Articles,  Stories

ว่าด้วยเรื่องของหัวใจ..

5 Jun 14 

เสียงเต้นตึกตักๆๆ เฟสบุควันนี้ดูคึกคักกว่าเคย พี่ในกลุ่มวิ่ง 5 คน โพสด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกันว่าผลจับฉลากออกแล้ว มือสั่น..เปิดเว็ป Osaka marathon นี่คือผลจากการสมัครเล่นๆไว้เมื่อเดือนเมษา เพราะอยากไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น แต่ก็แอบคิดในใจ …

มันจะเท่แค่ไหน ถ้าเด็กอ่อนหัด วิ่งเหยาะแหยะมา 1 ปีอย่างเราจะเปิดฟูลแรกที่ญี่ปุ่น มันจะสนุกแค่ไหนวิ่งในอากาศเย็นสบาย มันจะฟินแค่ไหนถ้าวิ่งไปกินทาโกยากิไปในโอซาก้า …ภาพสวยงามมากมายผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับกดเข้าเวปดูผล

คลิ้ก!…”You are selected to Osaka Marathon 2014

แล้วคำถามก็เปลี่ยนไป…มันจะไกลแค่ไหน กับ 42.195 กิโล ที่นั่งมอไซยังไม่เคยถึง.. กับเด็กที่เคยวิ่ง 500 เมตรก็เป็นลมเพราะลิ้นหัวใจที่ยาวและรั่ว หัวใจเต้นผิดจังหวะมากกว่าคนอื่

พูดให้เห็นภาพคือเหมือนลิ้นงูที่มันแผลบๆ เหมือนฝาที่ใหญ่เกินขวดปิดก็ไม่พอดี ทำให้เหนื่อยง่ายกว่า ใจสั่นง่ายกว่าชาวบ้านค่ะ ซ้ำที่กล้ามเนื้อหน้าอกอักเสบและความดันต่ำ เป็นภาวะหัวใจที่ยังออกกำลังกายได้ค่ะถ้าไม่ฮาร์ทคอร์เกิน ..

แต่เดี๋ยวนะ นี่ฟูลมาราธอน ฮาร์ทข้า! จะรอดไหม และเหลืออีก 4 เดือนจะซ้อมยังไง? “ใจนึงก็รัก อีกใจนึกก็เจ็บ” อย่างที่เป๊ก ผลิตโชค กล่าวไว้

แต่ถ้าจะว่ากันด้วยเรื่องของหัวใจ มันโชคดีแค่ไหนที่เราก็เป็นคนที่ถูกเลือกเหมือนกัน  …”ไปด้วยนะ” 🙂

 

จุดสตาร์ท..

แน่นอนว่าการถูกเลือกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่โหดร้ายของการบังคับซ้อม กับ 1 ปีที่เริ่มวิ่ง วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง หายไปเป็นเดือนบ้าง แทบจะเหมือนรีเซทใหม่ ไม่ใช่การมีเวลาว่างแล้วไปวิ่ง …แต่ต้องจัดเวลาเพื่อวิ่ง

ผ่านไป 1 เดือน เรายังเหยาะแหยะเหมือนเดิม (ก๊ากๆๆ) นอนน้อย กินไม่ดี เลิกงานดึก วันศุกร์ก็ไปปาร์ตี้ ทำทุกอย่างที่อ่านตามเว็ปวิ่งเขาห้ามทำ 5555  พี่ๆ ในทีม 349 ก็เป็นห่วง กลัวซ้อมไม่ทัน พี่ๆ เริ่มโปรแกรม Run less Run fast วิ่งกันเร็วอย่างกับนั่งเรือหางยาวรอบสวนลุม แต่ความเหนื่อยล้าจากวันธรรมดา ก็ยิ่งเพลียจะซ้อม สะสมความรู้สึกผิดเป็นเสี้ยนหนามจิตใจ

เห็นพี่ๆ โพสต์ผลวิ่งที่เร็วขึ้นทุกวันยิ่งกดดัน.. แต่นี่แหละ! กฏข้อแรกของหลักสูตรมาราธอนเร่งรัด คือเอาตัวเองไปอยู่ในดงเสือชีต้าร์ ถึงวิ่งตามเสือไม่ทันแต่ก็ยังอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันน่าแหละวะ!! (เกี่ยวไร!!) แต่การห้อมล้อมด้วยบรรยากาศการซ้อม เป็นการได้ทบทวนตัวเองว่าเรายังพร้อมไม่พอ …อ้างไปเรื่อย สรุปคือ วิ่งได้แล้ว!

