Race Report,  Triathlon

แหลมแม่พิมพ์ไตรกีฬา 2015

แหลมแม่พิมพ์ไตรกีฬา จ.ระยอง (28 มิ.ย. 58) เป็นงานที่ไม่ได้ตั้งใจจะลง แต่งานนี้โค้ชไซมอนแนะนำให้ไปซ้อมสนุก ๆ ก่อนลงแข่งที่กรุงเทพไตรกีฬาซึ่งจะจัดในสัปดาห์ถัดไป พอลองหาข้อมูลก็มีแต่คนบอกว่างานนี้เป็นงานที่จัดโดยสมาคมไตรกีฬา ซึ่งจัดเพื่อทดสอบสมรรถภาพนักกีฬาทีมชาติ ไม่มีความปลอดภัยเข้มข้นทั้งในน้ำและบนบกเหมือนงานใหญ่ๆ ที่เคยลงมา ใจนึงก็กลัวแต่อีกใจก็อยากลอง เลยตัดสินใจลงตามคำโค้ช

ครั้งนี้ลงระยะ Sprint Distance (ว่าย 750 เมตร ปั่น 20 กิโลเมตร วิ่ง 5 กิโลเมตร) เพื่อดูว่าหลังจากเข้าตารางการซ้อมมาทั้งหมด 3 เดือนมีผลเป็นอย่างไร ซึ่งก็ยังคงเป็นการซ้อมบาลานซ์ทั้งว่ายและปั่น (แต่ลดวิ่งลง หรือเรียกว่าแทบจะไม่ได้วิ่งเลย โค้ชต้องการให้รักษาขาให้หายสนิทจากการบาดเจ็บที่เกิดจากงานวิ่ง 10 ช.ม. อ่านได้ที่ งานอัลตร้าสวนพฤกษ์) ส่วนการว่ายน้ำก็เป็นการปรับตารางให้ซ้อมด้วยการว่ายท่ากบแทนฟรีสไตล์ หลังจากที่เห็นการว่ายของฮั้วที่งานพัฒนาไตรฯ (อ่านได้ที่ งาน Pattana Triathlon)

การรับบิบในวันเสาร์ที่แหลมแม่พิมพ์ก็ง่าย ๆ ไม่มีขั้นตอนอะไร มีเจ้าหน้าที่ซึ่งส่วนใหญ่ดูเป็นเด็กนักเรียน จัดแจงแยกกองเอกสารของนักกีฬาในแต่ละระยะ เป็นเต๊นท์เล็ก ๆ ตั้งอยู่ริมทะเล มีลำโพง อยู่ริมถนน แค่บอกชื่อบอกระยะ ก็ได้รับเบอร์บิบ เข็มกลัด และเสื้อยืดที่ระลึกของงาน ไม่มีหมวกว่ายน้ำ ไม่มีที่ติดบิบ ไม่มีสินค้าสปอนเซอร์

การฟังบรีฟก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ ไม่มีแผนที่ เป็นการอธิบายปากเปล่าว่าต้องทำยังไง ไม่มีปิดถนน มีเรือดูแลไม่กี่ลำ ว่ายออกไปแล้วอ้อมทุนกลับมา ไม่มีกฏห้ามดราฟท์ตอนปั่น มีน้ำแจกแค่ช่วงวิ่ง

บรรยากาศเช้าวันแข่ง

ทะเลระยองในช่วงนั้นค่อนข้างมีคลื่นแรง เพราะฝนตกตลอดทั้งวันมาหลายวัน ฮั้วยืนมองด้วยความกลัวสุดใจ คลื่นถาโถมเข้าฝั่งค่อนข้างแรง คิดไม่ออกว่าจะว่ายฝ่าคลื่นออกไปยังไง แม้กระทั่งผู้จัดเองยังบอกว่าถ้าวันแข่งคลื่นแรงแบบนี้จะปรับเป็นการวิ่งชายหาดแทนการว่ายน้ำ

