จอมบึงมาราธอน 2015 – งานวิ่งฉุกละหุก

งานนี้ไม่มีในหัวมาก่อนเลย เพราะใกล้จะถึง TNF แล้วไม่อยากจะลง แต่เพราะไม่ได้ซ้อมวิ่งยาวเลยหลังจากกลับจากสิงคโปร์มาราธอน วิ่งเต็มที่ก็ 25 กิโลจากการไปวิ่งเทรลที่เขาไม้แก้ว นอกนั้นก็ซ้อมวิ่งในสวนหรือที่ฟิตเนส ไม่เคยเกิน 8 – 15 กิโล เพราะช่วงนี้รู้สึกไม่ทนกับการซ้อมวิ่งยาวเลย ส่วนมากจะหาที่ซ้อมวิ่งยาวด้วยการลงระยะมาราธอนซะมากกว่า

ตอนแรกคิดว่าจะขับรถไปวิ่งตอนเช้าวันอาทิตย์แต่ล่มไปก่อน และบังเอิ๊ญ บังเอิญน้องปลาโพสต์ขึ้นมาว่าจะไปจอมบึงดีไหม ฮั้วก็เลยชวนน้องปลาไปด้วยกัน และบังเอิญน้องปลาก็หา BIB และที่พักได้ด้วย สบายแฮ (ขอขอบคุณ Putsadee Koikoko สำหรับ BIB ระยะมาราธอน และขอบคุณ ARI RUNNING ที่เอื้อเฟื้อที่พักมาด้วย)

กะว่าจะไปซ้อมชิล ๆ วิ่งยาว ๆ แต่คิดไปคิดมา ฮั้วแทบไม่เคยวิ่งมาราธอนแบบอากาศเย็น ๆ เลยคิดว่าอยากลองวิ่งดู ไม่รู้จะวิ่งได้ไกลซักกี่น้ำ ซ้อมยาวก็ไม่ได้ซ้อม ซ้อมเร็วก็ไม่ได้ซ้อม (ตกลงชั้นวิ่งอะไรบ้างเนี่ย เฉื่อยแฉะซะจริง) แต่ก็คิดว่าตอนสิงคโปร์มาราธอนอากาศร้อนตับแล่บ ยังสู้จนได้ 4.45 ช.ม. มาได้ ช่วงนี้อากาศเย็นซะขนาดนี้น่าจะคว้า 4.30 ช.ม.ได้ล่ะน่า (ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้คาดหวังอะไร เรามาซ้อมวิ่งยาวนะ ทำเท่าที่ทำได้ อย่าเจ็บเป็นพอ)

งานจอมบึงมาราธอน งานแบบบ้าน ๆ ที่เป็นประเพณีมายาวนาน ปีนี้เป็นปีที่ 30 บรรยากาศงานจอมบึงไม่ใช่บรรยากาศแบบเริศหรูอลังการ ดูเป็นบรรยากาศแบบบ้าน ๆ แต่น่ารัก น่าประทับใจ ใคร ๆ มาก็ต้องพกรอยยิ้มกลับไปด้วยเสมอ ส่วนฮั้วมาปีนี้เป็นปีที่ 3 ติดกัน ปีแรกกับระยะมินิ ปีสองกับระยะฮาล์ฟ และปีนี้กับระยะมาราธอน .. ครบทุกระยะละ

วันรับ BIB ตัวงานที่หอประชุมดูวุ่นวาย คนเยอะเป็นพิเศษ ฮั้วได้ยินว่ามีคนสมัครมาวิ่งจำนวนมากกว่าทุก ๆ ปี ขั้นตอนยังดูไม่เป็นระเบียบ ทางผู้จัดแยกโต๊ะตามระยะ มีติดป้ายแยกตามหญิงชายแต่จริง ๆ แล้วก็รับรวมที่ช่องเดียวกัน และยังดูมีปัญหาเรื่องชื่อหรือ BIB มากด้วย เพราะโต๊ะที่รับแก้ปัญหานั้นแถวยาวเหยียด


เช้าวันแข่ง พวกเราไปถึงงานประมาณ 20 นาทีก่อนปล่อยตัว ต้องรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เช็คอิน ฝากของ (ขนเสื้อหนาวและเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เพราะจำได้ว่าปีที่แล้วหนาวมาก) กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จก็เหลือ 5 นาทีก่อนการปล่อยตัว วงวอร์มอะไรไม่ต้องทำ รีบวิ่งไปเข้าแถวระยะมาราธอน ซึ่งคนก็เยอะมาก

