Osaka Marathon 2014 .. 42.195 กิโลแห่งความสนุก

โอซาก้าวัดกายวัดใจ

หลังจากห่างกายไปจากการวิ่งมาราธอนนาน 8 เดือน ไม่ใช่เพราะซุ่มซ้อมเตรียมตัวเพื่อให้วิ่งได้เวลาดี ๆ หรอกนะ แต่เพราะต้องเลียแผลใจแผลกายที่ชอกช้ำจากงานโตเกียวมาราธอนเมื่อก.พ.ต่างหาก (อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ http://runner-blogger.com/2014/03/tokyomarathon2014raceday.html)

ฮั้วรู้จักงานโอซาก้ามาราธอนจากพี่ๆ เพื่อนๆ นักวิ่งที่เคยไปมาว่าเป็นงานที่สนุกและของกินอร่อย พอทางญี่ปุ่นเปิดรับสมัครช่วงเม.ย.ก็กดสมัครเสี่ยงดวงไป มิ.ย.ก็ได้รับเมล์ประกาศผลว่า “คุณได้ไปวิ่งโอซาก้ามาราธอน” .. เอ่อ แย่ละสิ ตอนนี้ขายังไม่หายเลย จะไปหรือไม่ไปดี  แต่งานนี้มีน้อง ๆ ในกลุ่ม 349 Running ได้รับเลือกไปกันหลายคน ไหน ๆ ก็มีเพื่อนไปกันเยอะ น่าสนุก เอาวะ ลองดู หวังว่าขาน่าจะหายทันล่ะนะ

Osaka Course Map

Osaka Course Map

ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านระยะมาราธอนมาแล้ว แต่ในเมื่อร้างลาการวิ่งมากว่า 4 เดือน ก็ต้องนับหนึ่งกันใหม่หมด ช่วงแรกๆ ฝึกวิ่งสลับเดิน เพราะยังมีอาการตึง ๆ เจ็บ ๆ อยู่ วิ่งไปหอบไป ช่วงนั้นรู้สึกแย่มาก จากที่เคยวิ่ง pace 5 สบาย ๆ กลายเป็นวิ่งช้าๆ ได้ไม่ถึงกิโลก็ต้องเดิน ขามันไม่เอื้อเลย

ตั้งแต่เจ็บและพักรักษาตัว ฮั้วก็กลายเป็นขาประจำร้านหมอนวด (ไม่ใช่หมอนวดอ่างนะคะ) แต่เป็นการนวดแผนไทยและการนวดน้ำมันคลายกล้ามเนื้อ ฮั้วจะนัดหมอนวดเจ้าประจำสัปดาห์ละครั้ง แม้จะไม่เห็นผลรวดเร็ว แต่ความตึงที่สะสมใหม่ก็ยังคลายไปบ้าง ไม่สะสมจนเป็นปัญหาใหญ่ภายหลัง

การฝึกซ้อมวิ่งก็เป็นการวิ่งช้า ๆ เป็นหลัก วิ่งหนึ่งวันพักหนึ่งวันสลับกันไป เน้นสร้างความอึดความทนทานก่อน ไม่สนใจเรื่องความเร็ว.. เป็นซ้อมแบบไม่มีตาราง วิ่งตามที่ร่างกายจะอำนวย ฟังเสียงร่างกายว่าวิ่งไหวแค่ไหน

การซ้อมสำหรับมาราธอนนี้ไปไกลสุดที่ 30 กิโลหนึ่งครั้ง นอกนั้นจะเป็น 20 – 25 กิโล เป้าหมายครั้งนี้คือ “เข้าเส้นชัย” ไปให้ถึงโดยไม่สนเวลา ฮั้วมั่นใจว่าทำได้ .. หลาย ๆ คนมักจะกังวลว่าจะวิ่งมาราธอนไม่ได้ ร่างกายไม่แข็งแรง ซ้อมมาไม่พอ

แต่ถ้าเรารู้สภาพของตัวเอง ค่อย ๆ ก้าวไปตามจังหวะของเรา อย่าไปเร่งตามใคร เหนื่อยก็เดิน หายเหนื่อยก็วิ่ง เตรียมเรื่องอาหารให้พร้อมทั้งก่อนและระหว่างวิ่ง จะวิ่งไปเดินไป หรือจะเดินมากกว่าวิ่ง ทุกคนสามารถเข้าเส้นชัยได้ค่ะ

Expo – It’s time to shop!!

