Journal

ประเมินผลงานระหว่างปี 2014

โย่ ผ่านมาครึ่งปีของ 2014 มีอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง ปกติจะรีวิวทุกหนึ่งปี .. แต่หนึ่งปีก็ดูยาวนานไปหน่อย เผื่อจะมีแผนอะไรให้ปรับบ้าง ..

ปี 2013 เขียนไว้ว่าไงบ้าง ตามไปดูที่นี่ สรุปปี 2013 และ 2014 Resolution และตั้งเป้าหมายอะไรไว้ที่ 2014 มาดูกันอีกครั้ง

1. วิ่งระยะ 10 กิโลเมตรให้ต่ำกว่า 50 นาที
2. วิ่งระยะฮาล์ฟให้ได้ 1 ชั่วโมง 50 นาที
3. วิ่งระยะมาราธอนให้ได้ 4 ชั่วโมง 15 นาที
4. วิ่งแบบไม่เจ็บตลอดปี

5. วิ่งสม่ำเสมอทุกเดือน ทุกสัปดาห์ จะไม่วิ่ง ๆ หยุด ๆ อีกต่อไป
6. หัดว่ายน้ำ จะว่ายท่าฟรีสไตล์ให้ได้
7. หัดปั่นจักรยานให้คล่องกว่านี้ อย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ต้องพาน้องหมอบไปปั่นจักรยาน
8. สร้าง 6 pack ให้ได้ จะใส่ sport bra วิ่งระยะมินิซักงาน
9. สร้างร่างที่เฟิร์มกว่านี้ จะเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพให้มากกว่านี้ ลดความหวานลง และจะกินผลไม้ทุกวัน
10. จะต้องลงทวิกีฬาสักครั้งในปีนี้ ขอเป็นที่หัวหินเพราะเดินทางสะดวก

หลังจากเจ็บที่จอมบึง เป้าหมายข้อ 1 – 2 – 3 – 4 เป็นอันหมดสภาพ ปีนี้คงต้องละทิ้งเป้าหมายการทำ new PB ออกไปก่อน ขอกลับมาฟื้นฟูขาให้หายขาดสนิท .. อ๊ะ ๆ แต่เป้าหมายข้างต้นก็ไม่เกินความตั้งใจ (ถ้าไม่เจ็บนะ) ขอเพ้อรำลึกถึงความหลังซักนิดถึงสถิติที่ดีที่สุด (และคงใช้เวลาอีกซักพักกว่าจะกลับไปเหมือนเดิม)

  • เวลา PB ของระยะ 10 กิโล ที่งาน Dove 2013 กับ 50 นาที
  • เวลา PB ของระยะ 21 กิโล ที่งานจอมบึง 2014 กับ 1 ชั่วโมง 55 นาที
  • เวลา PB ของระยะ 42 กิโล ที่งาน Standard Chartered Marathon Singapore 2014 กับ 4 ชั่วโมง 27 นาที

ตื่น ๆ ๆ ๆ .. กลับมาสู่โลกความเป็นจริง ผ่านพ้นการทำนุบำรุงร่างกายจนร่างยักษ์ และฟื้นฟูสภาพขาจนดีขึ้นกว่า 90% แล้ว .. ข้ออื่น ๆ ก็มีได้เริ่มทำบ้างแล้วระหว่างนี้ เอาน่ะ อย่างน้อยก็ได้เริ่มทำอะไรใหม่ .. มาดูซิว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2014 ทำอะไรไปบ้าง

ม.ค. เปิดประเดิมปีใหม่ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม คิดว่าชีวิตนี้จะไม่เจอความเจ็บ ชั้นแข็งแรง ไปวิ่งงานแรกกับ Columbia Trail Masters เขาไม้แก้ว อันนี้สนุกตามสไตล์เทรล (อ่านรีวิวได้ที่นี่ วิ่งเทรลแบบโหด ๆ กับ Columbia Trail Masters 2014 (Ep.VI)) .. ต่อมาเริ่มปวดน่องเรื้อรัง พักแล้วก็ไม่หาย ต้องหยุดตารางซ้อม และทนดันทุรังไปวิ่งจอมบึงทั้ง ๆ ที่เจ็บ วิ่งจบ เจ็บหนัก หยุดทุกอย่าง กลัวเจ็บกว่าเดิม เตรียมตัวไปโตเกียวมาราธอน (อ่านรีวิวได้ที่นี่ จอมบึงมาราธอน 2014 หนึ่งในสนามวิ่งยอดเยี่ยมในไทย) หลังจากนั้นก็หยุดพักรักษาตัว ใช้ทั้งการนวดไทย นวดรีดเส้น ฝังเข็ม สารพัดวิธีที่จะทำให้หาย เพื่อจะขอซ้อมซักนิดก็ยังดีเพื่อสนามโตเกียวมาราธอน

ก.พ. วิ่งเทรลที่ TNF100 เปลี่ยนจากระยะ 50 กิโลเป็น 10 กิโล เพราะตั้งใจจะเก็บตัวไปวิ่งโตเกียวมาราธอน กอรปกับอาการเจ็บไม่ดีขึ้น .. ระหว่างนี้ก็ทำทุกวิธีที่จะทำให้หาย แต่ความหวังก็เริ่มริบหรี่ เพราะรักษามาเป็นเดือนก็ยังไม่ดีขึ้น เลยไปวิ่งโตเกียวโดยหวังว่าการพักรักษาตัวมายาวนาน จะสามารถยืดเวลาให้สามารถเข็นร่างกายจนจบระยะฟูลได้ แต่สุดท้ายก็ไม่จบ (อ่านรีวิวได้ที่นี่ วิ่งไปเที่ยวไปกับ Tokyo Marathon 2014 (ภาคแรก) และ Tokyo Marathon 2014 – The Day I remember )

