Amarin Outdoor Unlimited International Triathlon 2015

การลงแข่งไตรกรีฬาเป็นหนึ่งใน bucket list ที่อยากทำมาตั้งแต่เริ่มวิ่งใหม่ ๆ แต่ก็ได้แต่ผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอด ฮั้วเคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลงไตรแรกที่งานภูเก็ตไตรตอนปลายปี 2014 แต่ก็ล้มเลิกไป เพราะใจไม่กล้าพอ ปัญหาเดียวของฮั้ว (ที่คงเหมือนกับหลาย ๆ คน) คือ “ว่ายน้ำ” มันเป็นอะไรที่ทรมานและยากมาก ๆ .. ฮั้วเป็นคนกลัวทะเล เคยค้นพบเมื่อครั้งลงไป snorkel ลอยดูปะการัง แล้วเกิด panicไม่กล้าลง ไม่กล้าลอย กลัวปลา และทุกครั้งที่ลงไปว่ายจะเหมือนกับการขาดอากาศหายใจ อึดอัด อยากออกไปให้พ้นตรงนี้

เมื่อขึ้นปีใหม่จึงตั้งเป้าหมายใหม่ว่าปีนี้แหละ ชั้นจะลงไตรให้ได้ และเมื่อชะอำไตรเปิดรับสมัคร ฮั้วก็ไม่ลังเลที่จะลงระยะ Standard Distance .. ทำไมถึงลงระยะนี้ทั้ง ๆ ที่เป็นมือใหม่? งกค่ะ ค่าสมัครระยะ sprint กับ standard เท่ากันเลย .. ฮั้วคิดว่าซ้อมไปก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยเปลี่ยนระยะทีหลัง แหะ ๆ

เมื่อมีเป้าหมาย มีกำหนดวันแข่งที่แน่นอน ก็ถึงเวลาเริ่มแผนการ คิดแผนงาน หาคนปรึกษา ปฏิบัติการซ้อม ซ้อม ซ้อม เท่านั้น ..

Plan (นิ่ง)

เป็นกันไหมคะ วางแผนไว้สวยหรูแต่ทำไม่ได้ .. ฮั้วก็เป็นค่ะ วางแผนไว้ว่าจะซ้อมนั่น ซ้อมนี่ แต่ไม่มีเวลาจะทำ ตอนต้นปีฮั้วมีแผนใหญ่อีกอย่างคือ การวิ่ง TNF100 ที่ดันไปลงแบบเดี่ยวไว้ด้วย เวลาส่วนใหญ่ของฮั้วหมดไปกับการวิ่ง (ซึ่งก็หาเวลายากที่จะมาวิ่งเช่นกัน)

หลังจากไปลงสมัครไว้ สิ่งเดียวที่ทำได้ คือการหาคนสอนว่ายน้ำ ซึ่งก็โชคดีได้น้องโจ้แห่ง 349 Running Club มาเป็นครูฝึกสอน จำได้ว่าไปเรียนว่ายน้ำกับโจ้ในวันแรกๆ นั้นยังว่ายไม่ถึงอีกฝั่งเลยค่ะ (สระยาว 30 เมตร) ..ว่ายไปก็บ่นไป หาเหตุจะอู้อยู่ตลอด ได้เรียนสัปดาห์ละครั้งนี่ก็หรูแล้ว

วิ่ง TNF100 ไม่จบแถมเจ็บเข่า เดือนกุมภาก็เลยมีเวลาซ้อมว่ายน้ำมากขึ้นเพราะวิ่งไม่ได้ ว่ายกระดึ๊บ ๆ ไปสัปดาห์ละ 3 วัน ไม่ได้เอาความเร็ว ขอให้รอดในแต่ละ 30 เมตรก็พอใจแล้ว พอซักกลางเดือน ๆ ก็เริ่มแตะ 1000 เมตรครั้งแรก ดีใจมากกกก ฮั้วก็เริ่มมีความมั่นใจว่า “น่าจะ” ว่ายทันคัทออฟของชะอำไตร

