Race Report,  Triathlon

Roboman 2014 – ก้าวแรกสู่ไตรกีฬา ร่วมทีมด้วยใจ Go Tri ด้วยกัน

หลังจากจบโตเกียวมาราธอน (23 ก.พ. 2557) แบบเจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ (อ่านที่นี่ Tokyo Marathon 2014 – The Day I remember) ฮั้วก็พาร่างกะเผลกไปหาหมอ ทำ MRI และท้ายสุดต้องหยุดพักการวิ่งเพื่อรักษาตัวอย่างน้อย 1 เดือน

ถึงแม้จะครบเดือนแล้ว เท่าที่ดูสภาพขา อาการบาดเจ็บยังคงมีอยู่ เลยไม่เร่งรีบกลับมาวิ่ง ตั้งใจรอให้หายสนิท โดยที่ตั้งวันดีเดย์ไว้เป็น 1 เม.ย. จะกลับมาเริ่มออกกำลังกายอีกครั้ง โดยเริ่มจากกีฬาประเภท low impact เช่น ปั่น โยคะ และท้ายสุดเริ่มวิ่งช้า ๆ ระยะทางสั้น ๆ

คืนหนึ่งในต้นเดือนพ.ค. เฮียลิปก็แท็คมาใน Facebook ว่า ทีม Relay (ว่าย 1.5 กิโล ปั่น 40 กิโล วิ่ง 10 กิโล) ที่จะไปแข่งในงานไตรกีฬา Isuzu Roboman 2014 (วันที่ 25 พ.ค. 2557) ของฮอนด้าและกล้วยกำลังขาดมือปั่น (ซึ่งมือปั่นเดิมขอถอนตัวกะทันหัน)

ไม่รู้อะไรดลใจ เลยรับปากตกลงน้องเค้าไปว่า โอเค ถ้าน้องไม่ซีเรียสเรื่องเวลา เพราะพี่ก็เพิ่งเริ่มขี่จักรยาน พี่ก็น่าจะพอปั่นให้ได้ (ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังปั่นไม่เกิน 23.5 กิโลเลยซักครั้ง) และนี่คือที่มาของทีม “Crazy Go Tri” ทีมที่รวมตัวกัน 3 สัปดาห์ก่อนการแข่ง

เมื่อได้ชื่อทีม เราก็ตัดสินใจทำเสื้อทีม น้อง ๆ ช่วยกันออกแบบ และเพื่อน ๆ ในกลุ่ม Crazy Running ที่สนใจไตรกีฬาก็ร่วมกันตัดสินใจ การออกแบบและผลิตเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ต้องขอบคุณร้าน Vatemon’s in U มา ณ ที่นี้ด้วยที่เร่งการผลิตให้ทีมเราจนมีเสื้อสวย ๆ ใส่ทันงานแข่ง

เมื่อรับคำน้องเค้าแล้ว ฮั้วก็ทำหน้าที่เดียวคือซ้อม ๆ ๆ ๆ “ถีบ” จักรยาน เวลามีน้อย แค่ 3 สัปดาห์ ต้องพัฒนาแรงขาซึ่งยังไม่ค่อยจะเต็มร้อยเท่าใดนัก แรงหัวใจที่ร้างการออกกำลังกายไปนาน และเทคนิคจักรยานที่เรียกได้ว่าไม่มีเลย ให้สามารถปั่น 40 กิโลเมตรในวันงานได้

อนุเคราะห์ trainer โดยกิ๊บ

เพื่อนหลายคนแนะนำให้ใส่คลีตเพื่อที่จะเปลี่ยนจากการ “ถีบ” เป็น “ปั่น” จักรยาน .. บอกตามตรงว่าไม่เคยคิดใส่คลีตเลย เพราะเคยเห็นคนล้มต่อหน้าต่อตามาแล้ว เลยกลัวมาก ๆ .. แต่เพื่อทีม ก็ต้องลองใส่ดู ทำความคุ้นเคยไม่ทันก็แค่ถอดออก มีเวลาสัปดาห์กว่า ๆ ก่อนเริ่มแข่ง .. เมื่อใส่คลีต สิ่งที่ตามมาคือ การทำ bike fitting ซึ่งเพื่อน ๆ ก็แนะนำโปรวุฒิ เลยรีบโทรไปนัดเพื่อวัดตัว