วันศุกร์ 24 ต.ค. เป็นวันแรกของงาน Expo พวกเรานั่งรถไฟไปที่ INTEX Osaka .. ฮั้วบอกน้อง ๆ ว่าเราควรไปตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นหรอกนะ แต่เพราะของที่ขายจะยังมีไซส์เหลือ (จิตใจหมกมุ่นแต่กับช้อปซะจริง ฮี่ๆๆๆ)

2014 10 26 Osaka Marathon 1

Osaka Marathon – Expo

ขั้นตอนการรับ BIB ก็แสนง่ายดายและเป็นระเบียบ นักวิ่งจะต้องเตรียมใบ confirmation และใบรับรองสุขภาพที่ทางผู้จัดส่งมาให้ทางอีเมล์ ปริ๊นท์และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย ไปที่บูธที่จัดเฉพาะให้คนต่างชาติ ยื่นเอกสารพร้อมพาสปอร์ตตัวจริงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ (ห้ามรับ BIB แทนกัน)

หลังจากนั้นก็ไปอีกโซนนึงที่แบ่งการรับตามเลข BIB (ที่แสดงในเอกสาร confirmation) รับถุงแพ็คของงานซึ่งมี : เสื้องาน, BIB, เข็มกลัด, Chip ติดรองเท้า, ถุงฝากของสำหรับวันแข่ง

งานโอซาก้าเสียค่าสมัคร (13,500 JPY) แพงกว่าโตเกียวมาราธอนอีก นักวิ่งต้องเลือก charity ที่เค้าลิสต์ให้ และถ้าใครซื้อเสื้อของ charity นั้นด้วยก็จ่ายราคาสูงกว่านี้

Osaka Marathon - Expo

Osaka Marathon – Expo

แบรนด์กีฬา Mizuno เป็นผู้สนับสนุนงานนี้ เพราะฉะนั้นบูธใหญ่สุดจะเป็นของมิซูโน่ มีรองเท้าทุกรุ่นมาให้ลอง ที่นี่จะจัดรองเท้าทุกไซส์ทั้งชายและหญิงไว้สำหรับทดลองใส่โดยเฉพาะเลย มีเสื้อและของที่ระลึกของไว้ขาย

ส่วนบูธอื่น ๆ จะเป็นเจ้าเล็กเจ้าน้อย ส่วนใหญ่เป็นร้าน local ของญี่ปุ่น แต่จะไม่มีแบรนด์รองเท้าดัง ๆ มาเปิดอย่างของงานโตเกียว เรียกว่าฮั้วค่อนข้างผิดหวังในส่วนช็อปปิ้ง แต่ไม่เสียเงินก็ดีเหมือนกัน ^_^

ป้ายสัญลักษณ์และ cut-off time นับจาก Gun Time

ป้ายสัญลักษณ์และ cut-off time นับจาก Gun Time (ปล่อยตัว 9.00 น.)

