Training,  Tricks

ข้อควรรู้สำหรับนักวิ่งมือใหม่ (ภาควันแข่ง)

นาฬิกาปลุก ตื่นเช้า ใส่ชุดแข่งที่คุณคิดว่าเจ๋งที่สุด ถ้าเสื้อผ้าตัวไหนคาดว่าจะเสียดสีให้ผิวหนังอันบอบบาง ณ บางจุด เช่น หัวนม ต้นแขนด้านใน ต้นขาด้านใน ช่วงหน้าอก ก็ให้เทาวาสลีนโปะไว้เลยค่ะ ช่วยได้จริง ๆ

เตรียมตัวเข้าห้องน้ำถ่ายหนักเบาให้เรียบร้อย เพราะคุณอาจจะปวดหนักฉุกเฉินระหว่างวิ่ง เพราะการวิ่งทำให้อวัยวะภายในของร่างกายมีการเคลื่อนไหว สิ่งที่ไม่ควรจะเกิดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานวิ่งที่เมืองไทยส่วนใหญ่ไม่มีห้องน้ำเคลื่อนที่จัดไว้ให้ระหว่างทางนะคะ ถ้าวิ่งในเมืองยังหาปั๊มแวะเข้าได้ แต่ถ้านอกเมืองนั่นลำบากเลยค่ะ จะแย่ยิ่งขึ้นไปอีกถ้าคุณเป็นผู้หญิง .. บางครั้งฮั้วยังแอบอิจฉานักวิ่งชายที่อยู่ ๆ ก็เลี้ยวเข้าพงหญ้าจัดการธุระสบาย ๆ

งานไหนมีชิพแจกให้ ก็ต้องติดที่รองเท้าให้เรียบร้อยนะ ห้ามลืมเด็ดขาด .. วิธีติดคือ

1) เอาสายสีดำร้อยต่อเข้าไปกับเชือกผูกรองเท้า ซ้ายหรือขวาก็ได้ ไม่เกี่ยงข้าง
2) เอาปลายด้านนึงผูกร้อยเข้าไปในห่วง แล้วดึงให้แน่น
3) เก็บสายสีดำเข้าไปในเชือกผูกรองเท้าเพื่อความเรียบร้อย

 

หลาย ๆ งานใหญ่ ๆ ก็ใช้ชิพแบบนี้นะ.. จุด start / check-point / finish ก็ให้ผ่านแผ่น scanner ที่วางบนพื้นเพื่อ record เวลา .. จะได้ยินเสียง “ติ๊ด ติ๊ด” .. พอเข้าเส้นชัยจะมีเจ้าหน้าที่มาขอตัดสายสีดำที่รองเท้า ของมันแพง ห้ามลืมคืน ห้ามหายนะจ๊ะ ไม่งั้นต้องเสียตังค์ให้ทางผู้จัดน๊า

พอไปถึงงานวิ่ง ถ้าคุณยังไม่ได้สมัครหรือยังไม่มีเบอร์วิ่ง ก็มองหา “จุดลงทะเบียน” เลยค่ะ ถ้างานวิ่งมีการรับสมัครหน้างานก็อาจจะลำบากหน่อย เพราะคนจะเยอะมาก (ควรเผื่อเวลาไปเลยซัก 1 ชั่วโมง) เพราะบางงานไม่เป็นระเบียบมาก ๆ คนไม่ค่อยเข้าแถวกัน หรือมีเข้าแถวแต่ก็เบียดเสียดแทรกคิวกันเยอะมาก ๆ ค่ะ

บางงานที่รับเบอร์วิ่งที่หน้างานเค้าจะมีเข็มกลัดให้ 4 ตัวนะคะเพื่อใช้สำหรับติดเบอร์วิ่งที่หน้าอก (ต้องติดด้านหน้าเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ด้านหลัง) แต่บางครั้งเราก็ไม่อยากให้เสื้อเป็นรอยใช่ไหมคะ นักวิ่งบางคนก็เลยมีอุปกรณ์เสริมเป็นสายติด BIB บางยี่ห้อใช้เป็นสายคล้อง (ซึ่งบางทีก็ลำบากเพราะ BIB เมืองไทยไม่มีรูให้ค่ะ) แต่บางยี่ห้อใช้เป็นคลิบหนีบ ก็สะดวกดี (แต่อุปกรณ์นี้ก็ไม่จำเป็นนะคะ)

