Race Report,  Running

วิ่งไปเที่ยวไปกับ Tokyo Marathon 2014 (ภาคแรก)

การวิ่งที่ต่างประเทศ เช่น โตเกียวมาราธอนเป็นงานในฝันของใครหลาย ๆ คน ไม่ใช่แค่กับคนไทยเท่านั้น งานโตเกียวมาราธอนเป็นงานวิ่งระดับชาติของคนญี่ปุ่น ที่นักวิ่งต่างจังหวัดจะลงทุนลงแรงตั้งใจฝึกซ้อมมาวิ่งที่นี่กัน และยังเป็นงานระดับโลกที่ติดหนึ่งในหกงานเมเจอร์มาราธอนประกอบไปด้วย โตเกียว ลอนดอน บอสตัน ชิคาโก เบอร์ลิน และนิวยอร์ค

ถ้าไม่นับงานอื่น ๆ งานวิ่งโตเกียวมาราธอนเพิ่งเริ่มจัดปี 2007 แต่ได้ติดเป็นหนึ่งในหกงานเมเจอร์ระดับโลก และเป็นงานเดียวที่อยู่ในทวีปเอเชียด้วย การจะวิ่งงานแบบนี้สามารถสมัครแบบการบริจาคให้องค์กรที่กำหนด (ซึ่งน่าจะเป็นตัวเงินสูงทีเดียว) และการส่งใบสมัครเข้าไปจับฉลาก

จำได้ว่าฮั้วส่งใบสมัคร (ออนไลน์) เข้าไปประมาณเดือนสิงหาคม ทางผู้จัดจะประกาศผลช่วงประมาณปลาย ๆ กันยายนโดยอีเมล์.. ตอนสมัครก็มีถามเบื้องต้นนิดหน่อย เช่นคุณเคยวิ่งมาราธอนมาแล้วหรือยัง ถ้าเคยใช้เวลาเท่าไหร่ ถ้ายัง ก็คาดว่าจะจบกี่ชั่วโมง .. ณ ขั้นตอนนี้ควรใส่ประมาณการเพราะถ้าคุณจับฉลากได้ ตัวเลขบน BIB จะแบ่งเป็นบล็อคตามเวลาที่คาดว่าจะจบ

ผล Lottery ที่ออก

เมื่อได้รับผลแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการจ่ายเงินค่าสมัครจำนวน 12,000 เยน (ประมาณ 3,800 บาท) ผ่านบัตรเครดิต และก็เริ่มมองหาตั๋วเครื่องบินซึ่งก็ไม่ยากหรอก มีหลายสายการบินที่บินกรุงเทพ-โตเกียว และการหาที่พัก ซึ่งฮั้วว่าหาไม่ยากนะ ที่พักที่โตเกียวมีเยอะ (ทั้งถูกและแพง) และก็เริ่มฝึกซ้อมกับงานใหญ่ได้เลย

งานวิ่งโตเกียวมาราธอนจะจัดทุกเดือนกุมภาพันธุ์ของทุกปี ซึ่ง ณ ช่วงเดือนนี้ยังเป็นช่วงปลายฤดูหนาวของญี่ปุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยของแต่ละปีจะอยู่ประมาณ 2 – 10 องศา เรียกว่านักวิ่งเมืองร้อนอย่างฮั้วเริ่มเครียดเลยเชียว แค่วิ่งจอมบึงยังหนาวจะแย่แล้ว (และก็เป็นคนที่ไม่ค่อยถูกกับอากาศหนาวด้วย)

หลังจากได้รับผลว่าได้ไปวิ่ง ตอนนั้นตื่นเต้นมาก แต่ฮั้วสมัคร Nagoya Woman Marathon ไปด้วย และได้ผลจับฉลากว่าได้เหมือนกัน แต่ดันจัดใกล้กันมาก (นาโกย่าจะช่วงต้นมีนา ส่วนโตเกียว 23 ก.พ. ฮั้วเลยต้องเลือกงานใดงานหนึ่ง) แถมยังดันไปสมัคร TNF100 ในระยะ 50 กิโลเมตรไว้ก่อนหน้าด้วย .. เลยต้องตัดสินใจเลือกงานที่จะวิ่ง .. สุดท้ายเลือก “โตเกียวมาราธอน” เพราะเป็นงานเมเจอร์โลกนะเอง