เสียงสัญญาณปล่อยตัวดังปู๊ด นักวิ่งแถวหน้าก็พุ่งทะยานออกไป ฮั้วอยู่หลัง ๆ แล้ว (แหงล่ะ มาซะสาย) ก็ค่อย ๆ เหยาะ ๆ ตามน้องปลาไป เลี้ยวเข้าถนนใหญ่ ก็แปะมือแยกย้ายกัน เพราะน้องปลารับภารกิจนางฟ้าเอาลูกอมมาแจกเด็ก ๆ .. ส่วนฮั้วขอเป็นนางมารวิ่งตามใจฉัน โดยคิดแผนไว้ว่าจะขอเกาะเพซเซอร์ระยะ 4.30 ช.ม. (เกาะได้ไกลแค่ไหนก็แค่นั้น)

วิ่งจากแถวหลังก็เห็นลูกโป่งอยู่ไกล ๆ จะเร่งก็กลัวว่าจะเร็วไป แต่ถ้าไม่เร่งตามก็กลัวว่าจะตามไม่ทันลูกโป่ง ไหนจะต้องวิ่งแทรกหลบคน ถนนก็มืด โชคดีที่ติด headlamp มาด้วย (ต้องการทดสอบว่าจะโอเคสำหรับ TNF ไหม) .. ฮั้วหาทางแทรกปู๊ด ๆ ติดตามลูกโป่งไป

เจอลูกโป่ง 6 ช.ม. … ตามมาด้วย 5.30 ช.ม. .. ตามมาด้วย 5 ช.ม. (ซึ่งมีน้ำกับพี่โอวิ่งอยู่) .. เหนื่อยแล้วเฟ้ย มองนาฬิกา นี่เร่งมากไปละ เดี๋ยวจะหมดแรง แต่ก็เห็นลูกโป่ง 4.30 ช.ม. อยู่ลิบ ๆ .. สุดท้ายตัดสินใจผ่อนชะลอ ไม่งั้นไม่ต้องหวังจะตามลูกโป่งไหน คงนอนหมดลมตั้งแต่สิบกิโลแรก .. ช่างมัน ค่อย ๆ วิ่งไปเรื่อย ๆ ละกันนะ

ตามแผนที่คิดไว้คือจะประคองเพซซัก 6.15 – 6.30 นาที แต่ทำไม่ค่อยได้เลยปล่อยเลยตามเลย ถ้าวิ่งแล้วเร็วไปก็จะผ่อนลงมา บางทีเจอคนข้าง ๆ วิ่งเร็ว ขาก็จะตามไปเร็วอัตโนมัติ ต้องคอยยั้ง ๆ ห้ามใจตัวเอง (คนไม่ได้ซ้อมก็อย่างนี้ล่ะ จะผลีผลามวิ่งก็ไม่สะดวก เพราะไม่แน่ใจว่าจะรอดจนจบ มาราธอนต้องวัดกันยาว ๆ) ใครจะแซงก็ปล่อยเค้าแซงไป ขอเลี้ยงไปเรื่อย ๆ เรียง ๆ โดยตั้งเป้าหมายแค่ตามลูกโป่ง 4.30 ช.ม. ให้ทัน

ระหว่างที่วิ่งไปในความมืด นึกดีใจที่พก headlamp มา ทำให้มองถนนระยะช่วงก้าวได้ชัดเจน ไม่งั้นคงต้องระวังหลุมบ่อ แต่ถ้าช่วงไหนมีแสงไฟทางหลวงก็จะเห็นลูกโป่ง 4.30 ชั่วโมงอยู่ลิบ ๆ เหมือนเดิม ฮั้วมองนาฬิกาแล้วเพซเฉลี่ยประมาณเพซ 6 และวิ่งมาเป็นสิบกิโลแล้ว แต่ไหงวิ่งตามลูกโป่งไม่ทันซักที