ยังค่ะ ขั้นตอนก่อนจะออกสตาร์ทยังไม่หมด หลังจากคุณได้เบอร์เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากคุณอยากฝากสัมภาระล่ะ คุณก็ต้องมองหาป้าย “ฝากสัมภาระ” และไปเบียดเสียดตรงนั้นอีก .. ฮั้วอยากแนะนำว่า ให้หากระเป๋าคาดเอว พร้อมถุงซิบล็อค (เผื่อฝนตก ของสำคัญจะได้ไม่เปียก) และนำของที่จำเป็นไปเท่านั้น สิ่งที่ฮั้วติดตัวไปวิ่งทุกครั้งตามด้านล่างเลยค่ะ แค่นี้เราก็ไม่ต้องเสียเวลาฝากของแล้วค่า

  • บัตรประชาชนหรือใบขับขี่
  • เงินสดนิดหน่อย
  • ทิชชู่
  • โทรศัพท์

หลังจากติดเบอร์ ฝากของเรียบร้อย ก็ให้วอร์มร่างกายก่อนค่ะ เป็นการขยับตัว ขยับขา ขยับแขน ขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถใช้งานได้ ช่วงเช้า ๆ ร่างกายเราจะยังยึดอยู่นะคะ ถ้าไม่วอร์มอัพก่อนจะวิ่งไม่ค่อยออก แถมยังเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บอีกด้วย หลังจากนั้นจะเข้าห้องน้ำก็รีบจัดการให้เรียบร้อยนะคะ เพราะบางงาน บางสถานที่ห้องน้ำน้อยมาก ๆ ค่ะ มี 3 ห้องกับจำนวนคนเป็นร้อย

พอใกล้เวลาจะปล่อยตัว ก็เริ่มไปเข้าแถวที่หน้าซุ้มได้เลยค่ะ ถ้าเราเป็นมือใหม่และคาดว่าจะวิ่งไม่ค่อยเร็ว ขอแนะนำให้เข้าแถวด้านหลัง ๆ นิดนึง เพราะนักวิ่งแถวหน้าเค้าวิ่งกันเร็วเพื่อทำเวลา เพื่อรางวัล อย่าไปขวางทางเค้าเลยค่ะ เริ่มจากหลัง ๆ วิ่งสบายดีนะคะ วิ่งช้าแรก ๆ แล้วถ้าแรงเหลือค่อยไปเร่งเอาช่วงกลาง ๆ ของการแข่งก็ได้ค่ะ

ปกติในบริเวณนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ทำการ “เช็คอิน” .. การเช็คอินตามงานในเมืองไทยนั้นเป็นการใช้คนมาขีดสัญลักษณ์ที่เบอร์วิ่งค่ะ แต่ถ้าเป็นงานระดับใหญ่หน่อยก็ใช้การวิ่งผ่านฐานเช็คอินที่เป็นแผ่นสแกนวางอยู่ที่พื้นค่ะ

เมื่อแตรสัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้น เราก็แค่วิ่งตามฝูงชนค่ะ แรก ๆ อาจจะวุ่นวายหน่อย แต่พอพ้นช่วง 500 เมตรแรกแล้ว นักวิ่งจะเริ่มกระจายค่ะ ถ้าเราวิ่งช้าก็พยายามวิ่งชิดด้านซ้ายของกลุ่มไว้ เพราะคนที่วิ่งเร็วกว่าจะได้แซงด้านขวาไปได้ง่าย ๆ

