Journal

วิ่งมันดียังไง ทำไมถึงชอบวิ่ง

เพื่อนหลาย ๆ คนเคยถามว่า “ทำไมถึงมาวิ่งล่ะ เพราะหนังรักเจ็ดปีดีเจ็ดหนหรือเปล่า” (ใครสนใจอ่านรีวิวหนังก็ตามลิงค์นี้เลย http://bananareading.blogspot.com/2013/02/42195.html) ก็อยากจะหาคำตอบเจ๋ง ๆ ว่า “ใช่เลย ดูหนังแล้วทำให้เกิดแรงบันดาลใจมาวิ่ง อยากไปเจอคนหนุ่มเข้ามาทำให้หัวใจสดใสซาบซ่า” … แต่ จริง ๆ แล้ว คำตอบคือ “ก็เพราะชั้นอ้วน!!”

หลังจากย้ายบ้านออกมาชานเมือง ฮั้วก็แทบจะไม่ได้ไปฟิตเนสเลย ยิ่งไม่ได้ออกกำลังกาย ก็ยิ่งขี้เกียจขึ้นเรื่อย ๆ แต่การกินยังเท่าเดิม บวกกับหน้าที่การงานที่นั่งโต๊ะเป็นหลัก วัน ๆ จะลุกเดินไปห้องน้ำกับกินข้าวกลางวันเท่านั้น .. สภาพร่างกายที่เคยฟิตก็สลายกลายเป็นไขมัน น้ำหนักที่เคยอยู่ที่ 53 กิโลกรัม (ส่วนสูง 167 ซ.ม.) ก็เริ่มแตะเลขหก .. จนท้ายที่สุดเดือนพ.ค. 2555 น้ำหนักก็ทะยานไปแตะ 67 ก.ก. เรียกได้เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในชีวิต เสื้อผ้าเดิมใส่ไม่ได้ และขนาดก็ขยายบานออกเรื่อย ๆ แต่ตอนนั้นมองตัวเองว่าไม่อ้วน แค่เจ้าเนื้อเท่านั้นเอง!

จนวันนึงไปลองกางเกงในร้านแห่งนึง วัดสะโพกแล้วเกิน 40 นิ้ว หากางเกงในร้านใส่ไม่ได้ .. นี่มันอะไรกัน ทำไมปล่อยตัวเองขนาดนี้ .. เลยตัดสินใจลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองด้วยการออกกำลังกายจริง จัง โดยเริ่มวันดีเดย์ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2555 เป็นต้นไป .. ชั้นจะสู้เพื่อเอาร่างกายเดิม ๆ กลับมา!!

แรก ๆ ก็ลำบาก กว่าจะเคี่ยวเข็นตัวเองไปฟิตเนสก็แทบแย่ .. แถมเล่นคลาสโปรดไปซักพัก (ไม่เกิน 5 นาทีก็หายใจไม่ทันละ) ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคิดว่าจะวิ่งเลย ไม่มีอยู่ในหัว บวกกับเป็นคนเกลียดการวิ่งมาตั้งแต่เด็ก ๆ .. คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากช่วงเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน แล้วโค้ชบังคับให้วิ่ง .. ไอ้เรามันคนดื้อ บังคับเร๊อะ ไม่ทำ .. และก็กลายเป็นไม่ชอบตั้งแต่นั้นมา ..

แล้วทำไมคนไม่ชอบการวิ่งจึงมาเริ่มวิ่ง …

เพราะการวิ่งเป็นการสู้กับตัวเองน่ะสิ ..

ถึงแม้จะเกลียดการวิ่งแค่ไหน แต่การวอร์มอัพร่างกายก่อนเข้าคลาสเป็นสิ่งสำคัญ .. ฮั้วเลยเลือกที่จะใช้เครื่องวิ่งในการวอร์มอัพแบบเดินเร็ว ๆ pace 7 เพื่อให้ร่างกายร้อน ๆ ซัก 15 นาที ณ ตอนนั้นคิดว่าตัวเองเจ๋งแล้ว 15 นาที โคตรเก่งเลย!