วันเสาร์พวกเราก็ยังเดินช็อปปิ้งกันทั้งวัน (ขาแทบจะหลุด ตึงน่องมาก ๆ) และก็จัดเตรียมของที่จะใช้ในวันแข่ง ทั้งในส่วนของชุดที่จะใส่ และชุดที่จะเอาไปเปลี่ยนหลังแข่ง (ซึ่งต้องใส่ในถุงรูดที่ทางงานจัดเตรียมเท่านั้น) ที่ตัวถุงจะต้องแปะสติกเกอร์ที่มีเบอร์ BIB ซึ่งจะมีหมายเลขของรถฝากของด้วย (ของฮั้วเป็นรถเบอร์ 14)

เตรียมตัวเดินทางไปแข่ง

เตรียมตัวเดินทางไปแข่ง

Race Day – Ready or not I have to cross the finish line

เช้าวันแข่ง (26 ต.ค.) พวกเราออกจากโรงแรมเวลา 6.30 น. เพื่อเดินทางโดยรถไฟไปที่สนามแข่ง (ปล่อยตัวที่ปราสาทโอซาก้า) พอไปถึงผู้คนเริ่มเยอะแล้ว นี่ขนาดมาก่อนเวลาถึง 2 ช.ม.นะเนี่ย

ก่อนอื่นเลยก็ต้องเอาของไปที่รถฝากของที่มีถึง 30 คันด้วยกัน นอกจากจะแบ่งเป็นเบอร์รถแล้ว ในรถแต่ละคันยังแยกเลข BIB เป็นช่วง ๆ อีก (ช่างคิดและดีเทลซะจริง) แต่ละคนก็ต้องไปที่รถตัวเอง แล้วก็รีบไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งทางผู้จัดเตรียมให้จำนวนมากเรียงกันเป็นตับน่าจะซักฝั่งละ 30 ห้องได้ (แยกฝั่งของผู้หญิงผู้ชายด้วยนะ) .. ภายในห้องน้ำมีกระดาษทิชชู่เตรียมไว้อีกต่างหาก สุดยอดเลย!!

นักวิ่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่นี่จะใส่ compression ข้างในและใส่เสื้อแขนสั้นและกางเกงวิ่งขาสั้นทับ .. พวกเราเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ใส่กางเกง compression โดด ๆ โชว์ก้น โชว์ขาอย่างไม่อายใคร หลัง ๆ ก็เริ่มเขินเหมือนกันเพราะดูเป็นกลุ่มที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้าน

แผนที่งานและรถฝากของ

แผนที่งานและรถฝากของ

จุดปล่อยตัวจะอยู่ที่ปราสาทโอซาก้า พวกเราเดินตามฝูงชนไปที่บล๊อกที่กำหนดให้ (ของฮั้วได้ F) เพื่อน ๆ ที่มาควรกะเวลาให้ดีนะคะ ไหนจะเข้าแถวฝากของ ไหนจะเข้าแถวเข้าห้องน้ำ ไหนจะเดินไปที่บล๊อกท่ามกลางนักวิ่ง 30,000 คน (มาราธอน 28,000 คน และแบบ Challenge 2,000 คน) ต้องใช้เวลาพอสมควรนะคะ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเผื่อเวลาอย่างต่ำประมาณ 1 ช.ม.

พวกเรานัดแนะกันว่าจะมาเจอกันที่ป้าย 5 KM เพื่อรอถ่ายรูปกับน้องมายที่มาเปิดซิงมาราธอนแรกที่นี่  หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปที่บล๊อกของตัวเอง

ห้องน้ำแยกชายหญิง

ห้องน้ำแยกชายหญิง

เวลาปล่อยตัวที่ 9.00 น. แอบตื่นเต้นเล็กน้อย ร้างสนามมานาน โพสต์ขึ้นเฟสบุ๊คว่าสนามที่แล้ว ฮั้วยืนที่จุดนี้ด้วยใจหวาดหวั่น กลัวไปหมดทุกอย่าง แต่ณ ตอนนี้ตื่นเต้นอยากวิ่ง ซ้อมมาพอหรือเปล่าไม่รู้ แต่ใจพร้อมและมั่นใจว่าครั้งนี้ฮั้วเข้าเส้นชัยแน่ ๆ .. ผู้คนนับพันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คงจะรู้สึกไม่ต่างกัน .. พวกเราใช้เวลาเดินตั้ง 9 นาทีกว่าจะได้เริ่มวิ่งจริง ๆ จากจุดสตาร์ท

