Journal

ประสบการณ์ครั้งแรกกับการวิ่งในป่า

เนื่องจากจะมีการแข่ง Columbia Trail Master ในช่วงกลางเดือนมิ.ย. แล้วดันงกอย่างได้ส่วนลดในการซื้อเสื้อ เลยสมัครแบบ 10 ก.ม. (แทนที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะลงแบบ fun run 3 ก.ม.) วันนี้ได้โอกาสปะเหมาะเป็นวันหยุด เลยขอออกไปสำรวจเส้นทางซักหน่อย

ได้ยินชื่อมาหลายครั้งกับ “เขาไม้แก้ว” แต่ไม่เคยรู้เลยว่าอยู่ตรงไหน เข้าไปดูข้อมูลในเว็บ AMA Event (http://ama-events.com/index.php/en_US/the-columbia-trails.html) แล้วก็เปิด google map ดูคร่าว ๆ แล้วก็บันทึก position ใน Garmin Nuvi 200W (ต้องขอขอบคุณเว็บ AMA Event ที่ใส่ตัว GPS Coordinates ไว้ด้วย)

แผนที่ทางไปเขาไม้แก้ว

เอาละ .. เส้นทางไปไม่น่าจะยาก ไว้ไปวัดดวงเอาข้างหน้าว่าเขาไม้แก้วอยู่ตรงไหนกันแน่ แล้วไปถึงพื้นที่แถวนั้นเป็นอย่างไร รถจอดตรงไหน .. แต่เส้นทางการวิ่งภายในเขาไม้แก้วนี่สิ จะวิ่งยังไงหว่า .. ถึงแม้ทาง AMA จะประกาศคอร์สแล้ว แต่มันไม่เหมือนทางถนนที่พอจะเอาได้ ป่าก็คือป่า เท่าที่รู้พอจะมีทางแทร็คอยู่แล้ว แต่ไม่มีป้ายไปปักบอกทางไว้ .. คิดแล้วก็เสียวนะ เลยรีบหาข้อมูลเรื่องการ save location ของนาฬิกา Garmin ไว้ เพราะมีฟังค์ชั่นในการพากลับมาที่จุดสตาร์ท

ค่าพิกัดไปเขาไม้แก้ว

ในส่วนเรื่องน้ำและสะเบียง จริง ๆ ก็พอมี belt ขวดน้ำอยู่บ้าง แต่คราวนี้ไปกันตั้ง 2 คน กับ 1 หมา .. ของแบบนี้ประมาทไม่ได้ เผื่อน้ำไม่พอ เผื่อหลงทางต้องใช้เวลามากกว่าปกติ เลยตัดสินใจถอยกระเป๋าเป้น้ำซะเลย (จริง ๆ ก็ยังไม่รีบ .. แต่พอจะไปเข้าจริง ๆ ก็ถอยออกมาใช้เลยดีกว่า)

ก่อนหน้านี้ได้ลองไปดูหลาย ๆ ยี่ห้อและก็ปรึกษาพี่เจ๋งว่ายี่ห้อไหน แบบไหนดี .. พี่เจ๋งไม่ได้ระบุยี่ห้อ แต่พี่เค้าแนะว่าถ้าจะใช้ซ้อมวิ่งยาวเฉย ๆ ก็แบบเล็ก ไม่ต้องมีที่จุเยอะ แต่ถ้าต่อไปจะใช้วิ่ง Columbia หรือแม้กระทั่ง NorthFace ก็ควรจะหากระเป๋าที่มีที่ใส่ของเยอะนิดนึง เพราะการแข่งขันเหล่านี้มักจะระบุให้เราเตรียมของจำเป็นไปเอง ในที่สุดก็เลยได้อันนี้มา

