Khao Yai Trail Marathon 2014 Review

งานนี้จองไว้นานแล้วตั้งแต่เปิดรับสมัครแรก ๆ เพราะวางแผนไว้แล้วว่าปี 2015 จะลง TNF100 จึงต้องลองเพิ่มระยะการวิ่งเทรลจากที่เคยวิ่ง 10 กิโล ถึงแม้จะเสียดายโอกาสที่จะได้วิ่งสนุก ๆ กับเจ๊สซี่ แต่ก็ไม่กี่ครั้งเองนะเจ๊สซี่ เดี๋ยวแม่จะกลับมาวิ่งด้วย

เดี๋ยวนี้งานวิ่งมีคนสมัครเยอะ เลยแยกแบ่งวันรับ BIB และเสื้อก่อนล่วงหน้า งานนี้เค้าให้ไปรับที่ “หมูสียาร์ดโฮมเทล” ซึ่งหลายวันก่อนวันรับ ได้ยินข่าวว่าฝนตกติดต่อกันหลายวัน แถมวันที่มารับก็ยังฝนตกอีก เสียดายสถานที่สวย ๆ พอมาถึงสถานที่ก็เฉอะแฉะเละเทะ

บรรยากาศที่งาน Expo

บรรยากาศที่งาน Expo

ผู้จัดงานนี้ส่งคราวข่าวเป็นประจำ แจ้งให้นักวิ่งรู้ว่าต้องพิมพ์ confirmation slip และ Waiver form มาด้วยนะ ซึ่งทำให้ขั้นตอนค่อนข้างสะดวกรวดเร็ว ส่งเอกสารให้ รับ BIB รับเสื้อ ก็เสร็จแล้ว

เช้าวันแข่งฮั้วรีบไปที่จุดสตาร์ท “เสมอดาวรีสอร์ท” ตั้งแต่ตีห้านิด ๆ ระหว่างทางที่ขับรถมาก็เห็นหมอกลงเยอะมาก อากาศก็เย็น หลังจากทักทายกับเพื่อน ๆ แล้วก็รีบไปเข้าห้องน้ำ ดีนะงานนี้คนยังมาไม่ค่อยเยอะมาก เลยไม่ต้องเข้าแถวยาวมากเท่าไหร่

ทีม 349 Running ส่งต้นเข้าชิงชัยระยะ 42 km ฮั้วที่ระยะ 21 km และพี่เอ๋ กิ่ง ปลา แอนดรู เจ๊สซี่เข้าวิ่งระยะ 10 km

6.30 น. (เลทนิดๆ) ก็ปล่อยตัวระยะฮาล์ฟ ช่วงแรก ๆ คนเยอะ ฮั้วอยู่ด้านหลัง ๆ ก็จะวิ่งไม่ค่อยสะดวก เพราะต้องวิ่งและหยุดตามแถวด้านหน้า โดยเฉพาะงานนี้ที่เส้นทางเต็มไปด้วยแอ่งโคลน ตลอดเส้นทางแทบไม่เห็นดินแห้ง ๆ เลย ครั้งนี้เอารองเท้าเทรลคู่ใหม่มาลอง เป็นรองเท้าเทรลที่ได้รับจาก Brooks (รุ่น Cascadia 10) ให้มาทดลอง เรียกว่ารองเท้ามาถึงมือเช้าวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ใช้เลย เห็นสภาพถนนแล้ว ก็ทำใจได้เลยว่าคงไม่ได้กลับไปสภาพเดิมแน่ ๆ แต่เอาน่ะ แบบนี้ล่ะ จะได้รู้ไปเลยว่ารองเท้าเจ๋งจริงไม่จริง (รีวิวรองเท้าจะตามมาทีหลัง)

เส้นทางวิ่ง 21 km

ส่วนชุดก็จัดเสื้อจักรยานที่ใส่วิ่งมาหนึ่งครั้ง และถอยเป้น้ำอันใหม่จาก Ultimate Direction ซึ่งเป็นรุ่นที่ทำมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะเลย (ลุ้นตั้งนานว่าจะมาทันงานนี้ไหม) ฮั้วทดลองใช้เป้มาสองสามครั้ง ค่อนข้างมั่นใจว่าใส่สบาย แต่นี่คือครั้งแรกที่ลองใส่ถุงน้ำด้านหลัง (รีวิวเป้ดูได้ที่นี่ Review : Ultimate Direction Ultra Vesta – Jenny Collection) ฮั้ววิ่งตามคนมาเรื่อย ๆ พอมีจังหวะแซงได้ก็แซง

พอพ้นซัก 3 กิโลมา ก็เริ่มปลีกตัวออกมาวิ่งตามจังหวะตัวเองได้ ครั้งนี้ตั้งใจจะวิ่งช้า ๆ ไม่อยากเสี่ยงกับการบาดเจ็บ (เพราะมีโอซาก้ามาราธอนรออยู่) แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็คงไม่สามารถวิ่งตามความเร็วแบบซ้อมถนนได้หรอก เพราะวิ่งเทรลมีทั้งความชันของพื้นที่ สภาพของพื้นที่ไม่เรียบ บวกกับมีแอ่งโคลนเป็นระยะ ๆ ให้ฝึกการกระโดดและทรงตัวอีก

