Race Report,  Running

Nagoya Women’s Marathon 2015

งานนี้เป็นงานที่เล็งไว้สองปีละ ทำไมถึงอยากไปนะเหรอ ก็เพราะที่นี่เค้าแจกสร้อย Tiffany & Co แทนเหรียญรางวัลน่ะสิคะ ไม่มีใครซื้อให้ เราก็ออกไปตามล่าหามันด้วยตัวเอง แถมงานนี้เป็นงานมาราธอนที่มีแต่ผู้หญิง น่าสนุกจะตาย..

ปีที่แล้ว (2014) ก็ถูกจับสลากได้ไปวิ่งแต่ติดตรงที่วันจัดงานติดกับโตเกียวมาราธอนจนเกินไป ฮั้วเลยเลือกไปโตเกียวแทน .. พอปีนี้ได้รับเลือกอีก ก็ไม่ลังเลที่จะเลือกไปนาโกย่าแทนโตเกียว

ข้อมูลคร่าว ๆ ของงาน 

  • ค่าสมัคร 11,000 yen
  • รับสมัครเดือนกันยายน มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน
  • ประกาศผลการจับสลากประมาณเดือนตุลาคม
  • จำนวนนักวิ่งประมาณ 31,000 คน เป็นงานวิ่งมาราธอนผู้หญิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • การเดินทางง่ายดายมีสายการบินไทยบินตรงจากกรุงเทพสู่นาโงย่า
  • วันแข่งจะประมาณต้นเดือนมีนาคมของทุกปี (ใกล้ ๆ กับวัน International Women’s Day)
  • เป็นงานวิ่งมาราธอนแบบถนนระดับ IAAF Gold Label

หลังจากได้รับแจ้งว่าได้เลือกแล้ว ก็ต้องคลิกตามลิงค์ที่เค้าส่งมาเพื่อทำการจ่ายเงินค่าสมัครเป็นจำนวน 11,000 เยน (ตอนสมัครไม่ต้องจ่ายเงิน จะจ่ายก็ต่อเมื่อได้รับเลือกนะคะ) แล้วก็เสิร์ชหาโรงแรมทันที ครั้งนี้ได้น้องบีแสนใจดีจัดการเรื่องโรงแรมแทนเพื่อน ๆ .. ทริปนี้มี ฮั้ว น้องบี และน้องปลา สาว ๆ 349 Running Club ไปบุกตะลุยงานวิ่งมาราธอนระดับโลกกัน

วิ่งไปเที่ยวไป

เช้าวันศุกร์พวกเราออกไปวิ่งชมเมือง เพื่อทดสอบสภาพอากาศตอนเช้าก่อนว่าต้องเตรียมเสื้อผ้าขนาดไหน พวกเราพบว่าหนาวใช้ได้เลยค่ะ หลังจากนั้นพวกเราไปรับ BIB กัน พวกเราไปช่วงบ่ายต้น ๆ ของวันแรกของงาน แต่รองเท้ารุ่นใหม่ของไนกี้ที่เพิ่งเปิดตัวในงานก็แทบจะขายหมดเกลี้ยงแล้ว

งาน expo จัดที่จุดสตาร์ทและเส้นชัย นั่นก็คือ Nagoya Dome เค้าแบ่งช่องรับตามหมายเลข BIB ซึ่งส่ง email แจ้งมาล่วงหน้าค่ะ .. ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษเตรียมไว้ด้วย เค้าอธิบายถึงวิธีติด BIB อย่างละเอียด ..​ฮั้วเปิด race pack ออกมาแล้วก็แทบจะกรี๊ด เป็นกระเป๋าขนาดพกพาพร้อมครีมต่าง ๆ น้ำยาซักผ้า ของสปอนเซอร์ที่ให้นั้นเหมาะสมกับผู้หญิงจริง ๆ แต่งานนี้ไม่มีเสื้อแข่งให้นะคะ