กระเป๋าน้ำ 2 ลิตร พร้อมช่องใส่ของได้อีกเพียบ

เช้าวันที่ 24 พ.ค. 56 ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงฝนตกข้างนอกบ้าน ..จะล้มเลิกก็ใช่ที่ ได้แต่หวังว่าที่พัทยาฝนจะไม่ตก .. ก็จัดเตรียมน้ำคนและน้ำหมา ชามน้ำ อุปกรณ์ต่างๆ ใส่ถุงซิบ แต่ดั๊นไม่ได้เตรียมอาหารหรือเจล (จริง ๆ ก็คิดเอาไว้ละ ..แต่อีกใจก็คิดว่าจะไปสำรวจไม่นาน ไม่น่าจะหิว.. ผิดมหันต์)

ขับรถถึงช่วงบ่อวินก็ฝนตกอีก .. เสร็จแน่ ๆ เอาไงดี ถ้าฝนตกในป่าก็ไม่ไหวนะ แต่ขับมาถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องลุยอะ อย่างแย่ที่สุดก็แค่ไปดูให้รู้ว่าทางเข้าอยู่ตรงไหน .. แต่โชคยังเข้าข้าง พอไปถึงเขาไม้แก้ว ฝนไม่ตกเลย ถนนแห้งสนิท .. ซอยทางเข้าไม่มีป้ายใด ๆ ทั้งสิ้นที่จะบอกว่าเป็นทางเข้าเขาไม้แก้ว (จะมีก็แต่จากถนนใหญ่สาย 36) ..โชคดีที่เซ็ทใน GPS เธอก็เลยบอกว่าอีก 200 เมตรต้องเลี้ยวซ้าย ก็เลยชะลอ ๆ รถเอา .. แต่พอเลี้ยวเข้าซอยมาซักประมาณ 500 เมตร จะเห็นซุ้มป้ายทางเข้า ก็เลยขับรถเข้าไปจอดด้านใน

โชคดีชั้นสองที่มีรถจอดอยู่ก่อนแล้วเป็นพี่ ๆ ที่เอารถจักรยานเสือภูเขามาปั่นลุยแทร็ค ก็เลยถามเค้าว่าถ้ามาวิ่งเค้าไปเริ่มกันที่ไหน .. พี่เค้าก็อธิบายมาว่าน่าจะทางเดียวกับที่ปั่นจักรยาน วิ่งตามแทร็คไปเลย.. วิ่งผ่านเขื่อนแล้วให้เลี้ยวขวานะ

Ready – Set – Go

ทางช่วงแรก ๆ ยังพอวิ่งเหยาะ ๆ ได้อยู่ ทางยังพอเรียบไม่ค่อยมีอะไร แต่หลัง ๆ เริ่มชัน ทางแคบแบบเดินผ่านได้แค่คนเดียว ก้อนหินก็เยอะ ทรายก็เยอะ เดินยังลำบาก อย่าให้วิ่งเลย ..แอบคิดในใจพวกพี่ ๆ เค้าขี่จักรยานกันเก่งจริง ๆ ฮั้วคงแย่ตั้งแต่ทางข้างล่างแล้ว

ช่วงกิโลที่ 2 เจอฝรั่งคนหนึ่งมาวิ่งเทรลเหมือนกัน แต่มาไวไปไวมาก วิ่งฉิวสุด ๆ .. พยายามจะตามแต่ตามไม่ทันอะ .. ที่อยากตามเพราะคาดว่าเค้าคงรู้ว่าต้องไปทางไหนแน่ ๆ ผิดกับคณะเราที่ไปตามเส้นแทร็คที่มีอยู่แล้ว (ทางแยกก็เยอะอยู่)