เนื่องจากทีมเราไม่เคยซ้อมร่วมกันเลย น้องกล้วยเค้าว่ายน้ำประจำความเร็วแบบนางเงือกอยู่แล้ว น้องฮอนด้าก็กวาดถ้วยวิ่งมานับไม่ถ้วน เพราะฉะนั้นก็พอจะเดาเวลาของสองส่วนนี้ได้ เหลือแต่ฮั้วนี่แหละที่ไม่เคยปั่นถึง 40 กิโล เลยต้องมีการซ้อมใหญ่ร่วมกันสักครั้ง เพื่อจะได้รู้ว่าต้องประสานงานกันอย่างไร และเวลารวมของทีมน่าจะเป็นเท่าไหร่ หนึ่งสัปดาห์ก่อนการแข่ง เราจึงนัดซ้อมใหญ่กัน จนเป็นที่มาของวีดีโอที่น่ารักอันนี้ (ถ่ายทำโดยน้องฮอนด้า)

ผ่านการซ้อมใหญ่ เราก็พอจะประมาณการว่าเวลาของทีมน่าจะเป็นเท่าไหร่ ทีนี้เป้าหมายของการแข่งครั้งนี้คือ พยายามในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุดแต่ไม่ลืมว่าเราไปสนุกร่วมกัน

24 พ.ค. รับแพ็คที่อู่ตะเภา 

จุด transition

บรรยากาศเต็มไปด้วยนักกีฬาไตรฯ ที่ดูช่ำชองสนาม มีการบรีฟฟิ่งเรื่องกฏกติกา (ฮั้วจำไว้แค่ส่วนของฮั้วคือ “ห้าม Draft” คือห้ามขี่ตามจักรยานคันอื่น มีระยะห่างทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง) พวกเรารีบไปเช็คว่าจุดสตาร์ทอยู่ตรงไหน นัดแนะในส่วนของช่วง Transition (ซึ่งเป็นสถานที่จอดจักรยาน) กล้วยว่ายเสร็จแล้ว วิ่งมาจุดนี้ ฮั้วต้องทำอย่างไร .. ฮั้วปั่นกลับมาจุดนี้ ฮอนด้าทำอย่างไร .. เส้นทางการปั่นที่ผู้จัดประกาศออกมา ดูแล้วงงงวยมาก แถมมีการเลี้ยวกลับตัวหลายจุด (ซึ่งฮั้วยังไม่ค่อยแข็ง ณ จุดนี้เท่าไหร่ ก็แอบหวังไว้ในใจว่าคงไม่เป็น sharp u-turn และน่าจะมีป้ายบอกทางชัดเจน)

course map

คืนนั้นเกือบจะนอนไม่หลับ ตื่นเต้นเหมือนไปงานวิ่งครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่ตลอดวันก็เก็บงำอาการมาตลอด ไม่อยากให้น้อง ๆ ตกใจว่าพี่ก็ตื่นเต้นสุด ๆ ใส่คลีตก็ไม่กี่ครั้ง ปั่นจะเป็นยังไง แรงจะไหวไหม หยิบกระติกกินน้ำก็ไม่คล่อง จะลืมทำอะไรผิดขั้นตอนบ้างไหมนะ

25 พ.ค. วันแข่ง 

เช้าวันรุ่งขึ้น ก็รีบพาจักรยานไปเข้าจุด transition โดยต้องหันหัวจักรยานออกจากที่เสียบ (ปั่นกลับมาค่อยหันหัวเข้า) จัดแจงของที่จะใช้ไว้ที่จักรยาน แล้วก็ไปส่งตัวน้องกล้วย (นักว่าย) ที่ชายหาด

เมื่อเสียงแตรปล่อยตัวดังขึ้น น้องกล้วยผู้ผ่านงานไตรฯ มาหลายงาน ก็พุ่งตัวตามฝูงฉลามหนุ่มไป วันนี้ทะเลที่อู่ตะเภาดูราบเรียบ ไร้คลื่น ฮั้วรู้อยู่แล้วว่ากล้วยจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการว่าย .. พอปล่อยตัว ฮั้วก็เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย และเริ่มวิ่งเหยาะ ๆ วอร์มอัพเลย

