Race Report : Pattana Triathlon 2015

งานพัฒนาไตรกีฬาเป็นงานใหม่ที่จัดที่ชลบุรีประมาณเดือนพ.ค.​ (วันที่ 17 พ.ค. 2558) ฮั้วตัดสินใจลงที่นี่เพราะติดใจการแข่งขันที่งานชะอำไตรกีฬา (รีวิวชะอำไตรฯ) รู้สึกว่านี่แหละทางชั้น แต่ไม่อยากลงระยะ standard เลยเลือกลงระยะ sprint ละกัน (ว่าย 750 ม. ปั่น 20 ก.ม. วิ่ง 5 ก.ม.)

ตอนสมัครก็กังวลเรื่องสภาพน้ำที่ต้องว่ายในบึงของสนามกอล์ฟแถมยังไม่มีประสบการณ์การว่ายในบึง มันจะเป็นยังไงนะ จะมีปลาตอดหรือเปล่า จะมีตัวตะกวดว่ายกับเราไหม แต่หลังจากอ่านข้อมูลของผู้จัดก็ตกลงในสมัครทันที

ตอนแรก ๆ ที่ซ้อมเพื่อเตรียมตัวไปชะอำไตร ฮั้ววางแผนเอง จัดวันเอง ว่าวันไหนจะซ้อมปั่น ซ้อมวิ่ง ซ้อมว่าย ..​ซ้อมว่ายตอนนั้นได้น้องโจ้ 349 ช่วยสอนว่ายน้ำเค้าก็แนะคร่าว ๆ ว่าต้องซ้อมยังไง แต่ตัวฮั้วเองที่ไม่มั่นใจการว่ายน้ำเลยพยายามซ้อมว่ายให้มากที่สุด การซ้อมปั่นก็ไปซ้อมสนามเขียวปั่น 1 – 2 รอบแล้วแต่เวลาจะอำนวย ส่วนวิ่งนั้นซ้อมน้อยมากเพราะยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากวิ่ง TNF100

ช่วงซ้อมงานชะอำไตรรู้สึกว่าซ้อมแบบนี้ ไม่ไปไหนเลย เหนื่อยตัวเหนื่อยใจ มันกังวลไปหมด จะเน้นว่ายแล้วอย่างอื่นล่ะ แล้วในหนึ่งสัปดาห์เราควรต้องเฉลี่ยซ้อมอะไรยังไง ถ้าซ้อมเองต่อไปแบบนี้ คงต้อง over train เข้าซักวัน ไม่ได้การละ หาโค้ชดีกว่า

ต้องขอบคุณน้องวีที่นอกจากจะเป็นนักกายภาพประจำตัวแล้ว น้องยังแนะนำโค้ชให้ ซึ่งฮั้วก็มีโอกาสได้ไปเจอและพูดคุยถึงจุดประสงค์การซ้อมที่ต้องการในงานชะอำไตรนั่นแหละ และแล้วฮั้วก็มีตารางการซ้อมเป็นของตัวเอง โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาการว่ายน้ำเป็นอย่างแรก

การทดสอบว่าฮั้วซ้อมเป็นอย่างไรจึงเกิดขึ้นที่ “งานพัฒนาไตรกีฬา” นั่นเอง โดยมีระยะซ้อมประมาณ 6 สัปดาห์ .. แต่แผนการซ้อมต้องชะงักเมื่อฮั้ว “บ้า” ไปลงวิ่งงาน 10 ชั่วโมงอัลตรามาราธอนที่วิ่งก่อนวันแข่งไตรเพียงสองสัปดาห์ (อ่านย้อนหลังที่นี่ Ultra 10 Hr Marathon งานรวมคนบ้าวิ่ง)

เตรียมอุปกรณ์

ตอนแรกโค้ชก็ห้ามฮั้วแล้ว แต่จากที่มีโปรเจ็ค Run For Nepal ขึ้น ก็เลยต้องลุยตามแผนเดิม แต่ตารางซ้อมที่ได้รับมาก็ไม่มีกำหนดให้วิ่งเกินหนึ่งชั่วโมง เรียกว่าไม่พร้อมเลยสำหรับการวิ่งอัลตร้า และเมื่อวิ่งเสร็จก็เจ็บตามที่โค้ชเล็งไว้ (คงเป็นวิธีที่สอนฮั้วสินะ ในเมื่อดื้อดีนัก) เพราะฉะนั้นหลังจากวิ่งอัลตร้าก็ต้องงดซ้อมวิ่งไปโดยปริยาย