ออกทะเลกับกลุ่มจ่าโอ

ทดสอบใจกับ open water ครั้งแรก

เมื่อผ่าน 1000 เมตรแรกก็ฮึกเหิม .. แหะ ๆ ไม่ใช่ค่ะ เวลากระชั้นแล้ว เหลืออีก 4 สัปดาห์จะถึงวันแข่ง (จริง ๆ เหลืออีก 3 สัปดาห์เพราะดันไปลงนาโกย่ามาราธอนไว้ สัปดาห์นั้นจะไม่สามารถซ้อมได้) โจ้ก็พาฮั้วไปลองว่ายทะเล เป็นการว่าย open water ครั้งแรก ไปให้รู้ว่าทะเลมันเป็นยังไง

ความกลัวมันกลับมาอีกครั้ง ไม่กล้าเอาหน้าลงทะเล กลัวเห็นพื้น กลัวเห็นโขดหิน กลัวปลาตอด กลัวหายใจไม่ออก กลัวไม่ไหว สารพัดจะกลัว แรก ๆ ก็เริ่มทำความคุ้นเคยด้วยการว่ายในที่ ๆ ยังยืนถึง ว่ายเลียบหาดไประยะใกล้ ๆ

แล้วโจ้ก็พาฮั้วออกกลางทะเล แต่ยังปรานีด้วยการไม่ให้ว่ายออก (ก็ฮั้วไม่ยอมท่าเดียว) พายคายัคไปปล่อยให้ว่ายกลับมา .. หลังจากโวยวาย ร้องไห้ เกาะคายัคไม่ยอมปล่อย ก็ทำใจเย็นค่อย ๆ ว่ายกบกลับเข้าฝั่ง ฟรีสตง ฟรีสไตล์ที่เคยทำได้ในสระว่ายน้ำ มลายหายทิ้งไปกับคลื่นทะเล

 

ยิ่งตอนเย็นไปว่ายกับกลุ่มจ่าโอที่อีกหาดนึง ซึ่งเป็นที่ ๆ คลื่นแรงกว่านี้มากมาย น้ำขุ่นมาก ไม่เห็นขาตัวเอง ฮั้วยิ่ง panic ทุกครั้งที่ขึ้นมาหายใจ ก็จะเจอคลื่นลูกแล้วลูกเล่าโถมเข้าใส่ เค็มก็เค็ม น้ำเข้าแว่น แสบตาด้วย มองอะไรไม่เห็น ยิ่งกลัวก็ยิ่งว่ายอยู่ที่เดิม กบเกิบอะไรลืมหมดเลยค่ะ ขอเกาะคายัคท่าเดียว

อยู่และเรียนรู้กับความกลัว

หลังจากว่าย open water ในวันนั้น ความมั่นใจว่าจะว่ายทันคัทออฟมันหายไปสิ้นเลยค่ะ กลับมาจิตตก ชั้นจะรอดไหม ชั้นจะ DNF หรือเปล่า และที่แย่ไปกว่านั้น ชั้นจะจมน้ำไหม?

ฮั้วคิดว่าจะทำยังไงดี ฟรีสไตล์ที่พยายามมาคงใช้ไม่ได้ละ เห็นสภาพแล้วว่าไปเจอน้ำทะเลจริง ๆ ว่ายไม่ออก เอาล่ะ ชั้นต้องการจะจบไตรไม่ใช่เหรอ “กบ” เนี่ยแหละ จะพาชั้นรอด ถึงจะช้า แต่ถ้าเรือยังไม่เก็บ ชั้นก็จะอ๊บอ๊บไปเรื่อย ๆ

สัปดาห์นั้น ฮั้วฝึก “กบ” อย่างเดียวเลยค่ะ กบแบบช้า ๆ ว่ายไม่เหนื่อย ฝึกกบหลับตาในน้ำ ลืมตาเมื่อพ้นน้ำ (สร้างสถานการณ์ว่ากลัวอยู่จะทำยังไง) ฝึกกบแบบหายใจทุกสโตรค (หรือเว้นบางสโตรค) เพราะบางทีโผล่ขึ้นมาหายใจแล้ว หายใจไม่ได้เพราะเจอคลื่นจะทำยังไง และแตะ 1500 เมตรเพื่อดูว่าใช้เวลาเท่าไหร่

