Marathon,  Training

บทสรุปของการฝึกซ้อมสำหรับมาราธอน (13 สัปดาห์)

ช่วง 13 สัปดาห์สำหรับการฝึกซ้อมสำหรับมาราธอนแรกได้ผ่านไปแล้ว การเตรียมตัว เตรียมร่างกายตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ตอนนี้ก็แค่พยายามวิ่งให้ดีที่สุด ณ วันแข่งขัน

ณ วันที่ตัดสินใจว่าจะลงมาราธอน ใจนึงก็ไม่มั่นใจหรอกว่าจะทำได้ ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ไม่ใช่ระยะทางสั้น ๆ แถมยังเคยลงฮาล์ฟมาราธอนมาแค่ครั้งเดียว ประวัติการซ้อมก็ไม่เคยวิ่งยาวเกิน 15 กิโล ประสบการณ์การวิ่งที่แย่เข้าไปใหญ่ วัดว่าวิ่งจริง ๆ (ไม่นับหยุดไปหนึ่งเดือนกว่า ๆ เพราะเจ็บ) ก็คงจะเป็นแค่ 5 เดือน .. แล้วจะไหวเหรอเนี่ย

แต่เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะทำ ขั้นตอนต่อมาคือการวางแผน .. พยายามรวบรวมแผนที่แพร่หลายในอินเตอร์เนทนั่นแหละ แล้วเอามาปรับใช้กับตารางการวิ่งโดยปกติของตัวเอง ขอสารภาพว่าเห็นแผนครั้งแรกก็อึ้งแล้ว ระยะทางที่แผนส่วนใหญ่วางไว้ก็ต้องวิ่งอย่างต่ำ 5 วัน แถมระยะทางยังไกลขึ้นเรื่อย ๆ แทบจะมองไม่เห็นทางว่าตัวเองจะทำได้

ในเมื่อประกาศความตั้งใจออกไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ “ใส่ความพยายาม” ให้มากที่สุด บางวันอาจจะทำไม่ได้ตามแผน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขี้เกียจส่วนตัว อาการล้าจากการฝึกซ้อม ธุระส่วนตัว งานติดพัน .. สิ่งต่าง ๆ เป็นมารผจญที่ทำให้จิตใจหวั่นไหวและมาล่อหลอกให้ล้มเลิกสิ่งที่ตั้งใจไว้ ..

“ระยะ 42.195 กิโลเมตร” นั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย.. ทำไมถึงยาก ก็คงจะเป็นระยะทางที่ไกลในระดับที่ต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งทุก ๆ คนก็คงรู้ดีว่าระยะทางมันไกลเกินกว่าคนปกติส่วนใหญ่จะวิ่งกัน แต่บางมุมจะว่าไปก็ดูง่ายอยู่ เพราะถ้าไม่เร่งรีบเอาเวลาที่ดีเลิศ หรือจะไปแข่งเอาแพ้ชนะกับคนอื่น ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ก็ถึงเส้นชัยได้เช่นกัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดระยะ 3 เดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมา จะว่าไปก็เปรียบเสมือนการเดินทางไปท่องเที่ยว เมื่อเรามีจุดหมายปลายทางเป็นตัวกำหนด ก่อนจะเดินทางไป เราก็ต้องศึกษาเส้นทาง เตรียมเสบียง เสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ที่จำเป็น (และบางครั้งก็ไม่จำเป็น แต่ก็ต้องมีเผื่อไว้ยามฉุกเฉิน) เตรียมจุดแวะข้างทางเพื่อยืดเส้นยืดสายหรือผ่อนคลายอารมณ์ เตรียมแผนการเดินทาง แผนที่ เมื่อกระเป๋าพร้อม แผนพร้อม ก็เริ่มออกเดินทาง

ระหว่างการเดินทางไปสู่จุดหมาย ก็ได้พบทั้งเพื่อนร่วมทาง (ซึ่งบางทีอาจจะมาช่วยแชร์ประสบการณ์ตลอดเส้นทาง หรืออาจจะแค่เป็นการแชร์ในระยะทางสั้นๆ) บางทีก็เจอคนชี้แนะทางใหม่ ๆ ให้ไปทางลัดขึ้น

แต่เคยรู้สึกไหมว่า เวลาเรานึกถึงทริปใด ๆ ก็ตาม เราไม่ได้นึกถึงว่าจุดหมายนั้นมันสวยเพียงใด แต่ moment ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางไปจุดนั้น ๆ ต่างหากที่ทำให้เราจดจำทริปนั้น ๆ ได้ ..ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่หัวเราะสนุกสนาน ช่วงเวลาที่หนักหนา (แทบอยากยกธงขาว) อุปสรรคที่พยายามจะหยุดเราจากเป้าหมาย

การฝึกซ้อมของฮั้วก็เช่นกัน .. ณ จุดนี้ ฮั้วไม่ได้สนหรอกว่าจะถึงเส้นชัยที่เวลาเท่าไหร่  เพราะประสบการณ์ช่วงระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าฮั้วผ่านเส้นทางที่ทรหดเส้นนี้เรียบร้อยแล้ว มาราธอนของฮั้วจบแล้ว อย่างที่ใคร ๆ เค้าว่าไว้ว่า “If you want to run, run a mile. If you want to experience a different life, run a marathon.” (โดย Emil Zatopek) .. ตอนนี้เหลือเพียงทำวันสุดท้ายให้ดีที่สุด พาตัวเองเข้าเส้นชัยให้สมกับที่ทุก ๆ คนเสียสละเวลามาให้ฮั้วตลอดเส้นทางการผจญภัยครั้งนี้

บันทึกนี้เขียนไว้ตั้งแต่อาทิตย์สุดท้ายก่อนการวิ่งมาราธอนแล้วเซฟเป็นดราฟท์ไว้ .. ตั้งใจไว้ว่าจะใช้เป็นการบันทึกช่วงอาทิตย์สุดท้ายที่เตรียมตัวสู่วันจริง ซึ่งก็คงเหมือนคนทั่ว ๆ ไป คือ

  • ลดระยะและความหนักของการวิ่งลง
  • ช่วงสามวันก่อนการแข่งก็กินอาหารที่มีประโยชน์ และเน้นแป้งในสองวันก่อนแข่ง (แต่ก็ยังกินผักและอย่างอื่น ๆ นะ) เลือกอาหารที่สุกใหม่ ๆ
  • ทานน้ำมาก ๆ
  • นอนพักผ่อนให้เยอะ ๆ ฮั้วเริ่มเก็บการนอนตั้งแต่คืนพฤหัสเลย เพราะคืนก่อนวันแข่งอาจจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
  • เตรียม playlist ที่จะฟังระหว่างวิ่ง
  • ไม่ทำงานที่ใช้ขาหนัก ออมแรงไว้
แล้วโพสต์ครั้งหน้าจะมาขอเล่าประสบการณ์มาราธอนแรก ..โปรดติดตาม