เริ่มใกล้วันก็ยิ่งเครียด วิ่งไม่ได้เลยแม้จะพยายามวิ่งช้า ๆ ยังคงเจ็บเข่าอยู่ ในที่สุดก็ตัดสินใจบอกโค้ชว่าจะไม่ไปแข่งงานนี้ จะไปเชียร์เพื่อน ๆ ละกัน (เพราะจองและจ่ายทุกอย่างไปหมดแล้ว) ..​โค้ชเลยแนะนำว่า “ให้ไปซ้อมว่ายและปั่นแทน ไม่ต้องวิ่ง และไม่ต้องเอารองเท้าวิ่งไปด้วย จะได้ไม่ต้องวิ่ง” .. คิดสะระตะซักพักก็เห็นดีเห็นงามด้วย แหงล่ะ ค่าสมัครตั้ง 2,500 บาท ฮั้วก็เสียดายนะ

แต่ก่อนเดินทางไป ก็ต้องใช้บริการน้องวี แปะเทปตามขา ตามจุดที่เจ็บ (เป็นการแปะเทปครั้งแรกในชีวิต) อันนี้น้องวีแนะนำมาบอกว่าช่วยได้ .. เทปบาง ๆ มันจะช่วยได้จริงๆ เหรอ แต่เอาเหอะ ลองดู ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

วันเสาร์ไปถึงเร็ว ทางผู้จัดก็เลยชวนไปปั่นกลุ่ม (ไม่ได้ปั่นตามเส้นทางที่แข่งหรอก) แต่ก็พอจะเดาได้ว่าทางแข่งนี่เป็นทางเขาแน่นอน ในใจก็นึกกังวลเพราะไม่เคยปั่นเขามาก่อน (ปกติจะซ้อมปั่นที่เลนเขียวอย่างเดียว) แล้วรถไตรด้วย ชั้นจะบังคับได้ไหม จะปีนขึ้นไหวไหมเนี่ย แล้วลงเขาจะบังคับรถยังไง กังวลไปหมด

เตรียมใจ

หลังจากรับบิบแล้วก็ลงไปทดลองว่ายกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทีม Tri Bullet ว่ายออกไปนิดเดียว รีบว่ายกลับเข้าฝั่ง น้ำเขียว กลิ่นเขียว ๆ ดำมืดทะมึนน่ากลัวมาก คนละความรู้สึกกับการว่ายทะเลเลย ไม่กล้าว่ายต่อ ในแต่คิดในใจขอให้พรุ่งนี้รวบรวมสติได้ เอาน่ะ ฮั้วทำได้

เช้าวันแข่งหลังจากปล่อยตัวนักกีฬาที่ลงระยะ standard เรียบร้อยแล้ว (ปล่อยตัวก่อนระยะ sprint ประมาณ 1 ชั่วโมง) ทางนักกีฬาฝั่งสปรินท์ก็มีเวลาซ้อมนิด ๆ หน่อย ๆ แต่รอบนี้มีเพื่อน ๆ หลายคนมาซ้อมด้วย แถมมีน้องโอ๋ 349 (ที่ใจกล้าบ้าบิ่นลงงานไตรครั้งแรก) อยู่ด้วย ก็ต้องทำเป็นกล้า ๆ ไว้ ทั้ง ๆ ที่ในใจก็กลัวเหมือนกัน ว่ายซ้อมอยู่ใกล้ ๆ ฝั่งนั่นแหละ ไม่กล้าไปไหนไกลหรอกค่ะ

ครั้งนี้ฮั้วพลาดนิดหน่อยที่เล็งพื้นที่ว่ายด้านขวาไว้ เพราะอยากใกล้เชือกใกล้ทุ่น แต่ทุกคนคงคิดเหมือนกันหมด พอปล่อยตัวเท่านั้นแหละ (เป็นการกระโดดออกจากทุ่นซะด้วย) ฮั้วก็โดนทั้งเตะ ทั้งกด ทั้งดึง จนไม่สามารถว่ายตามที่ซ้อมมาได้เลย ยิ่งตะเกียกตะกายก็ยิ่ง panic เลยตัดสินใจกลับมาว่ายกบเหมือนอย่างเคย ไม่เอาแล้ว ซ้อมว่ายน๊งว่ายน้ำ เอาชีวิตให้รอดก่อนเหอะ

