้องลักกี้บอกมีให้เลือกว่าจะปั่นระยะ 110 กิโลหรือ 150 กิโล ครั้งนี้คนเพียบเกือบ 20 คนได้ น้องโอ๋ตื่นเช้ามาปั่นด้วย น้องเค้าบอกเค้าอยากปั่น 110 km ส่วนฮั้วไม่แน่ใจว่าจะไหวไหมแต่ถ้าน้องเค้าไปอันนั้นก็ต้องไปด้วยกัน

คนที่มาร่วมปั่นด้วย ส่วนมากจะเป็นนักกีฬาไตรและโปร (อีกแล้ว) บางคนมารถไตร บางคนมารถหมอบ แถมยังต้องปั่นกลุ่มใหญ่ (ซึ่งฮั้วไม่ชอบปั่นกลุ่มเลย กลัวเกิดอุบัติเหตุ) แต่อย่างน้อยก็มีน้องลักกี้คอยปิดท้ายเช่นเคย

พวกเราปั่นออกจากธัญญปุระลัดเลาะตามซอย ออกถนนใหญ่เส้นที่จะไปสะพานสารสิน ได้เจอกลุ่มจักรยานหลายกลุ่ม ชื่นใจเลยค่ะ รู้สึกอิจฉาคนภูเก็ตที่มีถนนดี ๆ ให้ปั่นจักรยานและยังมีเพื่อนปั่นตามทางเยอะด้วย

ระหว่างปั่น น้องลักกี้ก็คอยบอกว่าพี่ฮั้วต้องปั่นเข้ากลุ่มไปอีกฮะ ไม่งั้นจะหลุดนะ .. เอ้อ น้องเอ้ย พี่ละกลัวชนเค้าจริง ๆ เดี๋ยวปั่นชะเวิ๊บชะว๊าบ จักรยานหลายแสนของแต่ละคนจะมาเจ๊งเพราะพี่ แต่ก็ทำแข็งใจพยายามเร่งสปีดตามเค้าไป ขึ้นเนินก็ขึ้นด้วย แต่ใส่แรงซะเยอะเชียวน่าจะเป็นเพราะไม่หมกในกลุ่มเท่าไหร่ การดราฟท์เลยไม่ค่อยได้ผล ยังคงต้องใช้แรงตัวเองอยู่

ซักพัก โค้ช Sergio ชะลอลงมาถามว่ายูจะปั่นเท่าไหร่ ก็บอกเค้าไปว่าเพื่อนอยากปั่น 110 ก็ว่าจะตามนั้น เค้าแสดงสีหน้าว่าเป็นห่วงอย่างชัดเจน คงมองออกสินะว่าเธอไม่รอดร๊อก .. พวกเราปั่นมาเรื่อย ๆ เกือบจะถึงสะพานสารสินละ น้องลักกี้ปั่นตามหลังมาบอกว่าเพื่อนพี่หลุดกลุ่มไปแล้วฮะแต่กลุ่มไม่สามารถหยุดรอได้นะ เอ่อ เอายังไงดี ทางก็ไม่รู้จัก รู้แต่ว่าเค้าจะมีพักเบรกที่ร้านเบเกอรี่อะไรซักอย่าง น้องเค้าก็เลยแนะนำว่าพี่ต้องหยุดที่สะพานแล้วล่ะ เพราะเลยจากนี้ไปจะเริ่มเลี้ยวเยอะ เดี๋ยวจะคลาดกัน

ฮั้วเลยตัดสินใจรอน้องโอ๋ตรงช่วงสะพาน .. ก็ดีเหมือนกัน ไม่เคยมาสะพานสารสินเลย ได้ปั่นมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด แถมพอปั่นกลับก็ได้ระยะทางกำลังสนุก (ประมาณ 55 กิโลเมตร) ไม่โหดเกินไป เหมาะกับมือใหม่อย่างเรา

พอพวกเรากลับมาที่ธัญญปุระก็จัดเลยน้ำผลไม้ปั่นเย็น ๆ ชื่นใจ นั่งรอพวกที่ออกไปปั่นยาวกลับมา แต่ละคนหน้าตาเกรียมไหม้เพราะวันนั้นแดดจัดมาก ส่วนพวกเราเหรอ นั่งหน้าใสคอยตะโกนทักคนโน้นคนนี้ ชิลไปเลยค่ะ

วิ่ง : งานถนัดแต่ไม่ใช่ที่นี่

วันจันทร์เช้าพวกเราเข้าร่วมคลาส Run Hill Repeats/Speed มีกัน 6 คน โค้ช Sergio และน้องลักกี้พาเราวิ่งออกจากธัญญปุระวอร์มไปสองกิโลกว่า ๆ ระหว่างทางมีเนินบ้างเล็กน้อย ฮั้วนึกในใจ เอ่อ เนินแบบนี้คือวอร์ม .. ของจริงจะขนาดไหน