แต่ในที่สุดซักประมาณกิโล 15 .. พอตามทันเลยหันไปถามหนึ่งในเพซเซอร์ว่า “วิ่งเพซเท่าไหร่กันคะ” เค้าตอบกลับมาว่า “จริง ๆ ควรจะวิ่ง 6.20 นาที แต่เผื่อเวลาหยุดกินน้ำ เผื่อช้าช่วงท้าย ๆ เลยวิ่งประมาณ 6 นาที” … เฮ้ย ทำอย่างนี้ได้ไง คนตามก็ตายสิฟะ เพซเซอร์ต้องวิ่งนิ่ง ๆ เป๊ะ ๆ ทุกกิโลนะ แต่เอาวะ ตามก็ได้ อย่างน้อยถ้าวิ่งทันก็รอดไปได้หลายกิโล

วิ่งด้วยกันไปหนึ่งกิโลเจอซุ้มน้ำ เพซเซอร์แวะซุ้มน้ำกันหมดเลย เฮ้ย แล้วชั้นจะยังไงล่ะ ชั้นไม่อยากแวะนี่ ควรจะรอหรือจะวิ่ง วิ่งไปเองก็ได้ฟะ แต่ก็ชะลอให้ช้าลง เค้าอยากได้เพซเซอร์นำนี่!!

ซักพักเพซเซอร์ก็เร่งวิ่งขึ้นมาทันกัน เลยหันไปบอกคุณติว่าขอเสนอว่าให้วิ่งนิ่ง ๆ เพซเซอร์ควรวิ่งนิ่ง 6.20 นาทีต่อกิโล ก็ควรจะเป๊ะตามนี้ เวลากินน้ำให้สลับกันเข้าซุ้ม และสลับกันนำ ถ้าเพซแกว่งคนตามจะลำบาก .. คุณติก็ตอบกลับมาว่าทีมนี้เป็นคนที่เป็นอาสาสมัครกันหมด ไม่มีใครเคยเป็นเพซเซอร์เลย และขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ..

วิ่ง ๆ ไปซักพัก เริ่มปวดท้อง อยากเข้าห้องน้ำ แต่ไม่มีห้องน้ำเลย ทางก็มืด บ้านเรือนก็ไม่มี หยุดแวะถามซุ้มน้ำนึงว่ามีห้องน้ำไหม เค้าก็ว่าไม่รู้ ซวยล่ะสิ เอาไงดี ทนได้จนกิโล 19 เจอบ้านคน เลยพุ่งตัวเข้ามา “ขอเข้าห้องน้ำได้ไหมคะ” .. ขอบคุณพี่ ๆ เจ้าของบ้านที่อนุญาตให้เข้า ไม่งั้นฮั้วตายแน่

หลังจากทำธุระเสร็จ ก็พบว่าประจำเดือนมา (มาล่วงหน้าแบบไม่มีสัญญาณเตือนเล๊ย!!) ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ทำไงดี.. ทำไงดี .. สุดท้ายตัดสินใจ ลุยมันทั้ง ๆ อย่างนี้แหละ (จะเลอะก็ช่างมัน ฮือ ๆ ๆ นึกภาพนักวิ่งอึแตกขึ้นมาทันที) แต่พอเดินออกมา โชคดีมากที่เหลือบไปเห็นว่าบ้านนี้เป็นร้านขายของชำด้วย เลยขอซื้อผ้าอนามัยกับเค้าซะเลย (รอดตายหวุดหวิด ไม่งั้นคงมีภาพขึ้นหน้าหนึ่งแหงๆ) .. พี่เค้าก็ถาม “แล้วอย่างนี้จะไม่ปวดท้องเหรอคะ” .. เอ่อ ปวดก็ต้องทนค่ะ อยู่ตั้งกิโล 19 แล้ว กลับไม่ได้แล้วค่ะ

พอออกจากบ้านมา นักวิ่งโล่งเชียว ไม่รู้ว่าเพซเซอร์หายไปไหนกันหมดแล้ว สงสัยเข้าห้องน้ำนานไปหน่อย .. เอาวะ ต้องพึ่งสองขาตัวเองนี่ละ ไม่รู้จะไล่เพซเซอร์ทันหรือเปล่า วิ่งเองก็ได้ รอดก็รอด ไม่รอดก็ไม่รอด ทำให้ดีที่สุดให้ไกลที่สุด เพราะมั่นใจว่าหลังจากกิโล 32 นี่ สภาพต้องแย่แน่ ๆ