หลังจากว่ายกบมาซักพัก อาการตื่นตระหนกก็เริ่มดีขึ้น เริ่มกลับเข้าสู่การหายใจของตัวเอง ฮั้วรู้สึกว่าว่ายบึงยากกว่าทะเลเยอะเลย เหมือนดึงเท่าไหร่ก็ไม่ไป (นี่ขนาดว่ายกบอยู่นะ) มวลน้ำค่อนข้างหนัก แถมบางครั้งยังมีคลื่นจากเรือเจ็ทสกีที่โฉบไปช่วยคนนั้นทีคนนี้ที จบกันการมาซ้อมว่ายน้ำ ขอแค่ขึ้นฝั่งอย่างเดียวละกัน ไว้ว่ากันใหม่งานหน้า

ข้ารอดแล้ว!!!

ฮั้วดีใจมากที่ครั้งนี้ลงแค่ระยะ sprint พอถึงฝั่งก็ค่อย ๆ ขึ้นจากน้ำ หายใจแฮก ๆ ค่อย ๆ ละเลียดวิ่งไปตามพรมแดงเพื่อไป T1 (ซึ่งไกลเหลือเกิน น่าจะต้องวิ่งซัก 400 เมตรกว่าจะถึง) พอถึงจักรยานก็ใส่หมวก ใส่แว่น ใส่รองเท้า แล้วก็จูงจักรยานออกมา .. ขณะที่ฮั้วกำลังออกจากบริเวณหน้าโรงแรม โค้ชก็กำลังปั่นเข้ามาที่ Transition เอ่อ..​นี่ปั่นเสร็จ 40 กิโลแล้วเหรอเนี่ย เร็วจริง!!

จำได้ว่าโค้ชบอกว่าให้รักษารอบขาไว้ ฮั้วก็ทำตามนั้น ไม่ปั่นเกียร์หนัก รักษารอบขา ..มาแล้วเขาลูกแรก อึ๊บ ๆ ๆ ๆ ปรับเกียร์เบาด่วน .. กว่าจะถึงยอด รูจมูกบานเลย .. แต่พอขึ้นก็ต้องมีลง ปล่อยไหลเลยคร๊าบ แอบเสียวเจอหลุมเหมือนกัน เพราะเบรคลำบากหน่อย ตอนปั่นเนี่ยไม่รู้หรอกว่าปั่นอยู่ที่เท่าไหร่ ไปตามแรงขาล้วน ๆ ..​เห็นเพื่อน ๆ ที่รู้จักโฉบผ่านไปมากมาย เห็นฮอนด้าที่ดูท่าแล้วน่าจะปั่นได้ดี สู้ ๆ ฮอนด้า

รูปเท่ ๆ ตอนปั่น

พอกลับเข้า T2 .. เอายังไงดี จะวิ่งหรือจะหยุดตามโค้ชบอก .. อีนี่ก็ดื้ออีกเช่นเคย เอารองเท้าวิ่งเข้า transition มา อุตส่าห์เล่นมาสองอย่างแล้วนะ ออกไปเดินละกัน เอาเหรียญหน่อยเหอะ .. พอเดินออกมาจาก transition เจอโค้ชกระสุนนั่งอยู่ ซึ่งโค้ชตะโกนเชียร์ให้วิ่ง .. ฮั้วก็ตะโกนกลับไปว่า ยังเจ็บเข่าอยู่ค่ะ วิ่งไม่ไหว แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเดิน ..

ผ่านไป 5 นาทีได้ เห็นคนวิ่งผ่านไปหลายคน ฝ่ายมารเริ่มกระซิบที่หู “ลองจ๊อคหน่อยไหม จะเดินยาวจริง ๆ เหรอ มันร้อนนา” ฮั้วก็เริ่มก้าวเท้าวิ่งเหยาะ ๆ อาการวิ่งแบบแหยง ๆ (คนเจ็บคงจะเข้าใจเน๊อะ ว่ากว่าจะลงทีละก้าวเนี่ยมันเสียวจริง ๆ) พอเริ่มจ๊อคไปได้หน่อย เออ ไม่เจ็บแหะ เริ่มไม่แหยงละ สบายใจ เทปมันเวิร์คจริง ๆ แฮะ

