Race Report,  Running

ประสบการณ์การวิ่งมาราธอนครั้งแรก (Laguna Phuket International Marathon 2013) ภาคแรก

ทริปภูเก็ตสำหรับมาราธอนนี้ ฮั้วเลือกใช้การเดินทางทางอากาศและพักโรงแรมภายในลากูน่า เพราะต้องการย่นระยะเวลาการเดินทางและการใช้เท้าให้มากที่สุด สำหรับคนที่สนใจจะไปวิ่งปีหน้า ..เลือกโรงแรมอะไรก็ได้ในลากูน่า (มีเยอะมาก) เค้ามี shuttle bus ฟรีให้บริการรับส่งภายในลากูน่าและสถานที่จัดงานมาราธอน คิวรถมีบ่อยแทบจะทุก ๆ 5 นาที สะดวกสบายมาก ๆ (แถมวันแข่งทุกโรงแรมในเครือลากูน่าจะมีจัดอาหารเช้าให้ตั้งแต่ตีสามครึ่งอีกด้วย)

ฮั้วจองโรงแรม Best Western – Allamanda Laguna เพราะราคาไม่แพง ขนาดห้องค่อนข้างใหญ่ ห้องที่จองเป็นประเภท junior suite มีห้องครัว ห้องรับแขก ห้องนอน และห้องน้ำ (ไม่มีอ่าง) ในตัว ขนาด 65 ตร.ม. ห้องสะอาด โอเค แต่อาหารเช้าไม่ค่อยอร่อย พนักงานบริการไม่ค่อยสมกับเป็นเครือลากูน่า (แต่ก็ไม่ได้แย่มากจนถึงขั้นรับไม่ได้)

ภายในห้อง Junior Suite

Expo Day (7 – 8 มิ.ย.)

เดินทางไปตั้งแต่วันศุกร์เย็นและตรงไปรับเสื้อและเบอร์เลย ตัวงานจัดได้ค่อนข้างดี ขั้นตอนคือต้องเข้าไปดูเลข BIB ตามรายชื่อที่เค้าแปะไว้บนบอร์ด (หรือจริง ๆ แล้วทาง facebook ก็มีประกาศก่อนล่วงหน้าอยู่แล้ว) เพื่อไปบอกกับเจ้าหน้าที่แล้วนำชิปที่ได้ไปตรวจเช็คว่าถูกต้องตามชื่อที่ลงทะเบียนหรือเปล่า หลังจากนั้นค่อยไปรับเสื้อและของจากสปอนเซอร์อีกโต๊ะนึง

โชคดีที่ช่วงเวลาที่ฮั้วมานั้นไม่ค่อยมีคน ทุกอย่างเลยราบรื่น แต่ส่วนตัวคิดว่าระบบนี้น่าจะมีปัญหาถ้ามีคนเข้ามาเยอะ ๆ เพราะไม่มีการกั้นจัดแถว และตัว BIB เป็นการเรียงลำดับเลขแยกเป็นกอง ๆ ซึ่งน่าจะหายาก

บรรยากาศงาน

ภายในงานมีบูธจากสปอนเซอร์และผู้จัดงานแข่งเจ้าอื่น ๆ มาตั้งโต๊ะ ชวนให้เสียเงินยิ่งนัก.. และอย่างฮั้วเหรอ จะไม่เสียเงิน ..โดนอยู่แล้ว!! ไม่ว่าจะเป็น compression shirt จาก SKINS (ในงานลด 30% ซื้อแล้วใส่เลย ..ไม่ค่อยเห่อ 555) เสื้อที่ระลึกของงานมาราธอน และหมวก

สินค้าติดไม้ติดมือ

งานปีนี้ทางลากูน่าภูเก็ตจัดให้เป็นงานมาราธอนแบบ Green Running โดยการรณรงค์ลดการใช้ถ้วยพลาสติก ทางผู้จัดเลยใจป้ำทำแก้วซิลิโคนฟู๊ดเกรดอย่างดีให้กับนักวิ่งทุกคน (ระยะมินิ, ฮาล์ฟ และมาราธอน) แถมมีสายคล้องให้ด้วย ตัวถ้วยน่ารักและเก๋ดี ฮั้วได้ใช้จริงในวันวิ่ง สะดวกมาก ๆ ส่วนทาง SKINS ที่เป็นสปอนเซอร์ก็แจก sweatband ให้กับนักวิ่งระยะมาราธอนทุกคนอีกด้วย บนบอร์ดในงาน expo จะมีอธิบายการใช้ถ้วยและการเติมน้ำระหว่างวิ่ง

Green Running

Course Inspection (8 มิ.ย.)

