Review – Brooks PureGrit 3

เพื่อน ๆ หลายคนมีคำถาม “วิ่งเทรลต้องใช้รองเท้าเทรลไหมคะ” .. ถ้าวิ่งระยะไม่เยอะ ฮั้วอยากบอกว่า “ไม่จำเป็นค่ะ” .. แต่ถ้าวิ่งระยะไกลและอยากวิ่งให้สนุก โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรองเท้าพังและการเกาะพื้นผิว .. ฮั้วว่าหาซื้อไว้สักคู่ก็ดีนะคะ ใครจะรู้เราอาจติดใจการวิ่งเทรลก็ได้ จริงมะ?

First Impression

เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อ PureGrit 3 คือได้ไปเห็นวีดีโอตัวนี้เข้า สั้น ๆ คือรองเท้ารุ่นนี้ได้พัฒนาร่วมกันกับ Scott Jurek นักวิ่งอัลตร้ามาราธอนระดับโลก


ฮั้วตัดสินใจเข้าช็อปทันที เมื่อทดลองวิ่งรอบ ๆ ก็รู้สึกชอบ รู้สึกเป็นรองเท้าเทรลที่ไม่หนักและค่อนข้างคล่องตัว พื้นไม่แข็งและหนาจนเกินไป หน้าเท้าไม่แคบ และที่สำคัญ “สี” มันจี๊ดดดด (ชมพูเหลือง เจ็บดีแท้ ^_^) เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะถอยมาลองดู

ตอนแรกคิดว่าจะใช้คู่นี้กับเขาใหญ่เทรลเมื่อตอนกันยา แต่บังเอิญทาง Brooks ส่ง Cascadia 10 มาให้ทดสอบ (รีวิวงานแข่งที่นี่ Khao Yai Trail Marathon 2014 Review) เลยตัดสินใจใช้คู่ Cascadia 10 ในการแข่งวันนั้น และตัว PureGrit 3 เลยยังคงอยู่ในกล่องจนได้เอามาใส่จริง ๆ ช่วงพฤศจิกานี้เอง

Brooks PureGrit3

Brooks PureGrit 3

I LIKE it!!

ฮั้วใช้คู่นี้กับการวิ่งเทรลประมาณ 4 ครั้ง ทั้งบนหาดทรายล้วนๆ บนทางที่เป็นเทรลแบบ technical แสนโหด หินเยอะ ทรายเยอะ ลาดชันสุด ๆ และบนเส้นทางใหม่ของโคลัมเบียเทรล จะว่าไปฮั้วใช้คู่นี้ไม่ถึง 50 กิโลเมตร แต่บอกได้เลยว่าชอบมาก มาดูซิว่าทำไม

พื้นรองเท้าเป็นปุ่ม ช่วยยึดเกาะ

  • ไม่หนาเหมือนรองเท้าเทรลรุ่นอื่น ๆ แต่ยังคงมี cushioning ที่ทำให้รู้สึกไม่บางมาก รวมถึงยังมีตัว rock plate ช่วงหน้าเท้าที่เวลาวิ่งเหยียบหินแหลม ๆ แล้วไม่รู้สึกเจ็บ
  • ถึงแม้จะไม่ได้เป็นรองเท้าแบบ minimalist แต่ยังคงมี heel to toe drop 4 mm ซึ่งถ้าใครไม่ชอบพื้นแบบยกสูงน่าจะถูกใจกับรุ่นนี้

พื้นรองเท้าไม่หนามาก

  • ตัวรองเท้าไม่ใหญ่เทอะทะ เมื่อใส่แล้วจะรู้สึกกระชับเข้ารูปกับเท้า ตัวนี้ยังมีหน้าเท้า (toe box) ที่ค่อนข้างกว้าง (ฮั้วรู้สึกว่ากว้างกว่ารุ่น PureFlow) ทำให้วิ่งแล้วไม่โดนบีบถึงแม้จะวิ่งมาแล้วซัก 5 ชั่วโมง
  • มี responsive ที่ดี ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ BioMOGO DNA หรือเปล่า แต่วิ่งแล้วไม่รู้สึกแข็งเหมือนรองเท้าเทรล ยิ่งเจอพื้นแข็ง ยิ่งเด้งดึ๋ง ยิ่งวิ่งสนุก