ผ่านกิโล 21 มา เฮ้ย .. ยังไม่กลับตัวอีกเร๊อะ วิ่งไกลจัง แต่เริ่มเห็นคนกลับตัววิ่งผ่านไปสองสามคน จนหลายคน ฮั้วก็ยังไม่ได้กลับตัว ก้มลงดูนาฬิกา เอ่อ เริ่มเร็วไปแล้วนะ แต่ช่างมัน ขากำลังวิ่งได้ ปล่อยมันไป ดูการหายใจละกัน ไม่ให้หอบมากเกินไป

พอเริ่มเห็นหน้าเพื่อน ๆ กลับตัวผ่านมา พร้อมลูกโป่งเพซเซอร์ ก็คิดว่าไม่น่าจะไกลละ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชอบที่สุดของการวิ่ง เพราะจะได้ทักทายนักวิ่งแถวหน้า และพอกลับตัวก็จะได้ทักเพื่อน ๆ ที่ตามหลังมา

ฮั้ววิ่งไล่ทันเพซเซอร์ 4.30 ช.ม.ทันอีกครั้งที่ระยะกิโล 27 ได้ทักทายกับคุณติและคุณเจ้ยอีกครั้ง ก่อนที่จะวิ่งแซงออกมา คิดในใจอีก 15 กิโลเอง (พยายามใช้ทริกนับกิโลถอยหลัง จะได้ไม่รู้สึกว่าอีกไกล) ระยะนี้เป็นระยะซ้อมวิ่งในสวนไม่ใช่เหรอ อย่าไปคิดว่าจะกิโลสามสิบแล้ว ชั้นต้องทำได้สิ!!

พอพ้น 32 กิโล ก็คิดว่าเอาวะสิบกิโลสุดท้าย ดูสภาพขายังโอเค มีปวดเข่านิด ๆ แต่ก็แค่เป็นบางจังหวะ หลังมีเมื่อยบ้างก็พยายามไม่เกร็ง นึกถึงคำครูที่มักจะเตือนว่าอย่าเกร็งไหล่ ๆ ปล่อยไหล ๆ พยายามพูดกับตัวเองว่า “ชั้นทำได้ ใจเย็น ๆ ทำได้สิวะ อีกแค่ 10 กิโลเอง ค่อย ๆ ไป”

พ้น 37 กิโล เลยเริ่มกดความเร็ว คิดซะว่า “เหลืออีก 5 กิโล ตอนซ้อมยังค่อย ๆ กดได้เลย ค่อย ๆ ไป ทำได้ ๆ” .. พอเห็นป้ายกิโลที่ 40 นึกถึงคำครูดินอีกครั้ง “สองกิโลสุดท้าย วิ่งเพื่อคนที่เรารัก” .. เอ๊า ชั้นจะวิ่งเพื่อเธอ!! ค่อย ๆ เร่งจังหวะขึ้น แต่เอ .. ถนนเส้นนี้มันยังต้องเลี้ยวไปอีกไกลไม่ใช่เหรอ แต่มองแล้วยังไม่เห็นโค้งเข้าถนนใหญ่ นึกในใจ ป้ายหลอกตรูแน่ ผ่อนก่อน ๆ รอเข้าถนนใหญ่ก่อน

พอเข้าถนนใหญ่ ก็ยังไม่เห็นป้ายกิโลที่ 41 เลยวิ่งมาเรื่อย ๆ รอจนเห็นอีกป้ายที่เขียนว่า “2 km to go” .. อืม หลอกกันจริง ๆ ดีนะที่ยังไม่เร่ง นี่ชั้นวิ่งมาจะกิโลนึงแล้วน๊า .. คิดในใจขอรอเห็นโค้งที่บรรจบกับ 10 กิโลก่อน ค่อยเร่ง ตูไม่เชื่อป้ายแล้ว!!!