วันเสาร์ก่อนแข่งหนึ่งวันมีทริปเพื่อ survey เส้นทางการวิ่งของระยะฮาล์ฟและมาราธอน ตอนเช้าอากาศค่อนข้างร้อน ฟ้าใส แต่ซักพักฝนก็ตกแรง ระหว่างนั่งรอฝนหยุดตกทางผู้จัดก็อธิบายให้ฟังว่าเส้นทางของภูเก็ตมาราธอนนั้นเรียกว่า “หิน” พอใช้ได้เลย

นักวิ่งที่มาจากประเทศหนาวส่วนมากไม่สามารถทำ New Personal Best ที่นี่ จะเข้าช้ากว่าเวลาที่เคยวิ่งไว้ถึง 30 นาที เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ฝนตก ทางชันเป็นเนินตลอด แถมร้อนชื้นก็สูง แต่ทางผู้จัดก็จะเตรียมสเตชั่นน้ำไว้ทุก 2 กิโลเมตร ยิ่งช่วงใกล้ ๆ เส้นชัยจะยิ่งถี่ขึ้น และมีน้ำแข็งให้ด้วยเพื่อช่วยลดความร้อนของร่างกาย

การวางเส้นทางนั้นจะพยายามเลี่ยงถนนใหญ่ และเป็นเส้นทางที่ผ่านสวนยางซึ่งเป็นพื้นที่เกษรกรรมของชาวภูเก็ต ผ่านนาข้าวและชุมชนต่าง ๆ ภายในละแวกนั้นเพื่อให้นักวิ่งได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตลาดเช้า การเข้าไปกรีดยางในสวน ความเป็นป่าและธรรมชาติของภูเก็ต รับรองว่าเส้นทางสวยงามยิ่งนัก

Course Inspection

หลังจากฝนหยุดตกและเริ่มออกเดินทางโดยรถตู้ และมาหยุดตรงทางแยกระหว่างเส้นทางฮาล์ฟและมาราธอนซึ่งตรงนี้เป็นระยะประมาณกิโลเมตรที่ 8 กว่า ๆ เท่านั้นเอง .. รถพาขึ้นไปเส้นทางมาราธอนซึ่งพอจะรู้สึกได้เลยว่าจะเริ่มขึ้นเนินไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงกิโลเมตรที่ 10 จนไปถึงระยะกิโลเมตรที่ 13 จะเป็นเนินต่อกันไปเป็นลูก ๆ จนถึงกิโลเมตรที่ 16 .. ฮั้วนั่งดูทางไปก็เริ่มหวั่นใจ เนินเยอะเหลือเกิน ตอนวิ่งคงสนุกน่าดู

ช่วงกิโลเมตรที่ 18 ถึงจุดกลับตัวจะเป็นเส้นทางที่เข้าหาดในยางผ่านชายทะเล ผู้จัดก็หยุดพักให้ลงไปถ่ายรูป และย้อนกลับมาเส้นเดิม ซึ่งก็คือการเจอเนินเขาหลาย ๆ ลูกนั่นอีก 4 กิโลเมตร ..(หึ ๆ จะฆ่ากันให้ตายเลยใช่ไหม) พอพ้นกิโลเมตรที่ 26 ก็เลี้ยวขวาเข้าอีกเส้นทางนึง ซึ่งก็เป็นเนินยาวอีกเช่นกัน .. ทางผู้จัดบอกว่าเค้าต้องหาเส้นทางมัน ๆ ให้นักวิ่งมาราธอน (ขอบคุณนะ!!)

จนถึงช่วงกิโลเมตรที่ 30 นักวิ่งมาราธอนก็มาบรรจบกับนักวิ่งฮาล์ฟที่เส้นเดียวกัน (คือเส้นทางแยกอันแรกนั่นเอง) เป็นเส้นทางวิ่งผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ถนนเล็ก ๆ ได้บรรยากาศคลาสสิกมาก ๆ .. แต่ผู้จัดบอกว่า “ยังครับ ยังไม่จบ นักวิ่งมาราธอนจะเจอเขาลูกใหญ่อีกครั้ง .. ซึ่งถ้าเป็นการวิ่งฮาล์ฟและมินิจะเจอลูกนี้แค่ลูกเดียว .. แต่นี่จะเป็นลูกสุดท้ายของมาราธอน” .. เอาเลย!! ปามาให้หมด เค้ารับได้!!!

หลังจากนั้นก็จะเริ่มเข้าเขตลากูน่าอีกครั้ง และวนจนจบที่เส้นชัย .. พอจบทริป ฮั้วรู้สึกอิจฉาคนวิ่งมินิและฮาล์ฟมาก ๆ เพราะเจอแค่เนินเดียวเอง และเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาจริง ๆ ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง ตอนที่ซ้อมวิ่งรอบสวนลุมเป็นทางราบตลอดมีแค่สะพานเดียว วนไปเรื่อย ๆ จะไม่รู้สึกเลยว่า 42 กิโลเมตรมันไกลซักแค่ไหน วันนี้ได้เห็นชัด ๆ ว่ามันไกลมากกกกก .. ไม่ได้การณ์ละ ตอนแรกว่าจะเดินเตร่เที่ยวในงานรอเพื่อน ๆ ที่มาจากกรุงเทพ .. เปลี่ยนแผนเป็นกลับห้องพักขาดีกว่า พรุ่งนี้งานหนักแน่ ๆ

Pasta Party (8 มิ.ย.)