เย็นวันเสาร์ก็เลยลองว่ายทะเลเพื่อทำความคุ้นเคย และโชคดีที่ได้โบว์มาสอนการมุดคลื่นออกไป ซ้อมกันหลายรอบมาก พยายามฝึกการมุด (อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นการมุดแบบโปรฯ โดยใช้ท่าผีเสื้อนะคะ ฮั้วแค่ก้มตัวลงให้คลื่นผ่านหัวไปเท่านั้นเอง) ฝึกว่ายฟรีสไตล์แบบมองทุ่น นึกในใจว่าน่าจะพอไหวนะ

งานนี้ทีม 349 Running มากันหลายคน ส่วนมากมาเชียร์ แต่คนที่ลงมีแค่ 3 คนระยะ sprint กันทั้งหมด และโค้ชก็ลงระยะ standard

ลองซ้อมว่าย

เช้าวันแข่ง ฮั้วจูงจักรยานมาแขวนที่ราวที่ตั้งอยู่ริมถนนเลียบชายหาดนั่นแหละ ที่พื้นมีตะกร้าติดเบอร์ไว้ให้ใส่ของ พื้นยังคงเปียกแฉะจากการที่ฝนตกไม่หยุดตั้งแต่วันเสาร์ (คิดในใจว่าต้องระวังไม่ให้ลื่นและล้ม) หลังจากวางของก็ลงไปวอร์มว่ายน้ำที่หาด

หลังจากวอร์มเสร็จก็ขึ้นมาขอกำลังใจจากโค้ชกระสุนซักหน่อย (บอกโค้ชกระสุนว่าครั้งนี้จะว่ายฟรีสไตล์ค่ะ!! หลังจากไปเรียนว่ายกับโค้ชกระสุนมาไม่กี่ครั้ง ก็อยากจะลองวิชา) ก่อนปล่อยตัว ท่านนายกสมาคมฯ ก็บรีฟเรื่องเส้นทางอีกครั้ง หน้าหาดนั่นแหละ ไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แต่ที่น่าตกใจคือ นักกีฬาระยะ standard และ sprint ทั้งชายและหญิง ปล่อยตัวพร้อมกันหมดค่ะ

หลังจากที่ทุกคนวิ่งกรูกันลงทะเล ฮั้วก็หลีกฉีกผู้คนออกด้านข้างเลยค่ะ ใครจะวิ่งลงก็วิ่งไป ข้าพเจ้าขอที่โล่ง ๆ ให้หายใจหายคอหน่อย เข็ดแล้วกับการโดนดึง โดนเตะ ..​ช่วงว่ายออกไปยังคงใช้กบค่ะ ไม่สามารถฟรีสไตล์ได้อย่างใจ พอเจอคลื่น เจอคนเต็มพื้นที่ มันพะวงไปหมด นึกในใจไว้ค่อยว่ายฟรีสไตล์ตอนขากลับก็ได้

ฟังบรีฟกันที่หน้าหาด

ผ่านทุ่นลูกแรก ทุ่นลูกสอง ทุ่นลูกสาม ช่วงกำลังว่ายเข้าฝั่ง ตัดสินใจว่ายฟรีเถอะนะ ไม่ลองตอนนี้แล้วเธอจะลองตอนไหน พอยกตัวขึ้นมาดูทางทีไรตัวก็จมทุกครั้ง ทรมานมากกว่าจะว่ายถึงฝั่ง ท่าผิดเพี้ยน ตัวงอ ใช้แขนเยอะมากแต่ว่ายไม่ไปไหน ถึงแม้จะไม่ได้ว่ายฟรีสไตล์อย่างที่บอกโค้ชกระสุนไว้ แต่อย่างน้อยก็ได้ทำซักหนึ่งในสามของระยะทางล่ะว๊า

ระหว่างวิ่งขึ้นไปที่ transition ก็ถอดแว่น ถอดหมวกว่ายน้ำ วิ่งไปที่จุดวางของ นั่งลงใส่ถุงเท้า รองเท้าปั่น (ที่สอยมาใหม่ ยังไม่ได้รีฟิตติ้งเลย) ใส่หมวกแล้วเอาจักรยานออกไปปั่น ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงโค้ชกระสุนที่ตะโกนเชียร์พี่จาที่ลงระยะเดียวกัน .. แอบตกใจ เฮ้ยขึ้นมาทันพี่จาหรือเนี่ย