พอถึงถนนเส้นเล็ก ๆ มองตรงเข้าไปคือป่า ชั้นเห็นเนินแล้วไม่ใช่ย่อยนะจ๊ะ .. โค้ช Sergio บอกยูจะวิ่งขึ้นเนิน 1 นาที  3 รอบ แล้ววิ่ง 2 นาที 2 รอบ ต่อมาคือวิ่งไปให้สุดเนินเขา และทำทั้งหมด 3 เซ็ต… โค้ชบอก session นี้ไม่เน้นเร็ว เน้นพลังขา ไม่ต้องรีบ .. ฟังดูไม่ยากนะ แต่พอทำจริง ๆ เหนื่อยมาก อากาศวันนั้นชื้นจัด วิ่งขึ้นลง ๆ หลายรอบค่อนข้างเหนื่อยเลย  .. ขอสารภาพว่ารอบหลัง ๆ ฮั้วเดินค่ะ วิ่งขึ้นไม่ไหวเลย ต้นขาหนักมากแทบจะยกขาไม่ขึ้น ฝึกทางราบมาตลอดไม่คิดเลยว่าพอเจอเนินแล้วจะอ่อนด้อยขนาดนี้ นึกในใจว่าถ้าได้มาฝึก hill ที่หลังบ้านธัญญปุระนะ คงอัพเกรดเลเวลน่าดูเลย .. อีกใจก็สงสารรองเท้า Altra Impulse แสนสวยคู่ใหม่ที่เพิ่งสอยมา เธอเละแน่ ๆ รองเท้าจ๋า

จบคลาสแบบหอบแฮก ๆ ก็ต้องวิ่งกลับไปธัญญปุระอีกสองกิโลกว่า .. วิ่งครั้งนี้โชคดีที่ได้เทรนกับนักแข่งรถชื่อดังและแฟนเค้าอย่างใกล้ชิด ฮั้วตกใจกับความฟิตของทั้งสองสุด ๆ ค่ะ ฝ่ายชายวิ่งเร็วมาก ๆ ฝ่ายหญิงวิ่งเนือย ๆ แต่ไปได้เรื่อย ๆ (ฮั้วไม่ได้พกโทรศัพท์ค่ะ เลยอดเอารูปมาฝากเลย) .. โค้ช Sergio บอกว่า ในหนึ่งสัปดาห์เราควรจะวิ่ง Hill Repeat, Speed work และ Long Run แค่นี้พอ ไม่ต้องวิ่งเยอะ คุณภาพเน้น ๆ แล้วการวิ่งจะพัฒนาเอง .. อืม จด ๆ ๆ ๆ

บอกตามตรงเลยค่ะว่า 4 วัน 3 คืนที่มาอยู่ที่นี่ ฮั้วกับโอ๋แทบไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะ ตารางในหนึ่งวัน (โดยประมาณ) คือ

  • ตื่นเช้า 6 โมงไปกินอาหารเช้าที่ DiVine Restaurant
  • 7 โมงออกไปเทรน (เช่นปั่นหรือวิ่ง)
  • 9 – 10 โมง หลังจากออกกำลังกายช่วงเช้าเสร็จ เราก็จะไปกกินขนมหรือเครื่องดื่มที่ Booster Deli & Bar Bar ซึ่งมีทั้งน้ำผักผลไม้ ขนมแบบเฮลตี้มาก ๆ
  • เที่ยง ก็กินอาหารที่ DiVine Restaurant
  • บ่าย ๆ ก็นอนพักผ่อน
  • เย็น ๆ ซัก 17.00 น. ก็ว่ายน้ำรอบเย็น
  • ทานอาหารเย็นที่ DiVine Restaurant
  • นอนหลับ 21.00 – 22.00 น. เพื่อเตรียมตัวตื่นขึ้นมาฝึกภาคเช้าอีก

เพื่อน ๆ คงสงสัยทำไมสองคนนี้กินร้านอาหารในธัญญปุระ ก็อาหารที่นี่อร่อยมากค่ะ หลัก ๆ แล้วอาหารจะเป็นสไตล์อาหารตะวันตก ในแต่ละเมนูจะมีจำนวนแคลอรี่ของจานนั้น ๆ กำหนดไว้ด้วยและเขียนบรรยายเสร็จสรรพว่าใส่อะไรบ้าง ถ้าใครควบคุมอาหารก็สามารถรู้เลยว่ามื้อนี้ชั้นจะกินเท่าไหร่ ราคาไม่สูงมาก เรียกว่าราคาเหมือนอาหารตะวันตกในกรุงเทพค่ะ ไม่ได้ชาร์จราคาสูงเว่อร์เหมือนร้านตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป และที่สำคัญคือจานใหญ่มากตามปริมาณที่เสิร์ฟให้คนต่างชาติค่ะ (เราสองคนติดใจสปาเก็ตตี้แซลมอนมาก ๆ สั่งกัน 5 จานเลยค่ะ .. เมนูนี้ขอแนะนำสุดๆ)