สภาพทางวิ่ง

สภาพทางวิ่ง

เทรลที่นี่ขอบอกว่าเป็นเทรลที่สนุกจริง ๆ ปกติจะเจอแต่เทรลแห้ง ๆ มีเปียกบ้าง แต่ไม่เคยเจอเทรลแบบเต็มไปด้วยโคลนขนาดนี้ ครั้งนี้เลยได้ขุดความเป็นเด็กขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าการวิ่งผ่านน้ำขังให้รองเท้าเปียก ไม่ว่าจะใช้การทรงตัวเวลาวิ่งผ่านโคลนลื่น ๆ ไม่ว่าจะใช้จังหวะกระโดดเพื่อข้ามผ่านก้อนหินหรือกิ่งไม้

บางครั้งอยู่ในโลกของผู้ใหญ่มานานเกินไป กลัวว่าจะพลาด กลัวว่าจะผิด กลัวว่าจะล้ม การวิ่งเทรลทำให้ฮั้วยังไม่ลืมว่าการวิ่งมันต้องสนุก กล้าที่จะเลอะ กล้าที่จะกระโดดในบางจังหวะ กล้าที่จะเดินเพื่อเก็บแรง และกล้าที่วิ่งลงเนินเมื่อจังหวะมา บางทีไม่ต้องคิดให้มันไกลนัก มองแค่ทางข้างหน้าไม่กี่ก้าว แล้วก็หาทางจัดการกับมันให้ดีที่สุด

วิ่งไปซัก 6 กิโลเริ่มรู้สึกหอบ อาจจะเป็นเพราะทางเริ่มชันขึ้นเลยต้องผ่อนจังหวะลง ต้องเริ่มเดินขึ้นเนินและถือโอกาสฝึกวิ่งลงเนินโดยไม่ให้กระแทกเข่ามากนัก นึกถึงคำพี่เจ๋ง “ปล่อยไหล ๆ” .. ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะรองเท้าเทรลด้วยหรือเปล่า รู้สึกการวิ่งวันนั้นค่อนข้างดี เกาะถนน ไม่ต้องพะวงมากนัก

ระหว่างทาง

ระหว่างทาง

ปกติเวลาวิ่งถนน ฮั้วจะฟังเพลงระหว่างวิ่งตลอด แต่การวิ่งเทรลเส้นทางนี้ ฮั้วได้ยินเสียงความเงียบ เงียบจนได้ยินนกร้องอยู่ตามต้นไม้ เสียงน้ำตก เสียงลำธารไหลอยู่ด้านข้าง ๆ เสียงใบไม้ถูกลมพัด ได้เห็นต้นข้าวโพดลู่ไหว เสียงลมหายใจหอบ ๆ ของตัวเอง เสียงเพลงไหนล่ะจะสู้เสียงจากธรรมชาติได้

ฟังเพลิน ๆ ไปซักพักก็ถึงจุด CP แวะดื่มน้ำ ถ่ายรูปกับทิวเขางาม ๆ วิ่งเลยไปซักพักก็ถึงจุดกลับตัว ตอนแรกที่เห็น route map ก็คิดว่าต้องน่าเบื่อมากแน่ ๆ ที่ต้องวิ่งวนกลับทางเดิม แต่จริง ๆ แล้ว ไม่น่าเบื่อเลย เป็นเส้นทางที่เพลินตา เพลินใจที่สุด เส้นทางส่วนใหญ่ของงานนี้จะวิ่งเรียบไปกับแนวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ความเขียว ความร่มรื่นมีครบถ้วน วิ่งมาสองชั่วโมงยังไม่รู้สึกร้อนเลย ลมพัดมาทีไรก็รู้สึกเย็นถึงขั้นหนาว

เผลอแป๊บ ๆ ก็เห็นโปรรุจน์ดักรอเก็บภาพอยู่ตรงหน้าละ วิ่งเลยออกมาจากแนวป่าก็เข้าสู่ถนนหมู่บ้าน เจอพนักงานยืนอยู่ เลยถามไปว่า “ต้องไปอีกไกลไหม” เค้าตอบกลับมาว่า “อีกไม่ไกล เดี๋ยวถึงแล้ว” .. ช่วงนี้ถึงแม้ไม่มีความเขียวของต้นไม้แต่ก็มีความน่ารักของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านยืนตะโกนเชียร์ ยกมือเพื่อแปะมือกับนักวิ่ง รู้สึกเหมือนเป็นนักวิ่งระดับโลกกำลังวิ่งผ่านยังไงยังงั้นเลย