เดินไปจุดสตาร์ท

เดินไปจุดสตาร์ท

กองเชียร์สองข้างทางทั้งปรบมือส่งเสียงเชียร์อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย (ถึงแม้จะไม่ดังลั่นไม่อลังการเหมือนงานโตเกียวมาราธอน) แต่เสียงเชียร์นั้นก็เป็นกำลังใจให้ฮั้วฮึกเหิมไม่น้อย ในแต่ละกิโลจะมีป้ายบอกระยะทาง 1..2..3..4.. ปวดห้องน้ำเว้ยเฮ้ย สอดส่ายหาป้ายห้องน้ำ ไหน ๆ ก็ต้องรอน้องมายอยู่ดี ขอแวะเข้าห้องน้ำก่อนละกัน

ระหว่างวิ่งก็เช็คอิน

ระหว่างวิ่งก็เช็คอิน

ทำธุระเสร็จซักพักก็เจอป้ายกิโลที่ 5 ..หนุ่ม ๆ มายืนรอกันแล้ว ตอนนี้เหลือแต่รอน้องมาย พวกเรายืนรอประมาณ 20 นาที เจอคนไทยวิ่งผ่านมาก็ตะโกนทักทาย ตะโกนเชียร์ จนเห็นน้องมายวิ่งใกล้เข้ามา .. แชะรูป แล้วก็จัดแจงแยกกลุ่มเร็ว (บางคนจะซ้อมคุมเพซ) กลุ่มช้า (คือพวกไปเรื่อย ๆ ไม่เอาเวลา เช่นฮั้วเป็นต้น) แล้ววิ่งตามกระแสนักวิ่งไป

ฮั้ววิ่งไปกับเอโดยมองหลังเช็คน้องมายเป็นช่วง ๆ พวกเราเพลิดเพลินไปกับการวิ่งฟังเสียงเชียร์จากกองเชียร์ข้าง ๆ สนาม สอดส่ายสายตาหาป้ายกล้อง (เป็นจุดที่จะมีช่างกล้องของงานประจำอยู่) วิ่งเข้าหาขนมที่กองเชียร์เอามาแจกนักวิ่ง วิ่งชิดขวาแตะมือกับกองเชียร์ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่จะตะโกน “Gambatte” (สู้ ๆ) และยื่นมือมาให้นักวิ่งแนวหลังอย่างเราแปะมือตอบ เพลินจนหลุดกับน้องมายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

กองเชียร์

กองเชียร์

จุดไหนมีโต๊ะน้ำก็จะมีป้ายบอกล่วงหน้า แล้วพวกเราก็จะวิ่งเข้าใส่ ไม่ใช่เพราะกลัวจะไม่ได้ดื่มน้ำหรอกนะ โต๊ะน้ำยาวหลายสิบเมตร มีเพียงพอ ไม่หมดแน่นอน แต่อากาศเริ่มร้อน ต้องดื่มก่อนจะกระหาย .. สเตชั่นน้ำที่นี่มีน้ำเกลือแร่ให้เยอะมากกก มากเกินไปซะด้วยซ้ำ บางจุดอยากกินน้ำแต่ดันได้ดื่มน้ำเกลือแร่แทนซะงั้น

การวิ่งที่นี่ปิดถนน 100% เจ้าหน้าที่เป็นอาสาสมัครทั้งนั้น ส่วนใหญ่ยังเป็นผู้สูงอายุอีกด้วย แจกน้ำไปก็เชียร์ไป ปรบมือไป แต่พอเค้าทำงานเสร็จก็ไม่ได้เดินกลับบ้านเลยนะ เค้าจะมายืนข้างทางตะโกนเชียร์นักวิ่ง