สุดสัปดาห์นั้นฮั้วกลับไปใหม่ ไปที่ทะเลอีกครั้ง .. แผนคือว่ายออกไป 600 เมตรให้ถึงทุ่นแล้วว่ายกลับ แต่ฮั้วว่ายออกไปกลางทางก็เกิดอาการกลัวอีกครั้ง กลัวความมืดใต้ทะเล กลัวระยะ ไม่แน่ใจตัวเอง กลัวจมน้ำ ตกใจกับทุกอย่างที่ลอยกระทบตัว แล้วฮั้วก็แพ้มันอีกครั้ง ไม่ไปต่อ จะกลับเข้าฝั่งท่าเดียว ..​ยิ่ง panic ก็ยิ่งใช้แรงเยอะในการถีบให้ลอยตัว หัวใจยิ่งเต้นแรงก็ยิ่งเหนื่อย ยิ่งเหนื่อยก็หมดแรง โชคดีที่จ่าโอคอยดูแลอย่างดี ส่งแขนให้เกาะ พร้อมสอนวิชาลอยตัว

ทำจนกว่าจะทำได้

“หายใจลึก ๆ ครับ” .. “ทำท่าเต่าแบบนี้” .. “ปล่อยลมออกยาว ๆ เหมือนอยู่ในสระ” .. วนไปเป็นสิบ ๆ รอบ จากทำไม่ได้ ก็เริ่มสงบขึ้น พอสติมา เริ่มหายตกใจ ก็ค่อย ๆ ว่ายกบใหม่โดยมีจ่าโอประกบไปข้าง ๆ จนถึงทุ่น

เช้าวันรุ่งขึ้น กลับไปย้ำอีกครั้ง ฮั้วยังคงกลัวเหมือนเดิม แต่ท่องไว้ในใจว่า อย่าคิดอะไรให้มาก อะไรจะลอยมาก็หลบ กลัวก็หลับตา panic ก็หยุดลอยคอปล่อยลมหายใจให้หมด .. ฮั้วท่องไว้ตลอดทาง หลับตาตลอดที่อยู่ในน้ำ ลืมตาดูทางและมองหาจ่าโอที่ประกบข้าง ๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้ว่ายคนเดียว มั่นใจว่าจ่าโอจะช่วยฮั้วได้ ..​สัปดาห์นั้น ฮั้วทำสำเร็จกับการว่ายกบตลอดจนจบ 1200 เมตร ทีนี้ล่ะ ขอให้ว่ายได้อย่างนี้ในวันจริงเป็นพอ

Judgement Day

เช้าวันแข่ง ฮั้วเงียบเป็นพิเศษ ไม่ค่อยอยากถ่ายรูปกับใคร นั่งเช็คอุปกรณ์ที่จุด transition ของตัวเอง.. ว่ายน้ำต้องมีอะไรบ้างนะ หมวก แว่นตา body marking แล้ว.. ปั่นล่ะ จักรยานพร้อม มีกระติกน้ำแบบติดไตรบาร์อันใหม่ เพิ่งซื้อเมื่อวาน หลอดยาวไปไหมนะ เอ เอากระติกไปอีกอันดีกว่า หมวกพร้อม แว่นตากันแดด เบอร์บิบพร้อม ถุงเท้าใส่ในรองเท้าปั่นเรียบร้อย .. วิ่งล่ะ หมวกพร้อม รองเท้าวิ่งพร้อม เจลมีแล้ว ..​โอเคน่าจะครบ