ครั้งนี้ฮั้วเอารองเท้า Newton รุ่น GravityIII มาลองใส่แข่ง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งใส่ลองวิ่งไปก่อนหน้าประมาณ 10 กิโล ก็ไม่ได้หวังอะไรนิ มาสนุก ..​แต่พอวิ่งไปนาน ๆ เจ้านิวตันก็เริ่มพยศ รองเท้านิวตันเป็นรองเท้าที่ค่อนข้างต้องใช้เวลาในการทำความรู้จัก แต่เราทำความรู้จักกันน้อยไป ฝ่าเท้าฮั้วเลยเริ่มเจ็บแปล๊บ ๆ แต่ยังพอทนได้ (ณ จุดนั้น แทบอยากถอดรองเท้าปาทิ้ง บอกตามตรงเลยค่ะ) ^_^

วิ่ง วิ่ง วิ่ง

หลังจากตั้งสติได้ก็เริ่มวิ่งไปเรื่อย ๆ ผ่านไอแดดร้อน ๆ ในสนามกอล์ฟจนถึงป้ายกิโลที่สาม เข่าเริ่มออกอาการหนัก ๆ ตึง ๆ จนต้องชะลอลงมา .. เห็นป้ายกิโลที่สี่ รู้สึกดีใจมากกกกก ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้ว เข่าจ๋า รอแป๊บนึงนะจ๊ะ

ช่วงลงเนินสุดท้ายก่อนเส้นชัย ถ้าเป็นฮั้วปกติคงสปรินท์อย่างเร็ว แต่ ณ​ ตอนนี้ ขอถนอมเข่าก่อน ค่อย ๆ จ๊อคลงเนินมา และวิ่งเข้าเส้นชัยอย่างงง ๆ เพราะเส้นชัยเงียบมาก ไม่ค่อยมีคนอยู่ เพื่อน ๆ ก็ยังไม่มา ณ ตรงนี้ .. รู้สึกงงว่าจบแล้วเหรอหรือยังไง

ถ้วยแรกเย้ ๆ

หลังเส้นชัยได้ยืนคุยสรุปการแข่งกับโค้ชแล้วก็รอเพื่อน ๆ ที่เส้นชัย เมื่อมากันครบก็เดินกลับมากินข้าวที่โรงแรมเม้าธ์มอยกันต่อ จนเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น และเสียงปลายสายเป็นเฮียลิป ณ Crazy running ที่โทรมาบอกว่าชื่อฮั้วอยู่ในลิสต์อันดับที่ 1 ของรุ่นอายุ .. เอ่อ ดูชื่อผิดหรือเปล่า ตอนเข้าเส้นชัยไม่เห็นมีให้ป้ายอันดับเลย (คิดว่าจะเหมือนงานวิ่งที่เคยไปวิ่งมา) .. ทั้งกลุ่มหยุดกินทันที รีบโบกรถสองแถวกลับไปที่ตัวงาน เพื่อรับถ้วยใบแรกของคณะ 349 Running ในงานไตร ดีที่ไปทัน เลยได้ชักภาพตอนขึ้นไปรับถ้วย ตื่นเต้นมากกกก

ต้องขอบคุณโค้ชที่ให้เหตุผลดี ๆ จนยอมไปแข่ง ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ช่วยเชียร์ช่วยซัพพอร์ททีม ขอบคุณสปอนเซอร์ของทีม 349 Running (Systema / Fresh & Soft / Grand Mercure Phuket Patong / Newton Running / Vira Accounting / ข้าวโคโค่) ที่ช่วยสนับสนุนทีมเล็ก ๆ อย่างเรา

ท่าประจำทีม 349

ขอบคุณผู้จัดงานที่จัดงานดี ๆ (ถึงแม้ท้ายที่สุดจะจบที่มีเรื่องแสนเศร้า.. ต้องขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวด้วยค่ะ) แต่เจ้าหน้าที่ในทุก ๆ ด้านก็ปฏิบัติงานกันเต็มที่ ทั้งในส่วนว่ายน้ำ จักรยาน และวิ่ง น้ำไม่ขาด เกลือแร่เพียบ

ส่วนวัตถุประสงค์ของการพัฒนาการว่ายน้ำของฮั้วนั้นยังไม่บรรลุ ยังก้าวข้ามผ่านอาการตื่นตระหนกไม่ได้ ยังคงว่ายฟรีสไตล์ไม่ออก ฮั้ว​ยังคงต้องพยายามต่อไป .. แล้วมาดูกันว่าไตรฯ ครั้งหน้าจะเป็นอย่างไรนะคะ