Amarin Outdoor Unlimited International Triathlon 2016

วันแข่ง 19 มีนาคม 2559

งานชะอำไตรเป็นงานที่ต้องกลับไปฉลอง เพราะปีที่แล้ว 2015 เป็นไตรแรกของฮั้ว แต่ปีนี้แย่หน่อยตรงที่ว่าช่วงสัปดาห์ก่อนแข่งงานยุ่งค่อนข้างมาก อีกทั้งงานนี้จัดแข่งวันเสาร์เลยทำให้ต้องเดินทางตั้งแต่ตั้งแต่ศุกร์บ่ายเพื่อไปเช็คอินจักรยาน .. แต่ปัญหายังไม่จบ เมื่อจักรยานที่จะใช้แข่งดันมีปัญหา กว่าจักรยานจะเสร็จก็เกือบเย็น เลยต้องบึ่งรถจากกรุงเทพตอนค่ำตรงไปชะอำเพื่อฝากจักรยาน กว่าจะถึงก็สองทุ่มเข้าไปแล้ว

หลังจากเช็คจักรยานก็รีบเข้าที่พักนอน แต่ดันนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่เพราะที่พักมีจัดงานปาร์ตี้ ร้องเพลงเสียงดังทั้งคืน กว่าจะหลับก็เกือบเที่ยงคืน อีกทั้งดันมีประจำเดือนอีก .. แค่วิ่งก็เหนื่อยแล้ว นี่ต้องทำสามอย่าง สุดแสนจะไม่สบายตัว

งานชะอำขึ้นชื่อว่ามีแมงกะพรุนทุกปี ปีที่แล้วรอดพ้นการถูกช๊อตไปได้ แต่ปีนี้ได้ข่าวว่าเยอะมาก เช้าวันแข่งฮั้วออกว่ายน้ำกับเวฟที่สอง และภาวนาขอให้รอดพ้นไปตลอดรอดฝั่ง ที่นี่จะว่ายแบบสองรอบ คือรอบแรก 750 เมตร ขึ้นมาสแกนชิพแล้วลงอีกรอบนึง

รอบแรกผ่านพ้นไปด้วยดีถึงแม้จะฝ่าดงมนุษย์ไตรและคลื่นที่ซัดแรงจัดมาได้ เมื่อลงรอบสองก่อนจะกลับตัวนิดเดียว ฮั้วโดนสายไฟฟาดเข้าที่แขน แมงกะพรุนนั่นเอง ปวดแสบปวดร้อนมาก .. เอาวะ ทนอีกหน่อย .. ว่ายไปอีกสองสโตรก โดนอีกครั้ง เริ่มเจ็บนิด เอ้าทนอีกนิด ลอยคออยู่ ได้ยินเสียงคนร้องเต็มไปหมด หรือคราวนี้เราจะอยู่กลางดงแมงกะพรุนเข้าให้แล้ว .. ครั้งที่สามห่างไปไม่กี่สิบเมตร ครั้งนี้ฮั้วเร่มแพนิค และยกมือยอมแพ้ ไม่เห็นทางที่จะฝ่าออกไปได้เลย ยกมือขอขึ้นเรือทันที ทั้งเจ็บทั้งแสบแขนทั้งสองข้าง

 

หลังจากถึงชายฝั่งก็เห็นคนเต็มเต๊นท์พยาบาล 90% ของคนแข่งโดนแมงกะพรุนกันหมด .. น้ำส้มสายชูเหลือน้อย ฮั้วราดแขนนิดหน่อย แล้วบอกผู้จัดว่าอยากจะออกไปปั่นต่อ

วิ่งกลับเข้ามาที่ Transition จูงจักรยานและใส่รองเท้าบนจักรยาน ออกปั่นด้วยความเร็ว ปีนี้รู้สึกปั่นดีกว่าปีที่แล้วเพราะซ้อมมาเต็มที่กว่า ลมแรง ลมสวนก็พอสู้ได้ จนประมาท คิดว่าแรงดีแรงเหลือจนไม่เติมเจลเข้าไปเพิ่มเติม

ลงมาวิ่ง .. กิโลแรกพุ่งดี หลังจากนั้นจบเห่ จากการไม่กินเจลมาบนจักรยาน ด้วยความร้อน ด้วยร่างกาย ด้วยการนอนไม่พอ รู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ วิ่งไม่ออกเลย มองดูเพซอยู่ 6 กว่า ๆ ซึ่งช้ากว่าซ้อมมาก แม้จะเติมเจลไปแล้วหนึ่งซองระหว่างวิ่ง แต่ก็ช่วยไม่ทันซะแล้ว .. มีเดินหลายครั้ง และเป็นการวิ่งที่ทรมานเรียกว่าต้องเข็นให้เข้าเส้นชัย

 

สิ่งเดียวที่พัฒนาในการแข่งครั้งนี้คือ เวลา transition ที่ลดลงกว่าเดิม 5 นาที จากการที่มาใส่รองเท้าบนจักรยาน

จบการแข่งแบบ DNF ด้วยบทเรียนที่ต้องจำไปตลอดว่า “ควรเติมก่อนหมด”

ผลประกอบการปีนี้ .. คิดว่าดีขึ้นแต่ดีไม่สุด เพราะทำไม่ครบ .. ไว้ว่ากันใหม่ปีหน้า