มี.ค. กลับมาด้วยสภาพบอบช้ำ หาหมออยู่นาน พักร่างกาย รักษาตัว เลียแผลใจ unfollow facebook เพื่อน ๆ นักวิ่ง เห็นแล้วมันช้ำใจ .. หาความรู้เรื่องกายภาพ การยืด .. ช่วงนี้ยืดอย่างเดียว ทำได้ช้า ๆ ค่อย ๆ ทำ เลือกท่าที่ทำแล้วไม่เจ็บ เพราะแค่นั่งยังปวดเข่า .. เดินลงบันไดแบบค่อย ๆ ลงอยู่เป็นเดือน

เม.ย. เริ่มกลับเข้าสู่โหมดการออกกำลังกาย ขาเริ่มดีขึ้นแต่ยังไม่หายดี เริ่มเล่นเวท สร้างกล้ามเนื้อขา เริ่มวิ่งจ๊อคเบา ๆ เริ่มใหม่จากวิ่งวันละ 1 กิโลเป็นสูงสุด 5 กิโล .. ช่วงนั้นการวิ่งคือสิ่งที่ทำได้ยาก ต้องจ๊อคไป เดินไป ทำได้แค่สัปดาห์ละ 3 วัน ทำมากจะปวดขา เลยเริ่มหันมาปั่นจักรยานแทน
ถีบ ๆ ๆ 

พ.ค. กลับคืนสู่งานวิ่งที่งาน Ultra 10 ชั่วโมง ลงแบบทีม แต่ไปวิ่งทั้ง ๆ ที่ขายังไม่หายดีและร่างกายวันนั้นไม่สบาย ยังดีที่ทีมเข้าใจและไม่หวังอันดับอะไร 2.5 ชั่วโมงผ่านไปแบบเดินมากกว่าวิ่ง (วิ่งไปได้ 16.75 กิโล เรียกว่าช้าที่สุดที่เคยวิ่งมา แต่ก็ไกลที่สุดที่เคยวิ่งหลังจากเดือนเม.ย.) .. ได้มีโอกาสลองงานไตรครั้งแรก (แบบทีม) ผันตัวจากนักวิ่งมาเป็นตัวปั่นชั่วคราว มีเวลาซ้อมสามสัปดาห์ก็ไปแข่งเลย (อ่านรีวิวได้ที่นี่ Roboman 2014 – ก้าวแรกสู่ไตรกีฬา ร่วมทีมด้วยใจ Go Tri ด้วยกัน )

มิ.ย. ลงงานวิ่งอีกครั้งกับสนามแห่งความทรงจำ Laguna Phuket Marathon .. จริง ๆ ลงแบบฟูลมาราธอนไว้นานแล้ว แต่พอเจ็บก็ไม่อยากจะเคี่ยวร่างกายในขณะยังไม่พร้อม เลยเปลี่ยนระยะเหลือ 21 กิโล .. ไปวิ่งทั้ง ๆ ที่ไม่เคยซ้อมเกิน 5 กิโล (หลังจากกลับมาวิ่งอีกครั้ง) ไปด้วยเป้าหมายแบบจบไม่เจ็บ ไปช้า ๆ ขอจบเป็นพอ (จบด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 35 นาที .. รีวิวจะตามมา) .. และอีกครั้งกับโอกาสที่ลอยมาอยู่ตรงหน้า แล้วต้องรีบคว้าไว้ กับที่ว่างหนึ่งที่กับการลงไตรแดช (ระยะ sprint – ว่าย 400 เมตร ปั่น 20 กิโล วิ่ง 5 กิโล) ไปทั้ง ๆ ที่ว่ายไม่คล่อง แต่กลับมาพร้อมความสนุกสนาม (รีวิวจะตามมา)

ครึ่งปีหลัง ยังคงตั้งใจรักษา ฟื้นฟูขา สร้างกล้ามเนื้อ พยายามลีนร่างกายลงอีก (ปล่อยตัวมามากเกินไปแล้ว) และสร้างความฟิตให้กลับมา .. เพิ่มระยะไปตามแต่สมควร เน้น cross-training เพื่อไม่เน้นกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งอย่างเดียว และเตรียมปูพื้นฐานไปสู่ไตรกีฬา .. ครึ่งปีหลังนี้วางแผนไว้ที่ไหนบ้างน่ะเหรอ

  • 6 ก.ค. Columbia Trail Masters แก่งกระจาน – 10 km
  • 10 ส.ค. Hua Hin Triathlon แบบทวิกีฬา (วิ่ง 5.5 km – ปั่น 43 km – วิ่ง 11 km)
  • 31 ส.ค. A Day Human Run – 21 km
  • 12 ต.ค. Khao Yai Trail Marathon – 21 km
  • 26 ต.ค. Osaka Marathon – 42.195 km
  • 16 พ.ย. Standard Chartered Bangkok Marathon – 42.195 km
  • 23 พ.ย. Laguna Phuket Triathlon (Team Relay)
  • 7 ธ.ค. Standard Chartered Marathon Singapore – 42.195 km

ระหว่างทางก็คงดูสภาพตามกำลังร่างกายและขา อาจจะมีงานอื่นเพิ่มเติม (ถ้าฟิตตามตารางซ้อม) .. ก็ดูกันไป ยังเหลือเวลาครึ่งปีในการฟิตกลับมา แต่มั่นใจว่าครึ่งปีหลังนี้ มีอะไรสนุก ๆ รออยู่ระหว่างทางแน่ ๆ ..โย่ สู้ต่อไป ^_^