ถึงแม้ว่ากฏของงานจะไม่อนุญาตให้ใส่ชุดแฟนซี แต่ฮั้วก็เห็นนักวิ่งจำนวนมากที่ใส่ชุด cosplay มาวิ่ง แค่ฮั้วใส่ชุดวิ่งปกติก็ร้อนจะแย่ เหงื่อไหลตลอดเวลา (มันควรจะอากาศเย็นไม่ใช่เร๊อะ!!) เค้าเหล่านี้ทนใส่ชุดพะรุงพะรังวิ่งได้อย่างไรกัน บางคนใส่วิก ใส่หน้ากากด้วยนะ นับถือจริง ๆ

บรรยากาศระหว่างทาง

บรรยากาศระหว่างทาง

งานนี้มีเพซเซอร์หลายความเร็วมาก ๆ ตั้งแต่แบบจบ 3 ช.ม. จนถึง 6 ช.ม. แต่ตามไม่ทันซักคน ฮั้วว่านักวิ่งเยอะไปทำให้วิ่งตามเพซเซอร์ลำบาก นอกจากพอเจอปุ๊บก็เกาะหลังห้ามหลุดเลย

ฮั้ววิ่งมาถึงกิโลที่ 15 เริ่มเมื่อยเข่า คือรู้สึกล้า ๆ แต่ไม่เจ็บ ทำให้ไม่ค่อยจะอยากเดินพักตอนกินน้ำ ถ้าวิ่งไปเรื่อย ๆ จะไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ แต่พอพ้น 21 กิโลอาการก็ดีขึ้น สามารถคงความเร็วที่ 6 ครึ่งไปเรื่อย ๆ แบบสบาย ๆ .. งานนี้แทบไม่ต้องควักเจลออกมากิน (กินไปหนึ่งซองช่วงกิโลที่ 12) เพราะมีน้ำเกลือแร่แจกมากมาย แถมยังมีกล้วยให้อีก และยังแวะกินของแจกตามข้างทางจากคนมาเชียร์ อิ่ม ๆ ๆ ๆ เจลเจิลเก็บไว้งานหน้าดีกว่า

กิโลที่ 35 ปีศาจหอมหวานน่าเจี๊ยะ

ตกลงกันกับเอว่าพอถึงกิโล 32 จะหยุดเดินเพื่อพักขาบ้าง อย่างที่แพลนไว้ว่างานนี้ไม่เอาเวลาต้องการจบแบบไม่เจ็บ เดินไปนิดนึงก็วิ่งต่อเจอช่วงกิโล 34 ซุ้มอาหาร มันใหญ่มากกกกก มีหลายโต๊ะจนเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรดี ..

สำหรับฮั้วไม่ต้องคิดมาก ก็กินทุกอย่างทุกโต๊ะเลยดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นทาโกะยากิ ข้าวปั้น ขนมถั่วแดง ยืนกินจนอิ่ม (ยกเว้นโต๊ะที่แจกกระเทียมดอง เพราะโดนหลอกให้กินไปแล้วตอนกองเชียร์ยื่นมาให้) ตบท้ายด้วยน้ำอีก จนต้องบอกเอว่า “ขอเดินนะ อิ่มจนจุกแล้ว” 😛

อุปสรรคการวิ่ง

อุปสรรคการวิ่ง

เราสองคนเดินไปอีกหนึ่งกิโลก็เริ่มวิ่งกันต่อ .. ใครว่าจะเจอปีศาจที่กิโลที่ 35 แต่ฮั้วว่าชาวญี่ปุ่นมีกุศโลบายที่แยบยลเอาอาหารมาตั้งที่กิโล 33 – 34 นักวิ่งต้องหยุดกิน เดินคลายขา เดินคลายท้อง แล้ววิ่งต่อ มีพลังงานชุดใหญ่และได้พักขนาดนี้ ปีศาจที่ไหนก็ไม่มา (แนวหน้าอาจจะไม่หยุด คุณพลาดโอกาสดี ๆ เสียเงินมาตั้งแพง จะวิ่งแป๊บเดียวได้อย่างไรกัน ต้องใช้เวลาให้คุ้ม ^_^)