เมื่อผ่านโต๊ะน้ำสุดท้าย เห็นช่วงโค้งที่นักวิ่งมินิมาบรรจบกับนักวิ่งมาราธอน เอาละ.. ถึงเวลาสู้สุดใจละ มีเท่าไหร่ใส่ตีนผีเลย .. หลังจากเร่งขึ้นมาเรื่อย ๆ ก็เห็นน้องจือที่วิ่งอยู่ด้านหน้ากำลังผ่อนลง เลยตะโกนบอกน้อง “จือทำได้ เร่งเลย อย่าผ่อน อีกนิดเดียว” น้องก็ฮึดเร่งขึ้นมา แต่คราวนี้เป็นฮั้วเองที่ตามน้องไม่ทัน รู้สึกเร่งมายาวเกิน เลยต้องผ่อนซะเอง คิดในใจ “พอละ ค่อยๆ ประคองละกัน”

จนกระทั่งเห็นป้าย “400 m to go” .. คราวนี้แหละ เฮือกสุดท้าย มีเท่าไหร่ ใส่ให้หมด เร่งแบบคิดว่า “ชั้นจะวิ่ง interval 400 เมตร ใส่เข้าไป ชั้นทำได้ อีกแป๊บเดียวจะจบแล้ว” .. จบแบบสะใจ “ชั้นทำได้โว้ย new PB เยสสสส!!!!! ”

ขอบคุณเจ้าของภาพด้วยค่ะ

งานจอมบึงมาราธอนก็ยังคงรักษาความน่ารัก น่าประทับใจของตัวงานอย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าปีนี้จะมีนักวิ่งมากเป็นพิเศษ แต่เรื่องน้ำ อาหาร ก็ยังไม่ขาด เสียอย่างเดียว “ขอห้องน้ำเยอะกว่านี้ได้ไหมคะ” ระยะมาราธอนมีรถห้องน้ำแค่จุดเดียว นอกนั้นคือต้องไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้า ..

สิ่งที่ชอบที่สุดคือ กองเชียร์ของชาวจอมบึง ชาวบ้านจะออกมาเชียร์ เปิดเพลงกระหึ่ม เตรียมน้ำและขนมไว้ให้นักวิ่ง (แต่ก็ไม่เคยได้แวะกินขนมซักที)

บางคนบอกว่าการวิ่งมาราธอนไม่เหมาะกับคนทุกคน แล้วต้องเป็นคนแบบไหนถึงจะเหมาะ .. ต้องเป็นคนวิ่งทน ต้องเป็นคนวิ่งเร็วเท่านั้นเหรอ แล้วถ้าเราแค่อยากรู้ล่ะว่าเราจะไปพิชิตมันได้ไหม ก็แค่ออกไปทำ เพื่อน ๆ อย่ามัวแต่คิดเลยค่ะ ไม่ว่าจะวิ่งช้า วิ่งเร็ว คุณทุกคนพิชิตระยะมาราธอนได้แน่ ๆ

แล้วถ้าตัดสินใจว่าอยากจะลองพิชิตมันสักครั้ง ฮั้วอยากจะแนะนำให้ไปพิชิตที่จอมบึงมาราธอน และไม่แน่นะ New Personal Best ของคุณอาจจะเกิดที่นี่เหมือนฮั้วก็ได้ และมั่นใจได้เลยว่าไม่ว่าคุณจะใช้เวลาในการสู้กับใจและขาตัวเองนานขนาดไหน จะมีเพื่อน ๆ น้อง ๆ ยืนรอปรบมือต้อนรับคุณที่เส้นชัยแน่นอน (นี่แหละ คือเสน่ห์ของจอมบึงมาราธอน)

สำหรับฮั้ว ไม่ว่าจะเป็นด้วยบรรยากาศ สภาพอากาศ เพื่อน ๆ ระหว่างทางวิ่ง ทุกอย่างส่งให้ผลออกมาดีกว่าที่คาดคิดไว้ ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ร่วมวิ่งบนเส้นทางเดียวกัน ปีหน้าเจอกันใหม่นะ จอมบึง

ป.ล. ขอบคุณเพื่อน ๆ 349 ที่ไปวิ่งทริปฉุกละหุกด้วยกัน .. ขอบคุณปลา Panita PorPla ที่จัดการทุกอย่างให้ .. ขอบคุณคำสอนของครู Sathavorn Din (ถึงแม้จะไม่ได้ลงตารางจอมบึง แต่คำสอนของครูก็ยังอยู่ในใจเสมอ .. ขอบคุณเพซเซอร์ที่เสียสละมาวิ่งนำให้นักวิ่ง .. ขอบคุณชาวจอมบึงและผู้จัดที่ยังคงรักษามาตรฐานงานน่ารักแบบนี้เสมอมา

บรรยากาศงานจอมบึงแบบวีดีโอ ถ่ายทำโดย Aqwa 349 Running Club