เจ็บตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม

ตั้งแต่วิ่งจบสิงคโปร์มาราธอน (ธ.ค. 2013 อ่านได้ที่นี่ Standard Chartered Marathon Singapore 2013) ขามีอาการแปลก ๆ คือปวดน่องขวามาก ๆ จนถึงขั้นรุนแรงและต้องหยุดซ้อมไปกว่าสองสัปดาห์ ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกแย่เรื่องการไม่ได้ซ้อม เหลือเวลาอีกสองเดือนจะฟิตทันไหม

แต่หารู้ไม่ว่าอาการหนักขึ้นหลังจากวิ่งจบจอมบึงมาราธอน ซึ่งทำให้ตัดสินใจต้องใช้การฝังเข็ม การนวดเส้น เข้ารักษา (ไว้ค่อยเล่ารายละเอียดในตอนต่อไป) แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ซ้อมเลย แถมต้องหยุดวิ่งตั้งแต่จบจอมบึงอีก (19 ม.ค. อ่านได้ที่นี่ จอมบึงมาราธอน 2014)

ช่วงระหว่างพักฟื้นและรักษาขา ก็ยังไปวิ่งชิว ๆ วิ่งไป เดินไปที่ TNF100 แต่เปลี่ยนระยะเป็น 10 กิโล หลังจากวิ่งเสร็จ รู้สึกเจ็บเข่าด้านนอกมาก ในใจเริ่มกังวลเพราะไม่ได้ซ้อม ขายังไม่หายดี แถมมาเจ็บเพิ่มอีก อีกสองอาทิตย์ก็กำลังจะไปอยู่แล้ว บอกตามตรงว่าใจนึงคิดจะยกเลิกทริปโตเกียวเลยเชียว

สัปดาห์สุดท้ายก่อนวิ่งโตเกียว ลองไปวิ่งกับพี่เจ๋งอีกครั้ง คาดว่าจะวิ่งซัก 10 กิโล แต่วิ่งเบา ๆ ไปได้แค่ 6 กิโล อาการเจ็บก็มาอีกถึงขั้นวิ่งไม่ได้ คราวนี้ใจตกเลย ความฟิตไม่พร้อมยังพอทน แต่วิ่งไม่ได้นี่ทรมานแน่ ๆ .. พี่เจ๋งแนะนำว่าให้ใช้แผน วิ่ง 8 นาทีสลับกับเดิน 2 นาที ซึ่งน่าจะช่วยพักขาได้บ้าง ฮั้วคิดในใจว่าคงต้องใช้แผนนี้แล้วล่ะ เพราะไม่งั้นคงไม่รอดแน่ ๆ

ปีนี้โตเกียวมีความหนาวระดับพิเศษ ถึงขั้นที่ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า อากาศหนาวจัดและมีพายุหิมะถล่มโตเกียว ซึ่งถือว่าผิดแผกมาก พวกเราเหล่านักวิ่งก็พยายามติดตามเรื่องสภาพอากาศว่าจะมีการยกเลิกหรืออะไรไหม อากาศจะเย็นถึงขั้นไหน .. เอาเป็นว่าวันที่ฮั้วมาถึง (วันพฤหัส) อุณหภูมิอยู่ที่ 1 องศา เรียกว่าใส่เสื้อผ้าประมาณ 4 ชั้นได้ แล้ววันแข่งจะหนาวขนาดไหนหนอ