และถ้าเราวิ่งแล้วฟังเพลงสบายอารมณ์ไปด้วย ยิ่งควรชิดซ้ายนะคะ เพราะเราจะไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่วิ่งมาด้านหลัง หรือแม้กระทั่งเสียงรถรารอบตัว (ในกรณีที่วิ่งถนนในเมือง) .. ถ้าเป็นไปได้อยากจะรณรงค์ให้เสียบหูฟังข้างเดียวค่ะ จะได้รู้ว่ามีรถตามหลัง หรือเรากำลังวิ่งขวางทางใครอยู่หรือเปล่า .. งานในกรุงเทพมักจะไม่ปิดถนน 100% นะคะ ส่วนมากจะปิดแค่เลนเดียวให้เราวิ่ง แถมยังมีรถที่เลี้ยวเข้า เลี้ยวออกซอยอีก .. วิ่งในเมืองต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษค่ะ

ถ้าวิ่งแล้วรู้สึกเหนื่อย วิ่งไม่ไหวแล้ว อยากหยุด .. ก็อย่าเพิ่งหยุดกะทันหันนะคะ ใช้เดินช้า ๆ ก่อน .. ช่วงก่อนจะเปลี่ยนความเร็วจากวิ่งเป็นเดิน ก็หันไปมองด้านหลังหรือด้านข้างนิดนึงว่ามีใครวิ่งตามมาหรือเปล่า เพราะเค้าอาจจะวิ่งชนเราได้นะ พอเห็นปลอดคน ก็เดินช้าชิดซ้าย .. ชะลอจนหายเหนื่อยแล้วก็ค่อยวิ่งต่อไปค่ะ .. ขอเพียงแค่อย่ายอมแพ้นะ อย่าหยุดอยู่กับที่ เวลาเดินตลอดเวลา เดินช้า ๆ ก็ยังเคลื่อนที่เร็วกว่าหยุดยืนเฉย ๆ นะ

งานวิ่งปกติจะมีจุดแจกน้ำให้ทุก 2 – 3 กิโลเมตร ช่วงบริเวณนี้จะเปียกแฉะ เต็มไปด้วยแก้วน้ำพลาสติก แก้วน้ำกระดาษ กระจายเกลื่อนกลาด เวลาวิ่งผ่านต้องระวังนิดนึงนะคะ .. นักวิ่งบางคนจะใช้เทคนิคในการโฉบรับน้ำแล้ววิ่งจากไป แต่หลายคนก็หยุดดื่มน้ำตรงสถานีเลย อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคในการวิ่งแต่ละคนนะ .. แต่ที่แน่ ๆ ถ้าไม่ได้เร่งรีบอะไร อยากจะรณรงค์ให้พกแก้วน้ำแบบพับได้มาเองจะได้ช่วยลดปริมาณขยะด้วยนะ

พอดื่มน้ำเสร็จ นักวิ่งก็จะโยนแก้วน้ำทิ้งแถว ๆ สถานีนั่นแหละ ก่อนโยนก็มองนิดนึง ไม่งั้นอาจจะโดนสายตาค้อนจากคนที่วิ่งผ่านมาได้นะ

แต่ถ้าวิ่งระยะไกลหน่อยที่ต้องมีการเติมพลังงานระหว่างวิ่ง งานส่วนใหญ่ก็มักจะมีน้ำเกลือแร่ให้ งานดีหน่อยก็เตรียมผลไม้ เช่น แตงโมหรือกล้วยให้ .. แต่ไม่ได้ให้ทุกสถานีนะ บางครั้งจะให้ทุก 5 กิโลเมตร ก็ต้องลองกะ ๆ พลังงานเราเอง เอาให้พอถึงสถานีหน้าละกัน .. หรือถ้าลงทุนก็เตรียม power gel ไปเอง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม เมื่อมองเห็นสถานีน้ำอยู่ด้านหน้า ก็ให้ฉีกซองดูดเจลได้เลย พอถึงสถานีน้ำก็แค่ดื่มน้ำตามเยอะ ๆ

 