ช่วงกิโลที่ 3 เริ่มหลง .. ก่อนหน้านี้เจอคณะพี่จักรยานอีกครั้ง พี่เค้าก็อธิบายทางว่าเจอนี่ต้องเลี้ยวนี่นะ ..แต่ยัยปลาทองความจำสั้น จำได้แค่แยกเดียว หลังจากนั้น “ลืมค่ะ” .. พอเจอเข้าจริง ๆ งงละ ต้องเลี้ยวแยกไหนหว่า และก็เลี้ยวผิดจริง ๆ ไปโผล่ลานโล่งดูเหมือนเป็นที่ที่ชาวบ้านอยู่ เลี้ยงวัว มีรั้วลวดหนามด้วย .. แรก ๆ ก็เดินตามรั้วไปจนสุด แต่ไม่มีทางให้ไปต่อ เลยต้องเปลี่ยนใจ ลองข้ามรั้วไปก็ทางตันอีก ..สุดท้ายเลยตัดสินใจกลับทางเดิมเพื่อเลี้ยวไปอีกทาง ซึ่งเป็นทางที่มีต้นไม้ล้มจำนวนมาก ยังงง ๆ ว่าพี่ ๆ จักรยานเค้าลุยไปยังไง แต่อย่างน้อย ทางนี้ก็มีแทร็คอะ .. ก็ค่อย ๆ ตามไปละกัน

ช่วงกิโลที่ 5 .. เริ่มนึกถึงแม็คโดนัล เพราะหิวมากกก คิดถึงเจล หรือแม้แต่ขนมปังก็ยังดี แต่อย่างน้อยก็มีน้ำอีกเพียบ

ช่วงกิโลที่ 6 .. หลุดกลุ่ม ..เป็นช่วงที่ลงเขา แล้วแอนดรูเดินนำไป .. ส่วนฮั้วเนื่องจากไม่ได้ใส่รองเท้าเทรล แถมใส่คู่ brooks แบบหนา คือถ้าจะพังก็ไม่เสียดาย (ว่างั้น) ..ผลจากการที่พื้นรองเท้าหนาและแบนออก ทำให้ทรงตัวลำบากมาก โดยเฉพาะทางที่ลาดเอียงและแคบ ..ในใจก็กลัวลื่น เพราะรองเท้าก็ไม่ค่อยเกาะ ..พอยิ่งเอียง เวลาวางเท้าก็เลยยิ่งไปเน้นช่วงข้อเท้า เลยทำให้เกิดอาการปวดข้อเท้าหน่อย ๆ คิดในใจว่า “อย่ามาเจ็บตอนนี้นะเฟ้ย.. เหลืออีกแค่ 2 อาทิตย์จะถึงมาราธอน” สุดท้ายก็เลยต้องชะลอความเร็วในการเดิน ระมัดระวังข้อเท้าเป็นพิเศษ เลยทำให้ช้ามาก แอนดรูกับเจ๊สซี่ก็ลุยไปข้างหน้าแล้วเรียบร้อย ..

แต่จากที่ทั้งคณะเป็นแนวเดินมากกว่าวิ่ง เลยคิดว่าคลาดสายตาแค่พุ่มไม้ข้างหน้านิดหน่อย เดี๋ยวตามทัน ..แต่เอ๊ะ เดินตามมาเรื่อย ๆ เกือบห้านาที ก็ยังไม่ทัน หรือเค้าจะวิ่งกัน (ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เค้าวิ่งช้ากว่าฮั้วอีก) .. ตอนนี้บอกตามตรงว่าเริ่มกลัว เพราะคิดว่าน่าจะมีแยกไหนที่ฮั้วอาจจะเลี้ยวกันคนละทาง เลยลองตะโกน “เฮ้” สุดเสียง ..หลายครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ .. เอาละเว้ย จะหลงป่าคนเดียวหรือเปล่าเนี่ย (แต่เราก็เดินตามแทร็คนะ)

ลองตะโกนชื่อ “เจ๊สซี่” เพราะหมาน่าจะหูดี อาจจะหยุดแล้ววิ่งกลับมาหาฮั้ว เพราะคาดคะเนแล้วถ้าตามมาถูกทางจริง ๆ ก็ไม่น่าจะห่างกันเกิน 50 เมตร (ฮั้วไม่ได้ช้าขนาดนั้นนะ) .. แต่รอบตัวเป็น “ป่า” จริง ๆ ไม่ใช่ป่าคอนกรีต เต็มไปด้วยต้นไม้ มีแต่ทางแทร็คเส้นเดียว เดินคนเดียวที่นำไปข้างหน้า .. มีกี่ครั้งในชีวิตที่รอบตัวจะเงียบสนิท มีแต่เสียงนกร้องเป็นระยะ ๆ (เธอยังจะสามารถโรแมนติคได้อีก.. หลงป่านะเนี่ย)