ทบทวนของ

หลังจากถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ โจ้ก็ชวนลงไปว่ายวอร์มที่หาด ลงไปเพื่อให้รู้รสทะเล (อีกครั้ง) เออ ยังเค็มเหมือนเดิมนะเรา ได้ว่ายไม่เท่าไหร่ก็ต้องรีบขึ้น เพราะเค้าจะปล่อยตัวกลุ่มโปรแล้ว .. งานนี้ปล่อยตัวกลุ่มโปรก่อน แล้วก็กลุ่มผู้ชาย ถัดมาก็กลุ่มผู้หญิงและทีม แล้วจึงปล่อยตัวระยะ sprint

ตอนที่เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวกลุ่มหญิง ฮั้วยืนอยู่หลังสุดเลย ให้ทุกคนไปก่อนเลย ไม่อยาก panic อยากไปเรื่อย ๆ ตามความเร็วและจังหวะของตัวเอง ก่อนที่เท้าจะแตะน้ำก็ยังแอบกลัว ฮั้วกลั้นมันไว้ หายใจลึก ๆ อย่างที่จ่าโอบอก เดินลงน้ำ บอกตัวเอง “ชั้นทำได้”

Swimming is just a warm-up

ลงน้ำว่ายกบตามที่ซ้อมมา ใครจะแซง ใครจะนำ ฮั้วไม่สนใจ พยายามท่องไว้ “ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ว่าย ไม่ต้องเร่ง มีอีกสองอย่างรออยู่” บางช่วงก็เจอคนว่ายข้าง ๆ บ้าง ฮั้วก็พยายามหนีออกมา ก็เข้าใจนะว่าว่ายกบอาจจะเตะโดนบ้าง แต่ชั้นก็พยายามหลบเต็มที่แล้วนะ

บางช่วงก็ยังมีอาการกลัว แต่เมื่อไหร่ที่กลัวก็ทำตามซ้อมคือหลับตาเมื่ออยู่ในน้ำและลืมตามองทุ่นอย่างเดียว ผ่านทุ่นแรก ทุ่นสอง เห็นฝั่งแล้ว ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ไป ก่อนขึ้นจากน้ำดึงเสื้อเล็กน้อย (เพราะชุดที่ใส่เป็นแบบแยกเสื้อและกางเกง เดี๋ยวขึ้นมาเปิดเห็นพุงจะไม่งาม) พร้อมคิดในใจ “รอดแล้วโว้ย” ไม่ได้คิดถึงเวลาหรอกค่ะ ไม่รู้ด้วยว่าว่ายไปเท่าไหร่ แต่รอดรอบแรกได้ รอบสองก็ไม่ยากละ (การว่ายน้ำของชะอำจะว่ายเป็นสามเหลี่ยมสองรอบ พอครบหนึ่งรอบต้องวิ่งขึ้นหาดมาสแกนชิพแล้วลงไปอีกรอบนึง)

แต่การวิ่งขึ้นฝั่งเพื่อแสกนชิพแล้วลงน้ำใหม่นี่ เหนื่อยใช่ย่อยเลย เหมือนการเปลี่ยนระบบหายใจ ฮั้วไม่รีบค่ะ เดิน .. พยายามเต็มที่ที่จะไม่ให้เหนื่อยมากเกินไป ลงน้ำอีกรอบ ก็แค่ทำเหมือนที่เคยทำ ให้กำลังใจตัวเองตลอดทาง เผลอแป๊บ ๆ ก็ครบสองรอบ

เดินขึ้นฝั่งมาอย่างสวย ๆ เก็บขอบเสื้อเรียบร้อย ดึงหมวกและแว่นออก แวะบ้วนปากหนึ่งแก้ว ดื่มน้ำอีกหนึ่งกรึ๊บ ก็วิ่งกลับมาที่จักรยานของตัวเอง .. เหวอ จักรยานหายไปเกือบหมดแล้ว

เย้ รอดแล้วโว้ย

อย่าให้ขาพี่แตะพื้นนะ

กลับมา transition พยายามนึกขั้นตอนที่ต้องทำ – ใส่ถุงเท้า รองเท้า bib แว่นตากันแดด หมวกจักรยาน กินเจลหนึ่งซอง น้ำ .. go