ตามสเต็ปนักวิ่ง 349 ต้องเริ่มจากซ้อมอุปกรณ์ก่อน เลือกรองเท้าที่เหมาะที่ชอบ สาวๆ ก็เลือกเสื้อชั้นในที่ใช่ ซ้อมหลายอาทิตย์ลองหลายๆ ตัว อย่างมายไปซื้อ sport bra CWX วิ่งน้อยๆ ไม่เป็นไร วิ่ง 20 กิโลขึ้นไป อกอิแป้นจะแตกค่ะ! ถอดแล้วแสบแดงทั้งราวนมลงเอยที่ Nike pro bra เหมามาทุกสี และเริ่มซ้อมได้ไม่ถึง 10 วันสุดท้ายสั่งการ์มินค่ะ! Forerunner 220 เห็นมั๊ยมันเป็นเรื่องของจิตใจทั้งนั้นนนน อุปกรณ์พร้อมแล้ว รออะไรอยู่หล่ะ ฟูลโอซาก้ามันปล่อยตัวที่สวนลุมนี่แหละ ซ้อม!

เรามันไม่ใช่เสือ…

จากปัญหาหัวใจที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้มีความสามารถพิเศษคือเป็นคนวิ่งช้า แต่เหนื่อยเร็ว! (เมิงเปลี่ยนกีฬาเห๊อะะ555) PB วิ่งmini 63″ / Half 2.36″ เห็นเขาซ้อม Interval เมามัน อิฉันคิดว่าลองดูก็คงไม่เสียหาย เผื่อจะมีผลพลอยได้วิ่งเร็วกับเขาบ้าง จัด Interval เบาๆ ที่ เร็ว 400 พัก 100 เมตร x 6 รอบ ผ่านไปได้สวยๆ ระดับหมาหอบแดด สลับกับวันเสาร์ที่จะวิ่งยาวหน่อยเริ่มจาก 16 กิโลเพลินๆ…

พี่ฮั้วและพี่ๆ ก็แนะนำอย่างดี ได้คืบก็เอาอีก จัด Interval ตามชาวบ้าน เร็ว 1 โลพัก 400 เมตร x 6 รอบ ผ่านไปได้เพียง 4 รอบเหนื่อยหอบระดับหมาโดนปาประทัด กลางคืนนอนไม่หลับ หัวใจมันกระสับกระส่าย เต้นแรงไม่หยุด ทำให้ตัดสินใจไม่ยากเลย…ไปหอหมา (หาหมอ!!)

คำแรกที่หมอพูดคือ…”ถ้าหนูรักที่จะออกกำลัง อย่าคิดแต่จะใช้ ให้ฟังร่างกายบ้าง” เมื่อหัวใจมีปัญหา วิธีรักษาก็ไม่ยากค่ะ คุณหมอบอกว่า Interval อาจจะไม่เวิร์คกับเราเพราะทำให้การเต้นมันเหวี่ยงมากเกินไป ทางที่จะทำให้เราเร็วขึ้นได้ คือกำลังกล้ามเนื้ออื่นๆ เช่นขาที่แข็งแรง รักษา Heart rate ให้คงที่ อย่าเหวี่ยง ถ้าขาเราพร้อมจะไป ใจเราก็พร้อมจะตามเสมอ …

สุดท้ายคือ ซ้อมในแบบของเรา ฟังเสียงข้างใน …ลองทบทวนตัวเองดูนะคะว่าใช้ร่างกายมาไกลแค่ไหนแล้วเคยฟังเขาบ้างรึเปล่า มองข้ามความเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆไปบ้างรึเปล่า เร็วไม่สำคัญเท่ามีร่างที่สมบูรณ์.. บอกแล้วว่าเราอาจไม่ใช่เสือชีต้าร์ แต่ใจเราก็ไม่ได้หมานะเออ!

กินใจแต่ไม่กินเจล ..

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังใจนี่เหมือน Energy gel กฏข้อที่ 2 ของหลักสูตรมาราธอนเร่งรัด มายใช้วิธีประกาศกร้าวมันออกมาว่าเราจะซ้อมยาวระยะนั้นระยะนี้ให้สำเร็จ เพราะที่จริงมันคือการบอกกับตัวเองว่าจะทำให้ได้ แต่อย่าให้ถึงกับกดดัน ส่วนทุกกำลังไลค์ของเพื่อนๆ นั้นก็นับเป็นกำลังใจ …

มายซ้อมยาวให้มากสุดเท่าที่ทำได้ และอยู่ในการดูแลของทั้งหมอหัวใจและหมอนวด 555 ซึ่งจริงๆ นั้นถือว่าซ้อมน้อยมาก ฮาล์ฟ 3 รอบ / 25 กิโล 1 รอบ / 28 กิโล 1 รอบ / 32 กิโล 1 รอบ และ 34.5 กิโล 1 รอบ … ด้วย target pace ที่ 7:20-7:40 ไปสบายๆ (พอเกิน 25 กิโลนี่ถึงที่ชอบที่ชอบทุกที 555) แต่ละสัปดาห์ก็อดปาร์ตี้ ตื่นตี 4 มาฟังเสียงกาสวนลุม วันที่วิ่งสวนลุมแล้วเบื่อแต่อยากได้ระยะ ก็วิ่งจากสวนลุมกลับอ่อนนุชมันเลยค่ะ 555