คำว่า “อีกไม่ไกล” ของฮั้วก็คิดว่าน่าจะซักหนึ่งกิโล .. แต่เฮ้ยวิ่งมาซักพักครบกิโลแล้วยังไม่เห็นเขตโรงแรมเลย ไม่ได้ยินเสียงจากงาน มันช่างเงียบกริบ จนบ่นในใจว่า “อีกไม่ไกลนี่มันหลายโยชน์เลย สงสัยจะโดนหลอกซะละมั้ง” วิ่งเลยหมู่บ้านมาซัก 500 เมตร ก็เริ่มเห็นทางเข้าโรงแรม เย้ ใกล้จะถึงละ

แต่พอเลี้ยวเข้ามาก็งงกับทาง มีกรวยกั้น มีคนเดินกลับ มีรถสวนออกมา ไม่รู้จะให้วิ่งตรงไหน วิ่งผิดด้านจนโปรตุ้มต้องโบกมือบอกให้วิ่งถูกเลน .. หลังจากแปะมือรับกำลังใจเฮือกสุดท้ายจากโปรตุ้ม ก็เห็นเจ๊สซี่วิ่งเข้ามารับ .. แต่ เธอวิ่งผ่านฮั้วไป .. อ้าวเฮ้ย จำไม่ได้!!!

ฮั้วต้องหยุดแล้วตะโกนเรียกให้เจ๊สซี่วิ่งวนกลับมา เธองง ๆ จะไปทางไหนดี แต่สุดท้ายก็วนกลับมาถูก แล้วเราก็วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยกัน เหมือนทุกครั้งที่ครอบครัวเรามาวิ่งเทรล ถึงแม้เราจะไม่ได้วิ่งด้วยกันตลอด แต่อย่างน้อยเราก็จบด้วยกันนะ

จบเทรลนี้ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 22 นาที คุ้มค่าทุกนาทีของการวิ่ง ไว้เจอกันใหม่ที่งานต่อไป

ส่วนเจ๊สซี่ได้ยินว่าเธอสนุกมาก ทั้งวิ่งลุย วิ่งฝ่าโคลน .. เธอจบแบบสภาพน้องหมาลุยเทรลตามเคย .. ต่อไปนี้คงต้องเรียกเธอว่า “เจ๊สซี่เจ้าแห่งเทรล” สินะ ^_^

คำชมของงานนี้

  • ผู้จัดงานส่งข่าวไม่ว่าจะเป็น email หรือโพสต์ต่าง ๆ หน้า fanpage ค่อนข้างบ่อย ถูกใจมาก
  • มีการจัด race guide แบบให้ดาวน์โหลดไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น route map รายละเอียดการให้น้ำและอาหาร แผนที่ไปจุดสตาร์ท ทำให้สามารถเตรียมตัวสะดวกขึ้น ไม่ต้องไปรอเอกสาร ณ วัน expo
  • การจ่ายเงินก็สะดวก มีระบบ paypal ด้วย การให้ตรวจเช็คชื่อและเบอร์บิบก่อนไปงาน ผลวิ่งก็ได้รวดเร็ว เรียกได้ว่าผู้จัดรายนี้ทำงานแนวอินเตอร์และทันสมัยสุดในไทยก็ว่าได้
  • เจ้าหน้าที่ประจำตามแยกทำงานดี คอยบอกทางนักวิ่งตลอด
  • มีถุงขยะอยู่ใกล้ ๆ จุดให้น้ำ ง่ายต่อการทิ้งแก้วน้ำ
  • น้ำเย็นและมีน้ำแข็งด้วย กล้วยก็สุกกำลังพอดี
  • อาหารและผลไม้หลังวิ่งมีให้จุใจ หลากหลาย และที่สำคัญมีแตงโมด้วย (ของโปรดของเจ๊สซี่)
  • เส้นทางสวย ค่อนข้างท้าทายดี
สภาพรองเท้า

สภาพรองเท้า

ข้อเสนอแนะของงานนี้

  • ไม่เห็นจุดพยาบาลตามระหว่างทาง น่าจะมีอย่างน้อยซักสองสามจุดเผื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • ป้ายระหว่างทางน้อยไปหน่อย ทั้งป้ายบอกทาง ริบบิ้น และป้ายบอกระยะ
  • เสื้อไม่สวย คุณภาพไม่ผ่าน ทั้งเสื้องานและเสื้อ finisher ทั้ง ๆ ที่ถ้าทำเสื้อสวย ๆ คนจะใส่วิ่งนอกงาน ยิ่งช่วยโปรโมตสำหรับปีต่อ ๆ ไป
  • ห้องน้ำมีแต่ของรีสอร์ท ไม่มีรถห้องน้ำมารองรับ คนกว่า 3,000 คน ห้องน้ำหญิงแค่ 3 ห้องถือว่าน้อยมาก (มี 6 ห้องแต่ใช้ได้ 3 ห้อง)
  • สถานที่รับ BIB คับแคบไปหน่อย น่าจะให้รับที่จุดสตาร์ทเลย
เสื้อและ pack ที่ได้

เสื้อและ pack ที่ได้