จุดห้องน้ำ น้ำดื่ม อาหาร

ลิสต์จุดห้องน้ำ น้ำดื่ม อาหาร

แถมพอข้ามพ้นช่วงกิโล 35 มาได้ กองเชียร์ข้างทางก็ยิ่งมากขึ้น ยิ่งวิ่งใกล้เส้นชัยก็ยิ่งสนุกขึ้นเรื่อยๆ ยื่นมือขวาไปแปะทุกคนจนปวดแขนเลยเชียว .. ฮั้วชื่นชมกับกองเชียร์ที่นี่มาก ๆ เลยค่ะ มีทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งบนรถเข็นกางร่มส่งเสียงเชียร์ บางครอบครัวขนกันมายืนปิคนิคเชียร์นักวิ่ง มีกลุ่มเด็กนักเรียนเสียงเจื้อยแจ้ว กลุ่มเพื่อนมาดักรอเชียร์เพื่อนที่จะวิ่งผ่านมา บางคนมีสัตว์เลี้ยงก็จะเอาหมาใส่รถเข็นมายืนเชียร์ข้างถนน

ชุดมันๆ ในงาน

ชุดมันๆ ในงาน

ตลอดทางที่วิ่งจะได้อิ่มกับอาหารตา (ไม่ใช่สาวสวย ๆ อย่างเดียวนะ) แต่เป็นความสุขและเรื่องราวที่ส่งผ่านสะท้อนกันไปมามันออสโมซิสเข้าต่อมความสุขของฮั้วด้วย (ทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจเลยว่าเค้าพูดอะไร)

ยิ่งป้ายกิโลเมตรเริ่มนับถอยหลัง ฮั้วก็ยิ่งดีใจที่คราวนี้จะได้เข้าเส้นชัยซักที ได้รับเหรียญ ได้รับผ้าฟินิชเชอร์ที่รอคอยมานานกว่า 8 เดือน .. วิ่งครั้งนี้เป็นการวิ่งที่สนุกที่สุดในชีวิต ไม่เหนื่อยเลย ไม่มีช่วงไหนเลยที่จะไม่ยิ้มอย่างมีความสุข วิ่งไปหัวเราะไป เล่นกับกองเชียร์ตลอดทาง ทั้งเสียงเชียร์ ทั้งปรบมือ ทั้งแรงสนับสนุนของคนพื้นที่ มันทำให้ระยะทาง 42.195 กิโลเมตรนั้นสั้นเหมือนวิ่งแค่ฮาล์ฟ

ภาพจากงาน

ภาพจากงาน

ฮั้วไม่รู้หรอกว่าช่วงพ้นกิโลที่ 30 ของโตเกียวเป็นยังไง เพราะวิ่งไม่จบ แต่ที่โอซาก้ายิ่งใกล้เส้นชัย ยิ่งสนุก.. วิ่งเพลินๆ แพ๊บเดียว อ้าว จะถึงเส้นชัยแล้ว เลยหันมาบอกเอว่าเราแวะถ่ายรูปที่หน้าเส้นชัยเถอะ มันสนุกจนไม่อยากจะรีบก้าวผ่านเส้นชัยเร็ว ๆ อยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุด ..ภาพของงานจะเห็นเราสองคนเดินยิ้มเข้าเส้นชัย

เพื่อน ๆ อาจจะบอกว่า แหม.. วิ่งฟูลมานะเฟ๊ย มันไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่ทรมานหรืออย่างไร .. ฮั้วคงหาคำพูดมาอธิบายไม่ได้มากไปกว่านี้ หรอกค่ะ เอาเป็นว่าผู้คนที่นี่ให้การต้อนรับนักวิ่งมาราธอนอย่างสมเกียรติ ความเพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบตัวทำให้ความเหนื่อย ความล้ามันเล็กน้อยมาก (มันเหมือนเวลาเรามีความสุขกับใครซักคน เราเอาใจเราไปอยู่กับเค้าจนลืมตัวเราไปชั่วขณะ)