แรก ๆ แค่เดินยังเหนื่อย .. เร่งความเร็วได้เต็มที่ 7.5 (หลังจากออกกำลังกายมา 2 เดือน) เรียกว่าแค่วิ่งเหยาะ ๆ สลับกับเดินเร็ว .. แต่ร่างกายช่างวิเศษ ณ วันหนึ่ง ก็ถึงจุดที่ความเร็วและระยะเวลาที่เคยทำกลายเป็นไม่เหนื่อยแล้ว เลยตัดสินใจลองเพิ่มเวลาเป็นครึ่งชั่วโมง .. และลองเพิ่มความเร็วขึ้น … และเพิ่มขึ้นเป็นเดินเร็วสลับวิ่งได้ถึง 1 ชั่วโมง .. จำได้ว่าวันนั้นดีใจมาก รู้สึกประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

โห.. เก่งว่ะ เราวิ่งได้ตั้ง 1 ชั่วโมงแน่ะ .. เดินลงมาจากลู่วิ่งด้วยความรู้สึกภูมิใจมาก เราทำได้แฮะ ..เหมือนเป็นการเอาชนะตัวเอง บังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำ และคิดว่าทำไม่ได้ .. ระหว่างทาง 1 ชั่วโมงนั้น โคตรอยากเลิกเลย เหนื่อยมาก.. แต่เสียงในใจเล็ก ๆ กลับบอกว่า “อีกหน่อย อีกซักห้านาที” ..

หลังจากวันนั้น ก็เลยกลายเป็นเริ่มเสพติดการวิ่ง .. การวิ่งไม่ใช่แค่วอร์มอัพเพื่อไปเข้าคลาสอีกต่อไป แต่กลายเป็นว่าวันนี้อยากไปวิ่ง!! อยากไปรู้ว่าจะพัฒนาตัวเองไปได้แค่ไหน อยากรู้ว่าเราจะวิ่งได้ไกลแค่ไหน .. การวิ่งวันนี้จะดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนไหม .. จะเหนื่อยน้อยลงไหม ..

ตั้งแต่เด็กเป็นคนไม่ชอบการแข่งขันกับใคร ไม่อยากชนะใคร ไม่ได้อยากเหนือกว่าใคร.. และการวิ่งตอบโจทย์ตรงนั้นได้ซะสนิท .. เราไม่ต้องแข่งกับใคร เพราะเราแค่สู้กับใจตัวเอง .. เราแค่เอาชนะความคิดที่จะหยุดวิ่ง (ถึงแม้จะเริ่มวิ่งแค่ 10 นาที) .. เราแค่ลองก้าวให้นานกว่าเดิม

ผลจากการวิ่งที่ทำให้ติดใจยิ่งขึ้นไปอีก คือเห็นว่าเดินขึ้นบันไดก็ไม่ต้องหอบแล้ว หัวใจเต้นช้าลงกว่าเมื่อก่อนเมื่อเทียบกับความเร็วและระยะทางที่เคยวิ่งใหม่ ๆ แสดงว่าเราแข็งแรงขึ้นใช่ไหม! นอนหลับก็สบายขึ้น แถมยังกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน .. กินเสร็จแล้วก็แค่ไปวิ่งเบิร์นออก เพราะการวิ่งเป็นการเบิร์นแคลอรี่เร็วที่สุด (วิ่งครึ่งชั่วโมงก็หายไป 300 ++ แคลอรี่แล้ว).. โอ๊ย เข้าทางเป็นที่สุด!!

ยิ่งวิ่ง ก็ยิ่งผอมลง .. ยิ่งวิ่ง เซลลูไลท์ที่ต้นขาก็เริ่มหายไป .. ยิ่งวิ่ง ร่างกายก็ยิ่งกระชับ .. ยิ่งวิ่ง ก็ยิ่งสดชื่น .. ยิ่งวิ่ง ก็ยิ่งกินได้เยอะขึ้น (โดยที่ไม่อ้วนขึ้น) …

จะหาทางลดความอ้วนด้วยวิธีการเพอร์เฟ็คขนาดนี้ได้ที่ไหนกัน .. แค่ใส่รองเท้า ออกมา “วิ่ง” เท่านั้นเอง !!!