วิ่งออกจากจุด transition ไปที่จุดขึ้นจักรยาน ทรงตัวคร่อมดี ๆ ใส่คลีตข้างขวาแล้วถีบตัวออก ท่องไว้ “อย่าล้มนะ อย่าล้ม”  ใส่คลีตข้างซ้าย.. เฮ้อ รอดแล้วจ้า..​เอาล่ะ ถึงคราวชั้นล่ะนะ

สนามปั่นของชะอำปิดถนนเพชรเกษมหนึ่งฝั่งให้ปั่นไปกลับ รอบนึงระยะทางประมาณ 21 กิโล เป็นทางตรงยาว ไม่มีเนิน แต่มีลมสวนจึงไม่ได้ขี่สบายเท่าไหร่นัก ฮั้วเพิ่งได้จักรยานใหม่ “ไอ้หล่อceepo stinger มาก่อนแข่งประมาณ 1 เดือน ทำความรู้จักกันบ้างแล้ว แต่ยังมีปัญหาปวดหลังเวลาปั่นเกิน 30 กิโลเมตร .. คิดไว้ว่าจะไปรีฟิตใหม่ แต่ไม่มีเวลา เลยลุยมันทั้งแบบนี้ล่ะ

ต้องเรียกว่าโชคดีที่ฮั้วเอากระติกน้ำสำรองมาด้วย เพราะเจ้ากระติกใหม่ติดไตรบาร์มีปัญหา หลอดยาวไป ดูดไม่ได้ แถมยังติดไม่แน่น ต้องปั่นไป จับกระติกไป (กลัวกระติกหล่น อุตส่าห์ซื้อมาตั้งสองพัน จะหล่นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ก็กระไรอยู่)

ปั่น ปั่น ปั่น

พอถึงช่วงกลับตัวจึงได้มีโอกาสหยิบน้ำมาจิบ (ยังไม่ค่อยถนัดในการปั่นไปจิบน้ำไป) และไม่กล้ารับกระติกที่ทางผู้จัดแจกด้วย บอกเลยว่ารับไม่เป็น กลัวปล่อยมือแล้วล้มค่าาา

รอบปั่นกลับกินแรงอย่างมากเพราะลมต้านค่อนข้างแรง เรียกว่ากลับไปรอบสองอีกครั้งนี่ต้องข่มใจว่าเหลือแค่รอบเดียว ปั่นให้จบ ๆ ไป .. ตอนช่วงปั่นเนี่ยแหละ ที่ฮั้วเริ่มแซงจักรยานคันอื่น ๆ บ้าง

แต่สิ่งที่ขัดใจที่สุดคือ เห็น “การดราฟท์” กลุ่มใหญ่หลายกลุ่มเลย ทั้ง ๆ ที่งานนี้ไม่อนุญาตให้ดราฟท์ และมาแชลก็ควรจะตักเตือนให้เด็ดขาด แต่ช่างเถอะ ฮั้วไม่ได้ดราฟท์ใครก็พอใจแล้ว

วิ่งชิล ๆ กินลมชมทะเล

กลับมา transition อีกครั้ง ..ท่องไว้ ซ้ายปลด เบรคและลงแน่น ๆ .. รอดพ้นการล้มมาอีกครั้ง .. เดินจูงจักรยานเข้าที่จอด .. ถอดรองเท้าปั่น ใส่รองเท้าวิ่ง ถอดหมวกจักรยาน กินเจล กินน้ำ ใส่หมวกวิ่ง ..​Go

โอย .. ปวดเท้า รองเท้าปั่นจักรยานฮั้วค่อนข้างจะบีบ (คือซื้อผิดไซส์นั่นเอง) แต่ก็ยังใส่เพราะยังหาคู่อื่นไม่ได้ อีกอย่างคือเปลืองตังค์ .. พอลงจักรยานมา ตัวเท้าที่ถูกบีบมาตลอดพอมาลงวิ่งก็เลยปวดเท้า แต่ทนไปซักสองกิโลก็ดีขึ้น