จุด transition ริมถนน

ปั่นออกจาก transition มาได้แป๊บเดียว ได้ยินเสียงโค้ชอยู่ข้าง ๆ ตะโกนบอกว่า “ยูปั่นเร็วไปแล้ว อย่าเพิ่งเร่ง ค่อย ๆ ไป” ฮั้วหันไปบอก “โอเคๆ” แล้วโค้ชก็แซงฟิ้วหายไป ..​นึกในใจ “เฮ้ย นี่ว่ายครบ 1.5 กิโลแล้วเร๊อะ ไวจริงๆ .. เอ๊ะ เฮ้ย ทำไมเราไม่ดราฟท์โค้ชไปเนี่ย” (ยังกะจะตามเค้าทัน :P)

พอโค้ชบอกให้เบา ฮั้วก็เลยเบาลงแล้วก็ค่อย ๆ เร่งขึ้นมาอีกครั้งตามจังหวะตัวเอง งานนี้ไม่ปิดถนน 100% ตามที่เจ้าหน้าที่บอก นักกีฬาต้องคอยระวังทรายตามพื้น ระวังหลุม แล้วก็ระวังรถที่ตามหลังมา แต่ก็มีเจ้าหน้าที่โบกให้ตามทางแยก

โค้ชตามหลังมา

พอถึงช่วงกลับตัว ฮั้วก็เริ่มเร่งเครื่องขึ้นมา ซักพักได้ยินเสียง “ปุ๊” แต่ก็ไม่ได้สนใจ เพราะนึกว่าเหยียบหินกระเด็น ก็ปั่น ๆ ไปตามเรื่อง แต่เอ..ทำไมรถมันหนัก ๆ ได้ยินเสียงวืด ๆ ๆ ๆ ฮั้วก็ยังไม่สนใจอีก นึกว่าขึ้นเนินแล้วแรงหมดหรือเบรกหน้าติด (ซึ่งเกิดเป็นประจำ)

ซักพักเริ่มคุมรถไม่ได้ ทำไมมันเป๋ ๆ หว่า ฮั้วก้มลงมองล้อหน้า ..”จ๊าก ยางแบนแต๊ดแต๋เลย” ในที่สุดก็หยุดรถ ยืนลังเลว่าจะทำยังไงดี อุปกรณ์เปลี่ยนยางก็มีนะ ยางในก็มี แต่ไม่เคยเปลี่ยนยางเองในสถานการณ์จริง ๆ น้องปอนด์ Bike Terminal มีสอนมาบ้าง แต่พอเจอของจริง ตื่นเต้นตกใจ ลืมหมดทุกอย่าง

ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ซักพัก เห็นพี่จาทีม Tri-Bullet ปั่นผ่านไป พี่จาตะโกนว่า “เดี๋ยวจะไปบอกน้อง ๆ ให้” .. ซักพักพี่บีทีม Play More กำลังเกาะกลุ่มปั่นผ่านมา ถามว่าจะเปลี่ยนยางหรือจะยังไง ..ฮั้วนึกในใจถ้าเปลี่ยนยางก็เสียเวลาพี่บีด้วยเพราะพี่เค้าต้องช่วยแน่ ๆ เลยถามพี่เค้าว่าฮั้วสามารถลุยต่อได้ไปไหม ล้อจะเสียหรือเปล่า พี่บีบอกว่าพอไปได้ ระยะทางไม่ไกลเท่าไหร่ ล้อน่าจะโอเค ขอให้ระวังหลุมก็พอ แถมพี่บียังคอยปั่นคุมให้ตลอดทางด้วย .. ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

รูปจากช่างภาพงาน

ระยะทางที่บดล้อมาน่าจะประมาณ 5 กิโลเมตรได้ ปั่นไปก็เสียวล้อพัง ทรงตัวก็ยาก รู้สึกเซ็งมาตลอดทาง อุตส่าห์ทำเวลามาดี พอมาถึง transition ฮั้วก็เลยรีบเปลี่ยนรองเท้า เราต้องสู้ต่อไป ยังไม่ถึงเส้นชัย ยังไม่หมดเวลา ต้องออกไปแข่งให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