  • ตัวพื้นรองเท้ามีปุ่มช่วยเกาะพื้นดีมาก (ทาง Brooks เรียกว่า 3D Hex Lugs) แต่อย่าไปสนใจชื่อมันเลย ฮั้วทดสอบวิ่งบนก้อนหินแล้วตัวพื้นนี้มันเกาะดีมาก เรียกว่าไม่ต้องกระโดดหลบหินเลย ยิ่งเวลาลงทางลาดชัน ปกติจะต้องคอยหลบหิน แต่ถ้าใส่รุ่นนี้ (รวมถึง Cascadia 10 ด้วย) จะชอบก้อนหินมาก เกาะหนึบสุด ๆ
  • รองเท้ายืดหยุ่นค่อนข้างดี ตัวพื้นช่วงหน้าเท้ายัง flexible และยืดหยุ่นได้ทุกองศา
  • ตัวผ้า upper ค่อนข้างแข็ง ช่วยป้องกันเท้าได้ดี เพราะบางครั้งฮั้วก็เซ่อซ่าวิ่งเตะก้อนหินบ้าง สะดุดรากไม้บ้าง ถ้าผ้า upper เป็นแบบรองเท้าวิ่งถนน รับรองว่าโดนเกี่ยวขาดแน่ ๆ และนี่คือปัจจัยหนึ่งที่ทำไมต้องใช้รองเท้าเทรล

น้ำหนักเบา

 

DisLike!!!

แต่ว่าถึงแม้จะชอบรองเท้ารุ่นนี้ยังไงก็ตาม ก็ยังมีข้อที่ไม่ถูกใจเอาซะเลย :

  • ลิ้นรองเท้า .. ฮั้วไม่เข้าใจเลยว่าทำไมลิ้นรองเท้าของรุ่นนี้เป็นแบบลิ้นรองเท้าปกติ คือหนาและไม่โอบเท้าแบบ burrito-wrapper tongue ซึ่งพอเป็นลิ้นแบบปกตินั้น ปัญหาคือลิ้นมันเลื่อนไปซ้ายบ้างขวาบ้าง คือมันไม่อยู่ตรงกลางนั่นเอง .. ถามว่ามีข้อเสียอะไรไหม คือมันรำคาญ ต้องมาคอยปรับคอยดึงให้มันเข้าที่เท่านั้นเอง

  • เนื่องจาก upper ค่อนข้างแข็งเพื่อป้องกันเท้า เลยทำให้ไม่ค่อยระบายเหงื่อเท่าที่ควร ยิ่งวิ่งตอนอากาศชื้นๆ (ฮั้ววิ่งไปสองชั่วโมง) ฮั้วได้ยินเสียงแปะ ๆ ๆ ๆ ในรองเท้าเลยเชียว คือถุงเท้าเปียกเหงื่อมาก แถมเจอ upper ไม่ระบายอากาศมันเลยแฉะ แต่อันนี้แก้ได้ด้วยการใช้ถุงเท้าแบบเทรล (ซึ่งลองแล้ว ก็พอช่วยแก้จุดนี้ได้)
  • ตัวพื้นรองเท้าค่อนข้างสึกเร็ว ฮั้ววิ่งไปแค่ 50 km แต่มีบางปุ่มหลุดหักไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าเพราะว่าไปวิ่งในทางแสนโหดในครั้งที่สองด้วยหรือเปล่า แต่ตอนเอาไปวิ่งที่เขาไม้แก้ว ไม่มีร่องรอยการหักเพิ่ม

เปรียบเทียบพื้นตอนมาใหม่ ๆ กับไปวิ่งแล้วบนทางแสนโหด

บทสรุป

โดยรวมแล้วตัว PureGrit 3 ใส่สบาย กระชับ ไม่เทอะทะ น้ำหนักเบา (กว่ารองเท้าเทรลรุ่นอื่นๆ) ยิ่งวิ่งแล้วเกาะถนน ยิ่งทำให้การวิ่งเทรลสนุก ตอนเดินขึ้นทางชันก็ไม่ต้องกลัวลื่น ตอนวิ่งลงทางชันก็ยิ่งคล่องตัว โดยเฉพาะเมื่อเจอทางแบบ single track หรือทาง mountain bike ที่ทางจะลาดเอียงเข้าหากัน เราจะไม่สามารถวิ่งยกขาปกติเหมือนวิ่งถนนได้ ต้องวิ่งโยกซ้ายขวาไปเรื่อย ๆ ยิ่งรุ่นนี้เกาะติดพื้นไม่ว่าจะเป็นพื้นแบบไหนก็ตาม เราก็ยิ่งวิ่งได้มั่นใจและสนุกขึ้นดังคำว่า “Put the right person to the right job

ถ้าใครกำลังมองหารองเท้าวิ่งเทรลสำหรับงานปีหน้า คู่นี้น่าจะเหมาะกับหลาย ๆ งานที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่แน่นะ พอวิ่งเทรลแล้วสนุก เพื่อน ๆ อาจจะติดใจการวิ่งเทรลเหมือนฮั้วก็ได้ ^_^

ราคา 3,900 บาท

สภาพหลังจากผ่านเทรลแสนโหด

ป.ล. ฮั้วไม่เคยใช้ PureGrit รุ่นก่อนหน้าเลยไม่รู้ว่าดีขึ้นหรือแย่ลงยังไง และยังไม่ได้ทดสอบการวิ่งลงน้ำและโคลนนะคะ