เพื่อน ๆ ต้องลองไปสัมผัสเอง ประสบการณ์บางอย่าง เราไม่อาจเข้าใจได้ด้วยการอ่าน การดูภาพ การฟัง แต่คือการเอาตัวไปอยู่ตรงจุดนั้น ยืนนิ่ง ๆ ให้ทุกอย่างซึบซาบเข้าไปเองนะคะ

หลังจากเข้าเส้นชัยมาแล้ว ก็เจอหนุ่มๆ ยืนรออยู่ ยังไม่มีใครเข้าไปเอาเหรียญ พวกเรารอน้องมาย .. ระหว่างรอก็ยืดเหยียดไปเรื่อย ๆ คุยเรื่องความสนุกที่ได้รับ อยากจะกลับมาวิ่งอีก (แต่มันแพง ขอเก็บตังค์ไปที่อื่นบ้าง 😛 ) .. รอซักครึ่งชั่วโมงก็เห็นน้องมายเดินเข้ามา

รับเหรียญรับของ

รับเหรียญรับของ

หลังจากแสดงความยินดีกับความสุดยอดของน้องแล้วพวกเราก็ไปรับเหรียญและรับของที่ฝากไว้ตามเลขของรถ เปลี่ยนเสื้อผ้า .. ส่วนฮั้วนั้นถึงกับขนลุกตอนรับเหรียญเลยทีเดียว ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ พยายามฟูมฟักร่างกายมาเพื่อวันนี้ วันที่มีเหรียญสีทองมาคล้องที่คอ .. คืนนั้นคงไม่ต้องบอกว่าพวกเราฉลองกันหนักแค่ไหน ร้านอาหารแทบแตกเลยทีเดียว ^_^

ฉลอง!! ภาพจากน้องมาย

ฉลอง!! ภาพจากน้องมาย

ถึงแม้ว่างานโอซาก้ามาราธอนจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเทียบเท่าโตเกียวมาราธอน (แต่ก็ได้ระดับ Silver Label ของ IAAF Road Race เลยน๊า) แต่ฮั้วว่างานที่นี่มีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้งานน่าจดจำ รวมไปถึงประสบการณ์ที่พวกเราชาว 349 Running ที่ได้เดินทางมาแชร์ร่วมกัน ถ้าไม่มีพวกน้อง ๆ ความสุขคงไม่ล้นปรี่ขนาดนี้

แต่ยังไงซะ ฮั้วขอยกให้งานโอซาก้ามาราธอนเป็นหนึ่งในงานที่เพื่อน ๆ ควรมาวิ่งนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามาเปิดซิงมาราธอนแรกที่นี่ ด้วยการจัดการที่ดีมาก กองเชียร์สุดยอด อาหารอร่อยมากกกกก อากาศไม่ร้อนทรมานมากแบบบ้านเรา รับรองว่าถ้าไม่ประทับใจให้มาเหยียบหน้าเล๊ย 555 .. และถ้าฮั้วมีโอกาสฮั้วจะกลับมาวิ่งที่นี่อีกเช่นกัน

ฮั้วพยายามถ่ายวีดีโอมาให้ดู .. ขออภัยที่ภาพมีสั่นเล็กน้อย (เอ่อ จริง ๆ สั่นเยอะอยู่ เพราะวิ่งไปถ่ายไป) ก็ดูเพื่อชมบรรยากาศโดยรวมแล้วกันนะคะ (สามารถเลือกแบบ HD ได้)

 

ขอขอบคุณชาวโอซาก้าที่มาต้อนรับพวกเราอย่างเต็มที่ และขอบคุณน้อง ๆ ที่มาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน

ประสบการณ์เปิดซิงมาราธอนแรกของน้องมาย (ที่พวกเราลุ้นนักหนา) อ่านได้ที่นี่ http://runner-blogger.com/2014/11/osakamarathon2014-allaboutheart.html

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน อ่านได้ที่นี่ http://www.osaka-marathon.com/index_en.html