วิ่งวอร์มรอกล้วยขึ้นจากน้ำ

31 นาที (โดยประมาณ) ผ่านไป ก็เห็นกล้วยวิ่งผ่านซุ้มสเปรย์น้ำมา ฮอนด้ามีหน้าที่นำชิพที่กล้วยมาส่งให้ หลังจากใส่ชิพแล้ว ส่วนฮั้วก็ดึงจักรยานออก จูงจักรยานไปที่จุด Mount on แล้วก็ขึ้นจักรยาน ขี่ออกไป ตอนนั้นคิดในใจ “อย่าล้มนะเฟ้ย”

เนื่องจากได้มีการวอร์มร่างกายมาบ้างแล้ว ฮั้วจึงปั่นเต็มสปีดเท่าที่จะทำได้ รู้สึกว่าช่วงแรกไปค่อนข้างเร็ว เริ่มจากชายหาด วกเข้าไปในสนามบินอู่ตะเภา วนเวียนเล็กน้อย แล้วก็ออกไปที่ถนน ซึ่งมีการกั้นการจราจรอย่างดี (โดยทหาร)

ช่วงที่อยู่ที่ถนนด้านนอก ไม่ค่อยงงเส้นทางเพราะจะมีการกั้นถนน คนชี้ทางเป็นระยะ ๆ (ตอนแรกผู้จัดบรีฟว่าจะมีมาร์แชลคอยจับ draft ทุก 50 เมตร แต่ของจริงแทบไม่มี เรียกว่าน้อยมาก ๆ แต่ฮั้วก็ไม่ได้ดราฟท์อยู่ดี) ปั่นไปซัก 15 กิโลก็เริ่มเหนื่อย

ระหว่างปั่น

จากที่ปั่นเต็มกำลังก็เริ่มผ่อน จิบน้ำบ้าง ปั่นต่อไปจนถึงกิโลที่ 21 ซึ่งเป็นทางชันขึ้น ..เฮ้ย ทำไมปั่นไม่ไปฟะ เริ่มปวดต้นขา เลยสังเกตุว่าน่าจะเป็นทางชัน เอ๊า สู้ ๆ จนสุดทาง มีขึ้น ต้องมีลง .. พอช่วงลง เห็นพวกโปร ๆ เค้าปั่นส่งแรง จักรยานพุ่งไปเร็วมาก .. ส่วนฮั้วฝึกปั่นทางราบมาตลอด ก็มีส่งแรงบ้างแต่ไม่มาก เพราะลึก ๆ ยังกลัวเร็วเกิน เผื่อสะดุดอะไร ฮั้วล้มไม่เป็น

หลังช่วง 21 กิโล นี่เรียกว่านรกดี ๆ นี่เอง วนเวียนในสนามบิน กลับตัวไม่รู้กี่ครั้ง และที่สำคัญ “ต้านลม” มาก ๆ จากช่วงครึ่งแรกที่อยู่ประมาณสปีด 28 – 30 kph ตกฮวบ 24 – 27 kph .. รู้สึกว่ามันไกลจัง เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ย เมื่อยหลัง เมื่อยก้นมาก ๆ .. พวกโปร ๆ ก็ปั่นแซงฉิว ๆ ๆ ๆ มีหลายคนให้กำลังใจให้สู้ ๆ ก็จะหันไปยิ้มกับเค้าแล้วก็ปั่นของเราต่อไป

ใกล้ถึงจุด transition 

เมื่อเห็นเวลาล่วงเลยมาชั่วโมงกว่า ก็รู้ละว่าทนอีกนิดก็จะเสร็จ หลายครั้งที่อยากจะผ่อน แต่ก็จะพยายามนึกถึงฮอนด้าไว้ คิดว่าน้องเค้ายืนรออยู่ (เพราะช่วงจักรยานจะเป็นช่วงที่นานที่สุด ต้องปั่น 40 กิโล) ยิ่งฮั้วใช้เวลามากเท่าไหร่ น้องก็ต้องทนวิ่งในอากาศที่ร้อนขึ้นเท่านั้น