ก่อนวิ่งก็ตั้งมิชชั่นให้ตัวเองในใจ อาทิตย์นี้ลองเสื้อที่ชอบ อาทิตย์หน้าทดสอบกางเกงใน (มันสำคัญจริงๆนะ) อาทิตย์ต่อไปฝึกกินเจล เรื่องเจลเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ แต่ละคนไม่เหมือนกัน ครั้งแรกฝึกกินที่กิโล 15 วิ่งพะอืดพะอมอยู่ได้อีก 5 กิโล แล้วก็ DNF ตัวเองออกจากสวนลุม 5555

ลองอีกก็ใจเต้นรัวๆ อีก เปลี่ยนชนิดทั้ง chomp / energy jelly beans ลองเปลี่ยนยี่ห้อดูในหลายครั้งที่ซ้อมยาว สุดท้ายเลยตัดสินใจลองซ้อมแบบไม่กินเจล แต่กินกล้วยแทน ผลคือดี คืออิ่ม แต่ 34 กิโลซัดเกเตอร์เรทไป 3 ขวด ขี้เกลือขึ้นหน้าเลยค่ะ ครั้งสุดท้ายที่ซ้อมคือ 20 กิโล ถนอมตัวเองสุดขีดไม่อยากตกหมาตายตอนจบ แต่ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ หน้าขาตึงมากเพราะยืดน้อยกลับบ้านแช่ขาด้วยน้ำเย็นพร้อมโพสรูปขอเสพกำลังใจแทนแล้วกัน ^^”

26 Oct 14 มัน ถึง ใจ 

ก่อนบินไปโอซาก้า แอบไปหาหมอวีมือเทพแห่งการยืดเส้นนักกีฬา ยืดจัดหนักตบเบาะน้ำตาไหล บินถึงก็ช้อปปิ้งรัวๆ 3 วัน กับ city run กับพี่ฮั้วไปอีก 7 กิโลค่ะ วันไปรับ bib สัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ได้ลางๆ บวกความกลัวเบาๆ เอาหล่ะ!…มาถึงตอนนี้ถอยไม่ได้ อะไรก็ยอม ขออย่างเดียว ข้าศึกอย่าบุกระหว่างทางก็พอ!!

วันก่อนโหลดคาร์บไปเยอะมากค่ะ แต่ซวยแล้ว…มันไม่ถ่ายเท!!! 555 ลงไปซัดนมเปรี้ยวแล้วได้แต่ขอจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอเข้แรงๆ ก่อนฟูลโอซาก้า …เช้ามาก็สมใจค่ะจัดไป 2 รอบ

นั่งรถไฟไปจุดสตาร์ทที่ปราสาท ทั้งขบวนมีแต่นักวิ่ง มันช่างยิ่งใหญ่ คนเยอะมากแต่ไม่วุ่นวายเลยอากาศก็ดีและต้องแยกกับพี่ๆ ไปตามแต่ละบล้อค ยิ่งลงเวลาจบเยอะยิ่งอยู่ไกลค่ะ ตัว N!! ถึงเวลาปล่อยตัวยังยืนเฉยๆ ตั้ง 15 นาที แต่เวลามันผ่านไปเร็วเพราะตื่นเต้นสุดๆ ฆ่าเวลาด้วยการเช็ดพร้อบนักวิ่งญี่ปุ่น 555

ถึงเวลานักวิ่งตัว N ออกแล้ววววว… ทุกคนวิ่งเร็วและแซงไปหมดพยายามกด pace ตัวเองตามที่ซ้อมมาสุดๆ ยังหลุดไป pace 6 วิ่งตามนักวิ่งชุดจูเรนเจอร์บ้าง ชินจังบ้าง บรรยากาศยิ่งใหญ่มากจนลืมความเร็วไปเลยค่ะ

ถึง 5 KM นัดกับพี่ๆไว้ ทุกคนยืนรอมายตั้ง 20 นาทีค่ะ แต่หนูดีใจมากกกก เป็นกำลังใจที่ดีจริงๆ บอกเลยว่าตื้นตันดั่งมาริโอ้ได้ดาว จากนั้นก็ไปด้วยจนถึงกิโล 12 พี่ๆ ก็ชะลอให้ถ่ายรูปด้วยกัน สนุกแต่ตามไม่ไหวค่ะท่องไว้ตลอดว่า “รู้ตัวเองๆ” ปล่อยเขาไปก่อน…