งานพาสต้าปาร์ตี้เป็นการจัดคาร์บโหลดให้แก่นักวิ่งนั่นเอง เป็นบุฟเฟ่ห์ทั้งอาหารไทย สลัด และแน่นอน พาสต้าชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงขนมหวาน เค้ก และผลไม้ โดยเป็นฝีมือการทำอาหารจากทางเชพจากลากูน่า

นักวิ่งส่วนมากก็น่าจะลงทะเบียนกินกันที่นี่แหละ โดยเฉพาะนักวิ่งที่พักภายในลากูน่าเพราะมีรถรับส่งถึงเต๊นท์เลย งานเริ่ม 17.30 น. ตอนแรกคิดว่าจะช้า ..แต่ที่นี่ค่อนข้างตรงเวลา มาถึงก็จัดอาหารไว้พร้อมแล้ว .. งานนี้ฮั้วตั้งใจว่ารีบกินรีบกลับไปนอนเพราะระยะมาราธอนปล่อยตัว 4.30 น. ซึ่งตั้งใจไว้ว่าจะนอนตั้งแต่ 19.00 น. แต่ตื่น 3.00 น.

ได้เจอปูกับลิปจาก crazy running แต่นั่งกันคนละโต๊ะ เลยไม่ได้คุยกับใคร .. แต่ได้เจอตัวจริงของ Mohan นักวิ่งชาวสิงคโปร์ที่มาวิ่งระยะมาราธอนที่ลากูน่าทุกปี (หลังจากที่คุยผ่าน facebook มานาน) เลยขอเข้าไปฝากเนื้อฝากตัวเพราะสปีดของเค้าเท่าที่ได้ยินมาคือประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

Pasta Party

หลังจากกลับห้องก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับพรุ่งนี้ .. คาดว่าตื่นเต้นนิด ๆ เพราะจัดแล้วจัดอีก นั่งนึกว่าขาดอะไรไป ..เอ๊ะ หรือเราจะอุปกรณ์มากเกิน คราวหน้าคงต้องทำ gadget checklist จะได้ไม่ต้องมานั่งทวนว่าขาดอะไรไปหรือเปล่า 😛

Race Preparation

ตั้งแต่วันพฤหัสก็จะเน้นกินอาหารที่มีประโยชน์มากหน่อย แต่ยังไม่โหลดคาร์บมากนัก กินน้ำบ่อย ๆ .. แต่มาโหลดคาร์บจริง ๆ จัง ๆ ในวันเสาร์ กินน้ำบ่อยมาก และกินเกลือแร่ไปครึ่งขวด ส่วนชุดที่เตรียมไว้เป็นตามด้านล่างเลย ..

  • เสื้อ SKINS ที่เพิ่งสอยมา (แต่ลองไปใส่วิ่งแล้วระยะสั้น ๆ ตอนเย็นวันศุกร์)
  • กางเกง SKINS ตัวเก่งที่ใส่มาทุกการซ้อม
  • นาฬิกา Garmin 910XT + HRM + Footpod
  • แก้วซิลิโคนของงาน Phuket Marathon
  • Sweatband ของ SKINS ที่ได้รับฟรี
  • เครื่องเล่น Walkman MP3 ของ Sony (ฝนตกชั้นก็ไม่หวั่น)
  • SPIBelt รุ่น Endurance Series
  • GU Gel 5 ซอง (แต่คาดว่ากินแค่ 4 แต่เอาไปเผื่อไว้ก่อน)
  • หมวก Adidas เพราะปีกใหญ่ดี
  • แว่น Oakley เผื่อกันแดด
  • เงิน 250 บาท + โทรศัพท์ + บัตรประชาชน + ทิชชู่ ใส่ถุงพลาสติกซิบล็อค
  • ถุงเท้าธรรมดา (ตัดสินใจไม่ใช้ toesocks เพราะใส่แล้วคับรองเท้า ASICS Kayano 19 ..และถ้าเผื่อฝนตกจะยิ่งแย่)
  • รองเท้า ASICS Kayano 19 น้องม่วงคู่ใจ
เปิดเพลงฟังข้างหูกล่อมตัวเองให้นอน และคาดว่าหลับจริงช่วง 20.00 น.กว่า ๆ ..
ป.ล. ชักจะยาว ขอแปะวันวิ่งไว้ตอนหน้า..