Nutrition,  Training

Food Fact – ความจริงเกี่ยวกับน้ำตาล

อาทิตย์ที่แล้วระหว่างนอนซมกับอาการท้องเสีย ก็ browse youtube เพื่อหาวีดีโอออกกำลังกายที่สามารถทำได้ที่บ้าน แล้วบังเอิญไปเจอเธอคนนี้เข้า .. Joy Bauer เธอเป็นนักโภชนาการชื่อดังที่อเมริกา หลาย ๆ วีดีโอของเธอน่าสนใจมาก ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารแบบชัดเจนดี .. หลาย ๆ อย่างไม่เคยรู้มาก่อน แล้วเพิ่งมารู้จากข้อมูลที่เธอบอกก็อึ้งเหมือนกัน ..

ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำตาล รู้ไหมว่าเราบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันกันมากขนาดไหน

ช่วงที่ตั้งใจว่าจะลดน้ำหนัก สิ่งแรกที่ตัดออกคือ “น้ำอัดลม” .. เมื่อก่อนกินน้ำอัดลมประมาณ 2 กระป๋องต่อวัน เรียกได้ว่าติดความซ่าและน้ำตาลเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเลือกกินแบบ “โค้กซีโร่” ก็ตามแต่ เมื่อตัดน้ำอัดลมออกจากชีวิตในช่วงนั้น บวกกับการออกกำลังกาย (แต่ไม่ได้ลดอาหาร) น้ำหนักก็ลดลง .. บางคนอาจจะคิดว่า ก็ออกกำลังกายน้ำหนักก็ต้องลด แต่ลองคิดซิว่าแคลอรี่และน้ำตาลที่กินเข้าไปผ่านน้ำอัดลมมีปริมาณแค่ไหน และมันก็ไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีกับร่างกายเลย แล้วจะกินเข้าไปทำไมกัน

สมัยนี้คนเรามีชีวิตอยู่ยากขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะไปตลาดนัด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า เราจะเห็นอาหารเยอะแยะมากมาย ดูน่าอร่อย อยากกินไปหมด ไอ้นู่นก็ดูดี ไอ้นี่ก็น่าลอง ..ลองคิดซิว่าน้ำตาลแอบแฝงในอาหารที่เราในแต่ละวันมันเยอะขนาดไหน ..

เอาง่าย ๆ ว่า ลองมานั่งนึก ๆ ดูกันว่าเรากินอะไรในแต่ละวัน

  • ตอนเช้าจังหวะรีบเร่งไปทำงาน บางคนกินซีเรียลใส่นม (ไม่ใช่ซีเรียลธัญพืชแน่ ๆ ..ใช่มั๊ย) ขนมปังใส่ไส้อะไรก็แล้วแต่ ขนมปังปิ้ง หมูปิ้งกับข้าวเหนียว .. อ๊ะ ไม่พอ ต้องตบด้วยกาแฟรถเข็น (ซึ่งก็ไม่ได้กินกาแฟดำ) .. เอ่อ ทั้งน้ำตาลและนมข้นหวาน .. เยี่ยม!
  • ตอนเที่ยงไปกินข้าวกับเพื่อนร่วมงานตามตลาดนัด .. สั่งกะเพราไข่ดาว ข้าวผัดหมูราดไข่เจียว ผัดไท ตามด้วยน้ำอัดลมเพื่อให้คล่องคอ .. กินหลาย ๆ คน ก็ต้องมีซื้อของกินมาแชร์กัน ..
  • ระหว่างเดินกลับไปทำงาน เจอชานมไข่มุก .. อ๊ะ เอาอีกแก้ว .. ซื้อขนมไปกินช่วงบ่ายอีก หรือจะตบด้วยผลไม้อีกซักถุง หรือจะกาแฟอีกแก้วสำหรับช่วงบ่าย
  • เราเป็นสาวออฟฟิศทำงานหนัก ห้าโมงเย็นไม่มีเด้งกลับบ้านอยู่แล้ว .. เพราะฉะนั้นต้องมีมื้อเย็นระหว่างทำงาน .. ก็ตบด้วยลูกชิ้นทอด ไก่ทอด แบ่งกับเพื่อน ๆ กลั้วคอด้วยชาเย็นอีกซักแก้ว
  • มื้อเย็นแวะข้างทางกินก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ซักจาน .. หรือจะไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ กินอาหารญี่ปุ่น (แหม.. อาหารสุขภาพเชียวนะ)

เอ๊า.. ลองคิดซักนิด ไขมัน แคลอรี่ น้ำตาล ในอาหารที่ลิสต์มาข้างบน มีเท่าไหร่กัน .. ถึงจะกินปริมาณน้อย เพราะกลัวอ้วน .. แต่คุณได้เบิร์นเอาแคลอรี่เหล่านี้ออกไปเท่าไหร่ในแต่ละวัน .. ไอ้สิ่งที่พูดมา ฮั้วเคยทำแล้วทั้งนั้น ไม่งั้นจะอ้วนขึ้นได้ไง!!

ก่อนจะเสียเงินเพื่อเอาสิ่งเหล่านั้นเข้าปาก เรามีสิทธิเลือกที่จะกินสิ่งดี ๆ มีประโยชน์ให้คุ้มกับเงินที่เสียไป ถ้าเราวางแผนการกินดี ๆ เราไม่ต้องตัดอาหารที่เราชอบออกจากชีวิตเลย เรากินได้ เราไม่ต้องอด แต่ขอให้มีสติซักนิด หรือถ้าอยากกิน ก็ขอให้หาทางเบิร์นแคลอรี่ที่กินออกไปด้วย ..

วิธีที่จะเรียกสติกลับคืนมา ให้ลองทำ food log .. ไม่ต้องยาก “ถ่ายรูปอาหาร” ที่เรากิน .. อย่าบอกนะว่าไม่เคยถ่ายรูปก่อนกิน 🙂 …ถ่ายอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่เรากินในแต่ละวัน น้ำเปล่าวันละกี่แก้ว .. ลองซักหนึ่งอาทิตย์ แล้วกลับมาดูว่า เรากินอาหารในแต่ละวันเรากินเท่าไหร่กัน มีอะไรที่ไม่จำเป็นบ้าง .. หลังจากนั้นเราก็เจอทางเลือก .. เลือกที่จะตัดบางอย่างออก หรือเลือกที่จะพาตัวเองไปเบิร์นเอาสิ่งเหล่านั้นออก ..

ป.ล. ส่วนตัวแล้วก็ไม่ได้ตัดอาหาร junk food ซะทีเดียว และไม่ได้ตัดน้ำตาลออกจากชีวิต ว่าเลือกกินข้าวหนึ่งจานเต็มไปด้วยกับมากมาย หรือจะกินเบอเกอร์หนึ่งชิ้น ซึ่งกินข้าวก็ถูกกว่า สารอาหารก็ครบถ้วนกว่า ไขมันก็น้อยกว่าการกินเบอเกอร์ด้วย .. แต่ถ้าอยากกินจัด ๆ ก็กินหลังจากไปออกกำลังกายมาแล้ว ถือเป็นการให้รางวัล และเป็นการกินแบบขอแค่พอรู้รส .. เราหลุดได้ แต่อย่าหลุดออกนอกโลก ..

ด้วยความหวังดี …