พอใกล้เข้าเส้นชัย มักจะมีตากล้องของงานมาซุ่มเล็งภาพ เราก็แค่ยืดตัวให้ตรง (ถึงแม้ก่อนหน้านั้นจะเหนื่อยขนาดไหนก็ตาม) หันหน้าเข้าหากล้อง ก้มหน้าลงต่ำซักเล็กน้อยจะได้องศาพอดี ๆ (เพราะตากล้องมักนั่งอยู่ในมุมต่ำกว่า) เต๊ะท่าที่คิดว่าสวยที่สุด หรือแค่ยิ้มให้กล้องก็โอเคแล้ว แค่นี้คุณก็จะได้ภาพงาม ๆ เก็บไว้ดูแล้วล่ะ

หลังงานวิ่ง ตากล้องก็จะนำภาพกว่าพันภาพมาลงเว็บไซท์ เราก็ต้องตาแฉะนิดนึง ตามหาภาพเรา หรือแค่จำเวลาก่อนเข้าเส้นชัยไว้ แล้วก็ไล่ดูเวลาที่ระบุในภาพ จะได้ไม่ต้องหาตั้งแต่อัลบั้มแรกจนท้ายสุด .. ท้ายสุด ถ้าเจอภาพถูกใจก็สั่งซื้อได้เลย คุณก็จะได้ภาพที่ไม่มีลายน้ำแบบลิขสิทธิ์ของตากล้อง .. ราคาไม่แพงมากแล้วแต่งาน หรือจะอัดใส่กรอบไว้ประดับฝาบ้านโชว์แขกเหรื่อก็ภูมิใจดีนะ

การวิ่งเข้าเส้นชัยจะเป็น moment ที่พิสูจน์ความสำเร็จในการแข่งครั้งนั้น ควรซึมซับทุกวินาที แต่อย่าหยุดยืนกับที่ อย่าลืมว่าข้างหลังมีคนวิ่งตามเข้ามาเหมือนกัน เดี๋ยวจะชนกันเข้า .. วิ่งยิ้มรับชัยชนะแล้วก็ไปรับเหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่ก็แจกเหรียญกันตรงเส้นชัยนั่นแหละ แต่ถ้าคุณมีฝีเท้าดี ติดอันดับได้รางวัล เจ้าหน้าที่จะให้ป้ายลำดับกับคุณไว้ เพื่อให้คุณไปรายงานตัวที่ซุ้มเพื่อประกาศชื่อรับถ้วยต่อไปไม่ว่าคุณจะเข้าคนแรก ๆ คนกลาง ๆ คนหลัง ๆ หรือเข้าเป็นคนสุดท้าย นักวิ่งทุกคนจะได้เหรียญเพื่อแสดงถึงชัยชนะที่คุณเพิ่งจะทำสำเร็จ .. หลัง ๆ อาจจะมีเหรียญหมดบ้างแต่จงรักษาสิทธิ ทวงเหรียญนั้นมาจากผู้จัดนะจ๊ะ

แต่ถ้าคนวิ่งความเร็วปกติอย่างเรา ๆ หลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว อย่าหยุดและนั่งทันที ค่อยเดิน ๆ ให้หัวใจกลับมาเต้นระดับปกติ หาน้ำและเกลือแร่ดื่ม และก็อย่าลืมคูลดาวน์ร่างกาย และยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังวิ่งเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บด้วยนะ .. หลังจากนั้นก็ลุยซุ้มอาหารและถ่ายรูปกับเหรียญหรือเพื่อน ๆ ได้เลย ^_^

กลับมาบ้านก็พักผ่อน นอนหลับ กินอาหารที่ดีเพื่อทดแทนเข้าไป โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีนสำคัญมากนะคะ .. และอย่าลืมเตรียมหิ้งหรือบริเวณที่แขวนเหรียญสวย ๆ ด้วยล่ะ ของแบบนี้มันต้องโชว์ จริงมั๊ย

ถ้ามีคำถามอะไร ก็ใส่มาที่ช่องคอมเมนท์ได้เลยค่า

อ่านภาคแรกได้ที่ ข้อควรรู้สำหรับนักวิ่งมือใหม่ (ภาคก่อนแข่ง)