เดินทางไปรับ race pack

หลังจากที่รับ bib แล้วก็ถึงเวลาที่รอคอยนั่นก็คือ การช็อปปิ้ง .. ครั้งนี้ฮั้วใช้เวลารวดเร็วมาก เพราะไม่ค่อยมีอุปกรณ์กีฬาเลย มีแต่บูธของสปอนเซอร์ และรวมถึง Nike ที่เปิดขายรุ่นใหม่ ..แต่ปกติแล้วฮั้วใส่รองเท้าไนกี้ไม่ได้เลยต้องผ่าน (หน้าเท้าแคบเกิน) เสื้อผ้าของไนกี้ปกติก็แพงอยู่แล้ว ฮั้วเลยแทบไม่ได้ซื้ออะไรมา (นอกจากกางเกงขายาว)​ ก็ดีนะ ประหยัดดี ..​ส่วนบูธอื่นๆ ก็เป็นของกิน ของใช้ ซึ่งก็ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ สรรพคุณทุกอย่างเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น แถมพนักงานก็พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ด้วย

บรรยากาศงาน expo

Race Day

พวกเราไม่ต้องตื่นเช้ามาก เพราะสนามวิ่งที่ญี่ปุ่นนั้นมักจะปล่อยตัวสาย ประมาณ 9 โมงเป็นต้นไป ภายในสถานีรถไฟเต็มไปด้วยนักวิ่งผู้หญิงที่ยืนรอเข้าแถวกันอยู่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเราก็เดินทางถึง Nagoya Dome

ถ้าผู้ชายมางานนี้คงตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ขนาดฮั้วเป็นผู้หญิงยังประหลาดใจมาก มีนักวิ่งผู้หญิงเต็มไปหมดหลากหลายอายุ หลากหลายความงาม สาว ๆ แต่ละคนแต่งตัวกันเต็มที่เพื่อมาวิ่งงานนี้ มองไปทางไหนก็สีชมพู

ป้ายส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น พวกเราโชคดีที่เจอเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เลยพอจะหาทางไปที่ฝากของได้ ไม่งั้นคงต้องหาทางกันอีกนาน หลังจากฝากของ ก็รีบไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งก็มีหลายร้อยห้อง เข้าแถวไม่ถึง 5 นาทีก็ได้เข้าแล้ว ชอบจริง ๆ เลยค่ะ

บรรยากาศเช้าวันแข่ง

ฮั้วกับน้องบีอยู่ block เดียวกัน แต่น้องปลาอยู่อีก block นึง พวกเราก็ถ่ายรูปร่วมกันก่อนแยกย้ายไปเข้า block ของตัวเอง .. พวกเรายืนรอการปล่อยตัวประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ระหว่างรอ ก็มีทีมที่หน้าเวทีนำยืดเส้น วอร์มอัพ ถ่ายทอดผ่านทีวีจอยักษ์ มองเห็นได้ชัดเจน

เวลา 9.10 น. เป็นเวลาปล่อยตัว พวกเราจะเห็นนักวิ่งแนวหน้าวิ่งปรู๊ดกันออกไป (ผ่านทางจอทีวี) นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนักวิ่งแนวหน้าระดับโลกในงานจริง ๆ เลยนะเนี่ย หลังจากนั้นเค้าก็เริ่มมปล่อยตาม block A, B, C, D … กว่าจะมาถึง block ของฮั้ว และเดินไปจุดสตาร์ทจริง ๆ ก็น่าจะเลยมาซัก 10 นาทีได้

ช่วงต้น ๆ ทาง มีคนมายืนรอเชียร์เต็มไปหมด บรรยากาศสนุกมาก ๆ พอผ่านจุดสตาร์ท ฮั้วก็วิ่งทิ้งน้องบีออกมาเลย 555 ไม่ใช่ไม่ได้อยากวิ่งกับน้องนะ แต่เราวิ่งกันคนละเพซอยู่แล้ว แล้วฮั้วก็ไม่แน่ใจว่าจะรอดไปถึงกิโลไหน เลยขอวิ่งเก็บระยะช่วงแรก ๆ ก่อนดีกว่า