ภาพจากพี่เหมียว – โตเกียว ณ วันที่ 15 ก.พ. 2014

พอเดินทางมาถึงโตเกียวก็ต้องลองไปวิ่ง ณ เวลาที่จะวิ่งจริง ๆ ดูว่าชุดที่เตรียมมาพร้อมหรือไม่ ทนความหนาวได้แค่ไหน ถ้าขาดเหลืออะไรก็ไปหาซื้อเพิ่มที่ Expo .. ฮั้วใส่เสื้อสองตัวข้างในและใส่เสื้อแจ็คเก็ตทับ กางเกงเป็น compression กับขาสั้น ถุงเท้า drymax อย่างหนา และรองเท้า Brooks Transcend ใส่หมวกไหมพรม ใส่ผ้าคาดหัว Columbia Omni-heat (เพื่อปิดหูด้วย) ใส่ Buff กันช่วงคอ และใส่ถุงมือแบบ winter ของ The North Face .. แวบแรก คิดว่าหนาวตายแน่ ๆ หนาวมาก ๆ ยิ่งวิ่งผ่านช่วงช่องลม หรือมีลมพัด เอาไม่อยู่อะ ทรมานสุด ๆ แต่พอเริ่มร้อนก็พอทนได้นะ .. ในใจคิดว่าต้องไปหาดูเสื้อกันลมเพิ่มจากงาน Expo ซะละ

รูปจากพี่เหมียว

Expo Day
ขอตัดข้ามช็อตมางาน Expo เลย ซึ่งจัดที่ Tokyo Big Sight ซึ่งจะเป็นเส้นชัยในวันแข่งด้วย การเดินทางไม่ยาก สามารถนั่งรถไฟถึงเลย แล้วก็เดินตามฝูงชนเข้าไปในตัวอาคาร

จดหมายจากผู้จัด

ในส่วนของการรับ BIB .. นักวิ่งจะต้องเตรียมเอกสารเป็นใบ confirmation (ซึ่งใบนี้ทางผู้จัดจะส่งไปรษณีย์มาให้ถึงบ้านเลย) และพาสปอร์ตมาให้พร้อม จะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ยืนตรวจก่อนเข้าประตู ณ จุดนี้ครอบครัวและเพื่อน ๆ จะต้องยืนรอด้านนอก

Tokyo Marathon 2014 – Expo

สิ่งที่ประทับใจของในส่วนนี้คือ เจ้าหน้าทีจะเป็นคนสูงอายุแทบจะทั้งหมด และส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เค้าจะพยายามอธิบายขั้นตอนว่าเราต้องทำอะไรยังไง ก็ต้องใช้มือไม้ใบ้กันสุดฤทธิ์

Race Pack

เมื่อเดินไปที่โต๊ะที่แบ่งไว้เป็นแบบฟูลมาราธอน และ 10 กิโล (ไม่มีฮาล์ฟนะคะ) ซึ่งจะแยกตามเลขที่ที่ส่งมาในใบ confirmation อยู่แล้ว .. เจ้าหน้าที่จะให้ชุด race pack ประกอบไปด้วย BIB, ถุงฝากของในวันแข่ง, race handbook และพวกใบโฆษณาจากสปอนเซอร์ .. หลังจากนั้นค่อยไปรับเสื้อที่เราระบุไซส์ตั้งแต่รับสมัคร (ห้ามเปลี่ยน)

มุมมหาชน .. แต่เราแย่งมาได้

เมื่อได้ขอบครบทุกอย่างก็ถึงเวลาช็อปปิ้งในงาน Expo ซึ่งบริเวณนี้ ครอบครัวและเพื่อนเข้าไปได้

ทดสอบ Gait Analysis กับ ASICS

เนื่องจาก ASICS เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ ซุ้มก็จะมีบริเวณเยอะหน่อย ทาง ASICS ก็จัดบริเวณให้ทดสอบ Gait Analysis อีกด้วย ฮั้วแวะเข้าไปดู แต่คิวที่จองล่วงหน้าแน่นเอี๊ยด กว่าจะได้คิวต้องรอถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง .. ก็เลยเดินวน ๆ ดูเค้าทดสอบและก็ถ่ายรูปไปด้วย .. อาจจะเพราะดูท่าทางอยากวิ่งมาก เจ้าหน้าที่เลยบอกว่าเค้ากำลังรอคิวที่จองไว้ แต่ยังไม่มา ถ้าอีก 10 นาทีเค้ายังไม่มาจะให้เข้าไปทดสอบแทน คุณรอได้ไหม??