หลังจากออกกำลังกายมาเสร็จควรกินอะไร พวกเราสั่ง Banana Smoothie ค่ะ เป็นกล้วยปั่นใส่น้ำผึ้งและโปรตีนผง อร่อยมาก .. เมนูนี้ลอกมาจากนักแข่งรถคนนั้น คือหลังจากปั่นก็เห็นเค้าดื่มอันนี้ วิ่งเสร็จเธอก็ยังดื่ม เลยถามเค้าเลยว่ายูสั่งอะไร พอได้ลองแล้วติดใจเลยค่ะ อร่อย ชื่นใจ พลังพุ่งปรี๊ดเลย

ธัญญปุระมีดีอะไร 

ถ้าก่อนไป ฮั้วก็คงนึกได้แค่ว่า facility อลังการน่าไปซ้อม แต่หลังจากได้เข้าไปฝึกซ้อมระยะสั้น ๆ แทนที่ฮั้วจะเหนื่อยจนอยากกลับบ้าน แต่ฮั้วกลับรู้สึกได้ชาร์จพลังกายและพลังใจเต็มเปี่ยมและอยากอยู่ต่อนาน ๆ ..แม้เวลาซ้อมฮั้วจะเป็นคนที่อ่อนสุดในกลุ่ม แต่เมื่อแวดล้อมไปด้วยคนเก่งที่เค้ามีแววตามุ่งมั่น แรงพลังนั่นมันแผ่มาถึงฮั้ว อยากจะเก่งขึ้น อยากจะใส่ได้เต็มที่เหมือนเค้าบ้าง

ถ้าเป็นคนทั่วไป การเดินทางไปพักผ่อนที่ภูเก็ตก็คงไปนอนชิลๆ ที่ชายทะเล ตะลอนไปทริปล่องเรือทั้งวันแทบไม่ได้อยู่โรงแรม แต่สี่วันของการพักผ่อนของฮั้วนั้น ฝังตัวอยู่แต่ในโรงแรมแต่ไม่เคยได้อยู่นอนนิ่ง ๆ เลย เพราะโรงแรมนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมให้เราสนุก ได้ไปเปิดรับพลังงานจากนักกีฬาระดับโลก นักกีฬาสมัครเล่นคนอื่นๆ ได้เห็นความเก่งกาจของนักไตร ได้เห็นคนซ้อมกันเต็มค่าย แค่นั่งดูเค้าซ้อมยังเพลินเลย เค้าว่ายกันท่าไหนนะ เค้าว่ายยังไงให้ไหลลื่น .. แม้กระทั่งเด็กเล็ก ๆที่ใส่ชุดว่ายน้ำน่ารัก ๆ มาเรียนว่ายน้ำ ก็ยังส่งพลังให้ฮั้วเลยค่ะ เค้ามาเรียนด้วยความสนุกสนาน .. แปลกดีนะคะ บางทีพลังงานมันก็ส่งถึงกันง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ

อุปกรณ์และสถานที่สวยงามเป็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่โค้ชทุก ๆ คน เทรนเนอร์หรือแม้แต่พนักงานในห้องอาหาร กลับทำให้ธัญญปุระมีชีวิตชีวา เค้าใส่ใจถามไถ่ ซ้อมมาเป็นอย่างไรบ้างคะ ปั่นไปถึงไหนคะ วันนี้ทานอะไรดีคะ ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

ฮั้วว่าที่นี่ไม่ได้เหมาะแค่นักกีฬาสุดโปร หรือคนที่สนใจจะเล่นไตรเท่านั้น ไปถึงต่างจังหวัดทั้งทีเราก็อยากจะพาครอบครัวเราไปด้วย จริงไหมคะ .. ที่นี่เหมาะกับการเป็นแคมป์พักผ่อนของครอบครัวเลยนะ คุณพ่อไปออกกำลังกายตอนเช้า จะปั่นหรือวิ่งก็แล้วแต่ คุณแม่ก็ไปเล่นโยคะชิล ๆ ไปนวดตัว คุณลูกก็ไปเรียนว่ายน้ำ เย็น ๆ รวมตัวกันเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาด มีกิจกรรมให้สนุกสนานทั้งครอบครัวเลย .. เวลาสี่วันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฮั้วได้รับคำแนะนำมากมายและได้เพื่อนใหม่ด้วย ฮั้วกลับมากรุงเทพพร้อมความกระตือรือร้นมากกว่าเดิม อยากซ้อม อยากดีขึ้น

ถ้ามีเวลาพักร้อนอีกครั้งใด เราได้เจอกันอีกแน่ “ธัญญปุระ”

ขอขอบคุณธัญญปุระภูเก็ตที่เปิดโอกาสให้เราสองคนได้ไปเปิดโลกทัศน์และเรียนรู้วิถีแห่งไตรกีฬาค่ะ