ระหว่างวิ่งก็มองซ้ายที ขวาที มองดูผู้คนที่มาเชียร์ ช่วงแรก ๆ ฮั้วรู้สึกเมื่อยคอเลยเชียว งานนี้ฮั้วแค่คิดว่าจะวิ่งไปเรื่อย ๆ ดูว่าไปได้ไกลแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้แทบจะไม่ได้ซ้อมวิ่งเลย เพราะเจ็บหลังจากวิ่ง TNF100 เลยพักมาค่อนข้างยาว และได้กลับมาวิ่งแค่ไม่กี่ครั้ง แถมระยะก็สั้น ๆ ไม่เกิน 10 กิโลอีก

บรรยากาศระหว่างวิ่ง

อากาศวันนี้ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ แดดออก ค่อนข้างร้อน แต่ไม่อบอ้าวเหมือนบ้านเรา ถ้าเจอแดดก็แค่หาร่มเงาหลบแดดเอา หรือก้มหน้าก้มตาวิ่ง เพราะงานที่นี่กว่าจะปล่อยตัวก็ 9 โมงกว่า หลีกเลี่ยงแดดช่วงเที่ยง ๆ ไม่ได้เลย

วิ่งมาซักพัก เกิดปวดห้องน้ำอีกแล้ว เลยต้องแวะเข้าข้างทางที่เข้าจัดเตรียมไว้ให้ แต่ฮั้วดันล็อคประตูไม่สนิท แล้วระหว่างทำธุระอยู่ประตูก็ค่อย ๆ เปิดอ้าออก ไม่ใช่เพราะมีคนมาเข้าหรอกนะ ลมเจ้ากรรมพัดให้เปิดออก กรี๊ดเสียงหลงเลย ดีที่ไม่มีใครต่อคิว มีก็แต่น้องเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน .. ฮั้วเดินออกมาก้มหน้าก้มตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น วิ่งเข้าขบวนอย่างรวดเร็ว แต่แอบมองหน้าน้องเค้า หน้าตาตกใจกว่าฮั้วอีก

งานนี้ฮั้วสามารถวิ่งสบาย ๆ ตามคนข้างหน้าไปเรื่อย ๆ ฮั้วว่าเป็นเพราะบรรยากาศสนุก กองเชียร์ดี เจ้าหน้าที่เยี่ยม เจ้าหน้าที่จากอีกฝั่งถนนที่รอนักวิ่งผ่านมา ก็ช่วยกันตะโกนเชียร์ ปรบมือเชียร์ โต๊ะน้ำมีค่อนข้างเยอะ เกลือแร่อีก อาหารที่แจก ทุกอย่างเพียบพร้อมตามสไตล์งานวิ่งญี่ปุ่น..งานนี้ฮั้วกินเจลไป 2 ซองเอง

ระหว่างวิ่งก็จะใช้วิธี run-walk-run คือวิ่งไปจนถึงจุดให้น้ำหรือเกลือแร่ก็จะหยุดเดิน พอดื่มเสร็จก็วิ่งต่อ

อุปกรณ์สำหรับวิ่ง

แต่อาการเมื่อยล้าเริ่มออกเมื่อกิโล 30 พอวิ่งผ่านจุดเช็คพอยท์ เริ่มรู้สึกถึงอาการล้าของขาตัวเอง ปวดหลังด้วย แต่ก็ได้แต่ข่มใจบอกตัวเองว่า อีกนิดเดียว ๆ ช่วงไหนเมื่อยนักก็ผ่อนลง เดินบ้าง แล้วก็วิ่งต่อ ช่วงขึ้นเนินก็พยายามวิ่ง ช่วงลงเนินก็ปล่อยไหลไปตามจังหวะ

กิโลปลาย ๆ ก็เริ่มทรมานขึ้นเรื่อย ๆ ต้องสู้กับใจตัวเองที่อยากจะหยุดพัก แต่อีกใจก็อยากจะวิ่งให้จบ ๆ ตอนแรกก็พยายามทำลืม ๆ ความเจ็บปวด พยายามนึกถึงจุดให้น้ำอันต่อไป “วิ่งสิวิ่ง วิ่งจนถึงจุดให้น้ำหน้านะ”

สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเองจนได้ที่กิโล 41 ต้องยอมเดินเพราะเริ่มปวดขาและหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยิ่งใกล้เส้นชัย กองเชียร์ก็เริ่มหนาตาขึ้นอีกครั้ง กองเชียร์ยิ่งปรบมือ ตะโกนให้วิ่ง เห็นหน้าคนมาเชียร์ที่ยืนริมถนนแล้ว ก็ต้องกัดฟันวิ่งต่อให้จบ จะมาเดินเข้าเส้นชัยตอนกิโลสุดท้ายได้อย่างไรกัน

นาฬิกาเริ่มบอกระยะทางว่าใกล้เส้นชัยขึ้นเรื่อย ๆ เหลืออีกไม่กี่ร้อยเมตรและเริ่มเลี้ยวเข้าบริเวณนาโกย่าโดม แต่อนิจจาป้ายหลักกิโลบอก “อีก 1 กิโลเมตร” .. จ๊ากกก นี่แรงเฮือกสุดท้ายแล้วนะ มันควรจะเหลืออีกนิดเดียวสิ ..น้ำตาเริ่มซึม ๆ เพราะปวดขา ปวดสะโพกมาก ๆ มันเหนื่อยสุดใจ (เหนื่อยเหมือนมาราธอนแรกยังไงยังงั้นเลย) การวิ่งแต่ละก้าวมันช่างเจ็บปวดทรมาน ได้แต่นึกใจในให้ถึงเส้นชัยซะที จะไปต่อไม่ไหวแล้วนะ

เส้นทางการวิ่ง (มีคัทออฟในแต่ละช่วงด้วย)

ถึงแม้จะบ่นในใจแต่ขาก็ยังไม่หยุดก้าว หลังจากเริ่มวนเลี้ยวเข้าประตูทางเข้าโดมที่มืด ๆ และมองเห็นแสงสว่างอยู่ด้านหน้าพร้อมพรมทางวิ่งสีเขียวอมฟ้าค่อย ๆ กระจ่างชัด ..​กรี๊ด มันงามมาก สาว ๆ ข้างเริ่มเร่งสปีด บางคนเริ่มกรีดร้องด้วยความดีใจ ฮั้วดึงหูฟังออกจากหู อยากได้ยินเสียงบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ พร้อมควักกล้องออกมาถ่ายวีดีโอ

ขาฮั้วเริ่มเร่งสปีดวิ่งตรงเข้าสู่เส้นชัย ความเจ็บปวด ความเหนื่อยยากที่บ่นมาตลอดสิบกว่ากิโลหายไปสิ้น แค่เห็นเส้นชัยที่ปลายทางก็ทำให้มีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง ใครจะแซงเข้าเส้นก่อนหรือเปล่าไม่สนใจ ฮั้วแค่ดีใจที่ได้วิ่งเข้าเส้นชัยสำเร็จอีกครั้ง ยิ่งเพลงที่เปิดเป็นเพลง “Dancing Queen” ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศคึกคัก อยากวิ่งไปเต้นไปจนถึงเส้นชัย

หลังจากนั้นก็ยืนรอน้องบีและน้องปลาที่วิ่งเข้าเส้นชัยตามมา ระหว่างที่รอก็ยืนเก็บบรรยากาศมาราธอน สาว ๆ ที่วิ่งเข้าชัยพร้อมรอยยิ้ม บางคนวิ่งพร้อมน้ำตา บางคนล้มลงกับพื้นทันทีที่เข้าเส้นชัย บางคนจับมือกับเพื่อน ๆ วิ่งเข้าเส้นชัย บางคนเข้าเส้นชัยเสร็จแล้วก็หันไปก้มตัวแสดงความขอบคุณ..​ บรรยากาศแบบนี้แหละที่ทำให้ฮั้วหลงรักมาราธอนเข้าเต็มเปา มันคืองานที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ย่อท้อ ความเพียรพยายามที่จะพิชิตระยะทางที่หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะคิดไปถึง

หนุ่ม หนุ่ม หนุ่ม

หลังจากถ่ายรูปพร้อมกันทั้งสามสาวก็ถึงเวลาที่เราจะไปรับของรางวัลจากชายหนุ่ม ทางงานจัดหนุ่มหล่อ มาเต็มมาก ๆ แทบทุกสเป็คที่สาว ๆ จะคลั่งใคล้ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหล่อใสกิ๊ก หนุ่มเข้มคมขำ หนุ่มชาติตะวันตกสุดเท่ ทุกคนใส่ทักซิโดดำแต่ใส่รองเท้าไนกี้ (แหงล่ะ สปอนเซอร์นี่นา) แต่ละนายยืนแจกกล่องของขวัญสีเขียวอมฟ้าผูกโบว์สีขาว น่ารักเป็นที่สุด

พวกเรายืนเลือกหนุ่ม ๆ กันซักพักก็ตัดสินไปเข้าแถวกับหนุ่มหล่อใสกิ๊ก .. หลังจากรับกล่องทิฟฟานี่มาแล้ว ก็ยังมีหนุ่ม ๆ ให้เลือกถ่ายรูปกันอีก กรี๊ด ถูกใจป้า ๆ เป็นที่สุด

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปรับถุงเสื้อผ้าที่ฝากไว้ ระหว่างทางเดินไปไม่ว่าจะเจอเจ้าหน้าที่ที่ตรงไหน เค้าก็จะปรบมือให้กับนักวิ่งมาราธอนราวกับเราเป็นนักรบที่เพิ่งผ่านสนามสงครามมายังไงยังงั้นเลย

สำเร็จแล้วคร๊าบ

สนามนี้แปลกอยู่อย่างคือไม่มีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ แต่อาจจะเพราะเป็นงานผู้หญิงอยู่แล้ว นักวิ่งแต่ละคนก็หามุมเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเอง ไม่มีใครมองใครหรอก .. ส่วนพวกเราเหรอ เปลี่ยน ๆ ไปเหอะ ไม่มีใครรู้จักพวกเราซักหน่อย

เย็นนั้นพวกเราเลี้ยงฉลองความสำเร็จด้วยไก่ทอดเจ้าดังยามะจัง แสนจะอร่อย และก็กลับโรงแรมนอนสลบอุตุอย่างไม่มีใครได้ยินใครกรน

ฮั้วขอแนะนำสนามนี้สำหรับสาว ๆ ที่อยากจะไปวิ่งมาราธอนต่างแดนเลยค่ะ นอกจากจะได้ของที่ระลึกสวย ๆ จากทิฟฟานี่แอนด์โคแล้ว ยังได้ร่วมวิ่งกับผู้หญิงนับหมื่นคนเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าผู้หญิงก็แข็งแรงไม่แพ้ใคร (งานนี้จะจัดวิ่งในวันผู้หญิงโลกในแต่ละปีนะคะ) และเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนกันยายน และประกาศผลการจับฉลากในเดือนตุลาคมค่ะ รายละเอียดตามนี้เลยค่ะ http://sports.knt.co.jp/runwalk/2015/nagoya-women/

สถิติการวิ่ง

สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากไปวิ่ง ก็ไม่ยากนะคะ สมัครในช่วงเวลาเดียวกับผู้หญิงนั่นแหละค่ะ เค้าเรียกงาน Nagoya City Marathon แต่ระยะวิ่งจะเป็นฮาล์ฟมาราธอนนะคะ และจะปล่อยตัวหลังผู้หญิงวิ่งออกไปหมดแล้ว และใช้เส้นทางเดียวกันกับของผู้หญิงค่ะ (ไม่แน่ใจว่าเส้นชัยอยู่ตรงไหน)

วิวดี ๆ บรรยากาศดี ๆๆ อากาศดี ๆ วิ่งไปวิ่งมา อาจจะได้ New PB เลยนะ .. ขอแนะนำเลยค่ะ ^_^