แหม จังหวะแบบนี้ก็ต้องได้สิคะ .. ในที่สุดก็ได้ทดสอบการวิ่งอีกครั้ง ดูซิจะเหมือนของสิงคโปร์หรือเปล่า .. แต่ที่นี่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่านั้น คือ มีการวัดขนาดเท้าแบบ 3 มิติ เพื่อให้รู้ว่าเท้ามี dimension แบบไหน เพื่อดูการกดน้ำหนักระหว่างยืน และช่วยให้หารองเท้าที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ผลการทดสอบ

หลังจากขึ้นไปวิ่งบนลู่วิ่งซัก 1 นาที ด้วยการติด sensor และใส่รองเท้าที่เค้าจัดให้ ผลก็ออกมาว่าฮั้วเป็น Over-Pronation .. บอกตามตรงว่า ณ ตอนนี้ไม่สนใจ จุดประสงค์คือการอยากลองทดสอบ แต่ผลออกมายังไงก็เฉย ๆ (แต่ผลดูไม่แตกต่างจากคราวที่ทดสอบที่สิงคโปร์เท่าไหร่นัก)

หลังจากได้ผล ทางเจ้าหน้าที่ก็แนะนำรุ่นรองเท้าที่เหมาะสมให้ และอะไรจะเหมาะไปกว่าการนำรองเท้าหลากหลายรุ่นมาขายอยู่ด้านหลังเลย .. โชคดีที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้วิ่งอยู่แล้ว รองเท้าเดิม ๆ ที่มีอยู่ยังไม่หมดอายุ เลยดูผ่าน ๆ ไม่ได้สนใจจะซื้อ

เปิดตัว Brooks Transcend

บูธอื่น ๆ ในงานนอกจาก ASICS มีเยอะมาก พวกเสื้อผ้าแบรนด์กีฬาก็มากันคับคั่ง แจ็คเก็ตใส่วิ่ง กางเกงขายาว ขาสั้น เสื้อแขนยาว แขนสั้น อุปกรณ์กีฬา เรียกว่ามีทุกแบรนด์ ไล่มาตั้งแต่ ASICS, New Balance, Mizuno, Brooks, SKINS, Saukony, Newton, 2XU, CW-X, , The North Face, Columbia

ราคาถูกกว่าไทย

อุปกรณ์การกีฬาหรือพวก energy ก็มีเพียบ เรียกว่า ถ้าเข้าไปงานนี้แล้วไม่เสียเงิน ฮั้วต้องขอลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับความใจแข็ง ^_^

ทุกแบรนด์จัดเต็ม

มีเพื่อน ๆ บางคนที่ไป Expo ในวันเสาร์ แล้วแจ้งข่าวมาว่าซื้อของไม่ได้เลย เพราะคนเยอะมาก คิวจ่ายเงินยาวเหยียด ของหมดไปก็เยอะ .. ต้องบอกว่าถ้าใครได้ไปงานใหญ่ ๆ ควรหาวันไป expo วันธรรมดาแทนที่จะเป็นวันเสาร์นะคะ

ของที่ระลึกของงาน

ก่อนจะเดินออกจากงาน ก็ต้องมาสะดุดกับน้อง ๆ กลุ่มนี้จาก KitKat ที่มาเต้นเชียร์ในกับนักวิ่ง น่ารักจริง ๆ

น้อง ๆ บอก “สู้ ๆ” 

เมื่อช็อปปิ้งได้ถุงบิ๊กบึ้มแล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางกลับโรงแรมและเตรียมใจสู้ศึกในวันจริง ..

(ขอต่อตอนต่อไปนะ)