เรียกชื่อหมาไปตั้งหลายรอบก็ไม่มีเจ๊สซี่วิ่งกลับมาหา .. เอาละ สงสัยจะคลาดกันจริง ๆ ตอนนี้เริ่มทำใจ ว่าถ้าคลาดกันจริง อย่างน้อยฮั้วก็มีกระเป๋าน้ำอะ ..ส่วนแอนดรูมีขวดน้ำหนึ่งขวดน่าจะพอประทังให้หลุดไปข้างนอกได้ ไว้ไปเจอกันที่รถเลยละกัน .. แต่อีกใจก็คิดถึงเรื่อง “เพชรพระอุมา” ที่เคยอ่านตอนเด็ก ๆ ที่เกี่ยวกับด้านป่าเลยว่าบางทีอาจจะอยู่ใกล้กัน แต่เนื่องจากป่ามันทึบ เลยทำให้ตะโกนไม่ได้ยิน .. ตอนนี้ก็พยายามเปิดโสตฟังเสียงทุกอย่าง (และหวังว่าทางข้างหน้าจะเจอแอนดรู กับจะมีพี่ ๆ ที่ขี่จักรยานผ่านมาบ้าง)

หลังจากหลุดกลุ่มประมาณสิบนาที ก็เจอแอนดรูกับเจ๊สซี่ยืนรออยู่..เลยเข้าไปต่อว่าเล็กน้อยว่าไม่รอกัน เมื่อกี้ตะโกนตั้งหลายทีไม่ได้ยินเสียงเหรอ.. เค้าบอกว่าไม่ได้ยินเลย แต่เจ๊สซี่มีหยุดนิดนึงเหมือนอยากจะวิ่งกลับไป แต่ก็ไม่ได้วิ่ง ..เค้าเห็นว่าหายไปนานเลยหยุดรอดีกว่า ..

สภาพป่า

หลังจากเจอกันอีกครั้งก็ค่อยโล่งใจหน่อย หลาย ๆ หัวก็ยังดีกว่าหัวเดียว (ในป่า) ใช่ไหม.. และหลังจากนั้นก็เริ่มคึกคัก เพราะมีนักขี่จักรยานหลายคณะโฉบผ่านไป แต่เป็นทางที่ถ้ามีจักรยานผ่าน เราต้องหาที่หลบดี ๆ เพราะทางแคบจริง ๆ และเริ่มชันมากขึ้นเรื่อย ๆ .. ในที่สุดพอมาถึงอีกทางแยกเลยเปิดนาฬิกาดูทิศทาง และตัดสินใจเดินกลับมาทิศที่เป็นที่จอดรถ .. เพราะไม่ไหวละ หิวและอยากกินแล้ว

สรุปว่าเดิน ๆ ไปก็ได้เกือบ 10 กิโลแหละ .. ได้ 9.3 กิโล ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง 18 นาที.. ก็คิดว่าวันจริงคงเดินกันอย่างเดียว .. แรก ๆ ห่วงแต่ว่าเจ๊สซี่จะไหวไหม ทางจะชันแค่ไหน แต่การที่เป็นหมา แนวดิ่งไม่สูงเหมือนกคน แถมมีสี่ขา .. เธอดูสนุกที่สุด วิ่งปีน กระโดดไปนู่นมานี่ อย่างไม่เหนื่อยเลย ..

เส้นทางต่างกัน

พอกลับมาโหลดข้อมูลดู.. ดูเหมือนกว่าจะไปคนละทางกับที่ทาง Columbia จัดไว้ แต่เส้นทางน่าจะใกล้เคียงกันแหละ.. แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็รู้ว่าต้องเจออะไร คราวหน้าจะจัดเต็มกว่านี้

จบวันได้รู้ว่า ชอบเดินเทรลแฮะ สนุกดี .. ถ้าจบมาราธอนแล้วจะกลับไปที่นี่อีก