ในส่วนวิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันเหนื่อย แต่วิ่งนี่แหละคืองานถนัดของฮั้ว (แหม.. ก็นักวิ่งนี่จ๊ะ) แต่งานนี้ ฮั้วมาเอนจอย ขอแค่จบสวย ๆ สนุก ๆ ก็พอ เพราะครั้งแรกมีครั้งเดียว ..ฮั้วเคาะจังหวะตามคนด้านหน้ามาเรื่อย ๆ .. หยุดกินน้ำ เอาฟองน้ำบีบราดตัว และยัดไว้ที่หัวใหล่ เป็นเคล็ดคลายร้อนที่ฮั้วใช้กับทุกงาน

วิ่งแซงคนโน้นคนนี้มาเรื่อย ๆ ฮั้วว่าเส้นทางงานนี้สวยนะคะ เป็นการวิ่งลูปใหญ่หนึ่งรอบ ผ่านทางเทรลบ้างเล็กน้อย เห็นทะเลงาม ๆ งามกว่าด้านที่ต้องลงว่ายอีก ต้นไม้ครึ้ม ๆ เป็นระยะ ๆ ทำให้ไม่โดดแดดจ้าและร้อนเกินไปนัก

วิ่งชิล ๆ

ปกติเวลาที่ฮั้ววิ่งมักจะฟังเพลงตลอด แต่ในงานไตรเค้าห้ามใส่หูฟัง อึดอัดพอดู แต่ดูวิวธรรมชาติไปเรื่อย ๆ ก็เพลินตาดี เผลอแป๊บเดียวก็เจอโปรตุ้ม Shutter Running ที่รอแปะมือตามธรรมเนียม .. เจอโปรตุ้มแล้วก็ใกล้เส้นชัยแล้วสินะ ณ จุดนี้ฮั้วถึงเริ่มเร่งฝีเท้าขึ้น เริ่มคิดท่าว่าจะเข้าเส้นชัยท่าไหนดี แต่เจ้ากรรม วิ่งผ่านพรมแดงทางมันขรุขระ ต้องระวังไม่ให้ล้ม เดี๋ยวจะไม่สวย ..​แล้วก็เลยวิ่งเข้าเส้นชัยแบบลืมท่าไปซะสนิท 🙁

Now I’m officially Triathlete!!

ตลอดสองเดือนที่ทุ่มเทซ้อมก็เห็นผล ในที่สุด ฮั้วก็ผ่านไตรกีฬาระยะ standard กับการว่าย 1.5 กิโล ปั่น 43 กิโล วิ่ง 10.8 กิโล ใช้เวลาทั้งหมด 3 ช.ม.13 นาที

สถิติไตรแรก

ความกลัวมาจากการที่เราไม่รู้และการคาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ .. ยิ่งเรากลัว เรายิ่งต้องฝึกทำความคุ้นเคย .. ยิ่งคุ้นเคยมากเท่าไหร่ เรายิ่งรู้จักมันมากแค่นั้น

เราทำทีละนิด ดีขึ้นทีละหน่อย แต่อย่างน้อยเราก็ไม่อยู่กับที่ เราก็ไม่ถอยหลัง และอย่างน้อยเราก็ไม่เลิกทำ

ตราบใดที่ไม่หยุดก้าว คุณก็ไม่ถอยหลัง

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ ทุกความช่วยเหลือ ที่ผลักดันให้ฮั้วผ่านไตรกีฬาแรกมาได้ .. ที่สำคัญขอบคุณ​โจ้ 349 ที่เสียสละเวลามาสอนการว่ายน้ำ ถามไถ่การซ้อม .. จ่าโอผู้เปิดโลกแห่ง open water สอนเคล็ดลับทั้งการลอยตัว การว่าย การดู .. น้อง ๆ ทีม 349 Running Club ที่ร่วมกันซ้อม ร่วมกันให้กำลังใจกัน และมาซัพพอร์ทกันถึงสนาม

349 Running Club