การแข่งครั้งนี้ไม่เหมือนการแข่งวิ่งที่เคยทำ การวิ่งฮั้ววิ่งด้วยขาตัวเองเพื่อตัวเอง จะช้า จะเร็วก็ไม่มีผลอะไรกับใคร .. แต่ครั้งนี้ปั่นด้วยขาฮั้ว แต่เพื่อทีม ในเมื่อน้อง ๆ ทำได้ดี ฮั้วจะมาถอดใจเพราะเหนื่อย เพราะเมื่อย ได้อย่างไร .. ฮั้วปั่นอีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว ลองนึกถึงนักกีฬาที่ลงเดี่ยวสิ เค้าต้องไปวิ่งต่อ .. เราแค่ “ปั่น” อย่างเดียวเอง เลิกบ่น เลิกเหนื่อย แล้วรีบทำให้จบ ๆ ดีกว่า

ส่งต่อให้ฮอนด้า

หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไป ฮั้วก็ผ่านซุ้มวกกลับเข้าจุด transition เพื่อส่งต่อชิพให้น้องฮอนด้าวิ่งฉิวออกไป .. ลงจากจักรยานลงมา ขาแข็งมาก เรียกว่าเดินยังแทบจะไม่ได้ (โหย คนเค้าวิ่งต่อกันได้อย่างไรเนี่ย) .. พอพักขาหายเหนื่อยแล้ว ก็เดินไปจุดสิ้นสุดเพื่อรอฮอนด้า

และก็เป็นดังคาด น้องทำได้ดีเหมือนซ้อม วิ่งใกล้เข้ามา .. ฮั้วกับกล้วยก็วิ่งไปรับและวิ่งด้วยกันซักพัก และปล่อยให้น้องวิ่งผ่าน finish line อย่างงาม ๆ (ฮั้ววิ่งตามไม่ไหวอะ วิ่งนิดเดียว แผลเดิมก็จี๊ดขึ้นมา เลยต้องขอหยุดดีกว่า)

ผลเป็นทางการ

ฉลองชัย ทีมเราจบด้วยเวลาอย่างเป็นทางการ 3 ชั่วโมง 3 นาที 20 วินาที ..อันดับที่ 11 จาก 22 ทีมที่เข้าร่วม ทีมสมัครเล่น ร่วมทีมด้วยใจ Go Tri ด้วยกัน .. ทำผลงานได้ดีมาก ๆ

เราไม่รู้ว่าจะครั้งต่อไปจะไปที่ไหน แต่ตราบใดที่ยังมีเพื่อน ๆ Crazy Go Tri ไม่ว่าจะเป็นน้องฮอนด้า น้องกล้วย เฮียลิป แม็ค โปรโอ๋ ออมสิน โบ น้ำ และเพื่อน ๆ ในกลุ่มอีกหลาย ๆ คน ร่วมกันซ้อม ให้กำลังใจ แบ่งปันประสบการณ์ และสนุกไปด้วยกัน .. รับรองว่าจะได้เจอกับพวกเรา นักไตร (ทวิ) มือสมัครเล่นในงานต่อ ๆ ไปแน่นอน

รวมทีม

ขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นกำลังใจ สนับสนุน ร่วมกันซ้อม ให้คำแนะนำ ทั้งพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ จาก Crazy Go Tri / Crazy Running / 3-4-9 Running .. ขอบคุณที่ช่วยให้พวกเราทำสำเร็จ

ขอบคุณภาพงาม ๆ จาก โปรโอ๋ โปรอู๋ น้องฮอนด้า เฮียลิป ผู้จัดงาน Roboman และ Shutter Running

ขอบคุณผู้จัดงาน Roboman 2014 ที่จัดงานดี ๆ ให้พวกเราได้มีโอกาสร่วมแข่งด้วย ถึงแม้มีความไม่พร้อมหลาย ๆ อย่าง แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ วันนั้น ถือว่าผู้จัดทำได้ดีแล้ว สิ่งใดที่เพื่อน ๆ คอมเมนท์ไปก็อยากให้ปรับปรุงกับงานครั้งหน้า .. เจอกันใหม่ Roboman 2015 (ถ้ามี) นะคะ

ป.ล. งานครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ว่า ถ้าตั้งใจและพยายามจะทำอะไร ก็จะทำได้ แต่ยิ่งตั้งใจทำเพื่อทีม เพื่อคนอื่น แรงใจจะยิ่งแรงกว่าอีกหลายเท่าตัวเลย