พอออกวิ่งต่อ ก็ตามพี่จาทันและแซงกลับมาได้ ฮั้วจำได้คุ้น ๆ จากบรีฟเมื่อวานว่าจะมีซุ้มน้ำอยู่ตรงจุดกลับตัว วิ่งไปก็เล็งซุ้มน้ำอย่างเดียว เพราะตอนวิ่งออกมามัวแต่รีบ กินน้ำมาน้อยไป และไม่ได้ถือขวดมาเผื่อด้วย อากาศก็ร้อนสมเป็นชายทะเล แสงแดดจ้าตั้งแต่แปดโมงเช้า

แต่วิ่ง ๆ ไป มองระยะทางที่นาฬิกาก็ 3 กิโลละ (งานนี้ไม่มีป้ายบอกกิโล) ซุ้มน้ำอยู่ไหนเนี่ย ยังไม่กลับตัวอีก เริ่มลังเลว่าจะไปต่อดีหรือ เริ่มหันหลังมามองกลุ่มผู้ชายที่วิ่งตามมาด้านหลัง ทุกคนก็หน้าตาเลิกลัก ไม่แน่ใจว่าควรวิ่งต่อหรือเปล่า สุดท้ายทั้งกลุ่ม จึงตัดสินใจกลับตัว .. พอกลับตัวมา อ้าว พี่จากลับตัวมาก่อนแล้ว ชั้นต้องมาไล่อีกแล้วเหรอเนี่ย เหนื่อยนะเฟ้ย!!!

ป.ล. มารู้ทีหลังว่ามีช่างภาพนั่งบังสัญลักษณ์กลับตัว ซึ่งเป็นการสเปรย์ที่พื้น ฮั้วเลยมองไม่เห็น แถมซวยยิ่งขึ้นที่ช่วงที่วิ่งผ่านไป รถน้ำดันไม่อยู่ตรงจุดที่ควรอยู่ ..​เฮ้อ

ออกวิ่ง

ระหว่างการแข่งขัน ฮั้วผลัดกันรุกผลัดกันไล่กับพี่จาทีม Tri Bullet มาตลอดทาง แต่พอกลับตัวแล้ว ฮั้วเริ่มหมดแรงค่ะ น่าจะเพราะใส่มาช่วงแรกเร็วไปหน่อย ต้องวิ่งสลับเดินบ้าง เห็นหลังพี่จาอยู่ข้างหน้าตลอด เหนื่อยก็เหนื่อย ร้อนก็ร้อน ในใจเริ่มท้อ ..แต่ก็ยังอยากวิ่งตามพี่จาให้ทัน

พอเข้าโค้งสุดท้าย น้อง ๆ ทีม 349 เริ่มตะโกนเชียร์ พี่จาก็สปรินท์หนี แต่ฮั้วหมดแล้วค่ะ เหลือแรงเท่าไหร่ก็ใส่จนหมด แค่ร้อยเมตรก็ตามพี่จาไม่ทันจริง ๆ เข้าเส้นชัยแทบจะล้มทั้งยืน

แรงเฮือกสุดท้าย

จบการแข่งขัน พี่จาได้อันดับสอง และฮั้วได้อันดับสามในรุ่นหญิงทั่วไป ทำเวลารวมไป 1 ชั่วโมง 28 นาที (เวลาเท่างานพัฒนาไตรฯเลย) .. หลังจากไปรายงานผล โค้ชบอกว่า “Too many mistakes, huh? But at the end are you happy?” … YES!!! ^__^

ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง แต่ฮั้วก็ดีใจที่สู้เต็มศักยภาพที่จะทำได้แล้ว อย่างที่พี่จาบอก “สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร”.. ไตรกีฬามันสนุกตรงนี้แหละ!!

ถ่ายกับนักกีฬาในรุ่น