แต่การวิ่งที่นี่ ถ้าแรงหมดเมื่อไหร่ กำลังใจมีให้ตลอดทางจริงๆ ค่ะ แปะมือได้ตลอด ถึงกระนั้น มายก็ผ่านฮาล์ฟมาที่เฉลี่ย pace 7.1 เร็วกว่าซ้อม แรงยังมีดีใจสุดๆ วิ่งไปได้หน่อยเริ่มหิวค่ะ จะควักเจลทันใดนั้นเอง!! แจกกล้วย!! สุดมากค่ะ อร่อย กินไปเต็มๆ 1 ลูก แต่พอเดินกิน วิ่งอีกทีขาเปลี้ย เที่ยงอากาศก็ร้อนมากคิดว่าอยู่ไทย แทบจะ Dehydrated เกลือนี่เกาะหน้า 555 แก๊งจูเรนเจอร์ 5 สี วิ่งตามมา ขอเกาะฮีโร่หน่อยแล้วกัน

ผ่านไปได้หน่อย หิวอีกแล้วก้มควักเจล เงยหน้ามาเจอบูธกล้วย!!! 5555 เก็บเจลแพ้พ ซัดไป 1.5 ลูก ก้ากกๆ กินน้ำตามด้วยขนมจากชาวบ้าน อร่อยมากกก 5555

นี่คือประมาณกิโลที่ 30 มีความสุขบนความทุกข์ของตัวเอง ความเหนื่อยนี่ของขานี่ล้ามาก แต่กินยับ heart rate ไม่ขึ้นวิ่งช้าๆ ไปที่ pace 8 หลุดไป 9 เพราะไปต่อไม่ไหวแต่…

เฮ้ย!! บูธขนมอ่ะ…. ทำไงดีเดี๋ยวคนจัดงานเสียน้ำใจค่ะ เอแคร์งี้ โคล่อนงี้ โดรายากิงี้ แถมกล้วยอีกครึ่งลูกละกันก้ากๆๆๆ  กินขนาดนี้ไปกินข้าวเห๊อะ เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเรียกว่าวิ่งฟูลค่ะ มันอิ่มมากกกก 555

จากนั้นยิงยาวอย่างไม่หมดแรง กลับมา pace เดิมได้ที่กิโล 37 แผ่วลงบ้าง คิดว่าจะเดินตั้งแต่กิโลที่ 39 แต่ความยิ่งใหญ่ของกองเชียร์ยังมีไม่ขาดสายตลอดทาง ขออีกหน่อยวะ! วิ่งต่อ ใจนี่เต้นรัวๆ เพราะยิ่งใกล้เส้นชัยยิ่งตื่นเต้น เสียงกองเชียร์ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็น 42.195 กิโลที่ยิ้มตลอดทาง

และในที่สุด!!!! ก็ทำฟูลแรกสำเร็จใน 5.52 ชม. กล้วย 3 ลูก ไม่กินเจลค่ะ เย้ๆๆๆๆ ถ้าไม่มัวเดินกินอาจจะจบ 5.40 ชั่วโมง 5555 แถมพี่ๆมารอและรับเหรียญพร้อมกันหลังเข้าเส้นด้วย ดีใจมากจริงๆ จบสภาพดีกว่าที่คิดด้วย ฟินนนนน

มัน ..มากจริงๆ กับฟูลมาราธอนครั้งแรกที่โอซาก้า มีโอกาสอยากให้มาสัมผัส

ถึง ..เส้นชัยแบบลืมเหนื่อยได้เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง

ใจ ..ของเรา..ก็มีแต่เราเท่านั้นแหละค่ะที่รู้ดีที่สุด ถ้าใจสะออนอย่างมายยังทำได้ ทุกคนก็ทำได้แน่นอน ไม่มีอะไรยากเกินไป และไม่มีอะไรยากเกินใจ

สุดท้ายนี้อยากขอบคุณพี่ปิงที่ทำให้รู้จักการวิ่ง พี่ๆ 349 สำหรับคำแนะนำและทำให้การวิ่งมีความสุข และพี่ฮั้วแบ่งปันพื้นที่ชวนมาแชร์ประสบการณ์เล็กๆน้อยๆค่ะ

สุดท้ายนั้น ใกล้งานใหญ่ของชาวมหานครอย่างเราๆ ..สำหรับทุกคนที่กำลังจะเริ่มวิ่งหรือฟูลแรก คิดถึงวันแรกที่เราเริ่มวิ่ง กับวันนี้ที่เรามาไกลแค่ไหน…

เราอาจจะเริ่มวิ่งก้าวแรกด้วยแรงบันดาลใจ…แต่ก้าวต่อๆ ไปขอให้มีใจบันดาลแรงนะคะ 🙂

สุดท้ายโน้น ..พอแล้ว!!!

ขอบคุณค่ะ ^^

มนมัย

04/11/14