หัวหินไตรกีฬา 2014 – ทวิกีฬา เมื่อเส้นชัยคือจุดหมาย
I’m not finished when I’m tired. I’m finished when I’m done. งานหัวหินไตรกีฬาเป็นงานที่ฮั้วตัดสินใจลงทวิกีฬาเป็นครั้งแรก ในระยะที่หัวหินนี้ ผู้แข่งต้องวิ่ง 5.5 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 43 กิโลเมตร และปิดท้ายด้วยการวิ่ง 11 กิโลเมตร .. งานนี้ปิดรับสมัครเร็วมาก ๆ เพราะจำนวนผู้เข้าแข่งไม่ว่าในส่วนไตรและทวิ ทีมหรือเดี่ยวเต็มทุกอัตรา ฮั้วว่าช่วงนี้คนหันมาสนใจกีฬาไตรกีฬากันเยอะขึ้น เหมือนงานวิ่งยังไงยังงั้น .. เปิดปุ๊บต้องตัดสินใจปั๊บ ไม่งั้นอดแข่ง
ช่วงก่อนมาแข่ง มีโครงการ NIKE RUN LUNAR Nike+ Run Club : Run Lunar แรงบันดาลใจแห่งการวิ่ง ทำให้เสียแผนซ้อมวิ่งที่ตั้งใจไว้ กลายเป็นการวิ่งสะสมระยะทาง ทั้งวิ่งบ่อยและวิ่งยาวเกินกว่าที่เคยวิ่งมาในรอบสองสามเดือน .. ดูแล้วก็น่าจะดีนะ แต่จริง ๆ แล้วไม่ดีเลย Too much Too fast Too soon เพราะแทนที่ขาจะได้พักฟื้นกลับกลายเป็นโหมวิ่งทุกวัน พอจบโครงการ อาการล้าก่อตัว เริ่มปวดเข่าก่อนจะถึงวันแข่ง
เส้นทางทวิ

ก่อนวันแข่ง นักกีฬาจะต้องมาฟังบรีฟซึ่งผู้จัดจะอธิบายเรื่องกฏและเส้นทางการแข่ง วิ่งไปทางไหน ปั่นไปทางไหน แม้จะมีประกาศเส้นทางที่หน้าเว็บไซท์แล้ว แต่บอกตามตรงว่าดูไม่ค่อยรู้เรื่อง การได้มาฟังบรีฟที่สถานที่จริง ทำให้มองเห็นภาพชัดเจนขึ้นของใน race pack ที่ได้มาจะเป็นเสื้องาน BIB และสติกเกอร์ไว้แปะตามที่ต่าง ๆ เช่น หมวกจักรยาน ตัวจักรยาน และกระเป๋า เพื่อกันการหยิบผิด

Race Pack

ถึงแม้ว่าลงแบบทวิกีฬา แต่นักกีฬาก็ยังต้องวิ่งเข้าสู่จุด transition เหมือนแบบไตรฯ เลยต้องไปเดินเช็คว่าปล่อยตัวจุดนี้ วิ่งไปทางไหน กลับมา transition ยังไง หลังจากนั้นก็ออกไปสำรวจเส้นทางปั่นว่าสภาพถนนเป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วก็คล้ายกับการวิ่งนะ ต้องเตรียมพร้อม สำรวจเส้นทาง (ถ้าทำได้) เพื่อจะได้รู้ว่าเราต้องเจออะไรบ้างในวันแข่ง

สำรวจเส้นทาง

ไม่รู้ว่าฮั้วตื่นเต้นกับงานทวิครั้งแรก หรือกังวลเรื่องอาการเจ็บเข่าหรืออะไรก็ตาม คืนก่อนวันแข่งฮั้วรีบเข้านอนตั้งแต่สามทุ่ม (เพราะต้องตื่นไปที่งานตั้งแต่ตีห้า) แต่กลับนอนไม่หลับเลย พลิกตัวไปมาจนถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาแต่งตัว .. ยิ่งไม่ได้หลับก็ยิ่งกังวลว่าจะส่งผลระหว่างแข่งหรือเปล่า แต่ก็ยังเข้าข้างตัวเองว่าน่าจะไหว คืนก่อนหน้าก็หลับมาบ้างคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


วันแข่ง 10 ส.ค. 2557
บรรยากาศยามเช้า

เช้าวันแข่งไปถึงงานตั้งแต่ตีห้ากว่า ๆ รีบเอาจักรยานไปเช็คและเอาไปจอดไว้ที่transition area นำของทุกอย่างมาวางเรียงตามลำดับการใช้ก่อนหลัง ในใจตื่นเต้นมาก ๆ ทั้งที่เริ่มออกอาการว่าง่วงแต่ก็ตาค้าง ยิ่งเห็นคนเดินเข้างานมามากมายยิ่งตื่นเต้น ไม่เข้าใจว่าจะตื่นเต้นอะไรนักหนา (เดินเข้าออก transition เช็คของมากกว่า 3 รอบ ^_^)

เตรียมของ

หลังจากถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ แล้วก็แยกย้ายกันไปที่จุดสตาร์ทของตน นักไตรฯ จะเริ่มกันที่ว่ายน้ำซึ่งจะต้องไปลอยคอรอในบึง ส่วนทวิก็ไปยืนกันที่จุดสตาร์ทดูรวม ๆ แล้วน่าจะไม่ถึงร้อยคน มีผู้หญิงอยู่ประมาณยี่สิบคนน่าจะได้

ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ

จริง ๆ แล้วเวลาปล่อยตัวคือ 7.10 น. แต่ประธานเปิดงานก็พูดเยอะไปหน่อย (จำไม่ได้ว่าใคร) แต่ท่านประธานพูดเรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย ทำให้มีสุขภาพดีและมีวินัย .. เอ่อ ท่านคะ ท่านกำลังพูดกับนักกีฬาไตรฯ ที่ต้องฝึกซ้อมเพื่อเล่นกีฬาถึงสามอย่างนะคะ ท่านอธิบายให้คนผิดกลุ่มแล้วค่ะ และเป็นดังคาดกว่าจะได้ปล่อยตัวก็ผ่านไปเกือบสิบนาที อากาศเริ่มร้อนมากขึ้น

ฮั้ววิ่งออกตามกลุ่มไป ตามแผนในใจคิดว่าจะวิ่งซักเพซ 6 น่าจะพอประคองไปได้ เพราะต้องกลับมาวิ่งต่อหลังปั่นอีก แต่แต่ละคนวิ่งกันเร็วมาก เพซฮั้วเริ่มปั่นป่วน เริ่มตามกลุ่ม .. มองนาฬิกาไปอยู่ที่เพซห้าต้น ๆ เริ่มคิด เฮ้ย ช้าลงดีกว่า เดี๋ยวจะไม่รอดจนจบ (บอกตามตรงว่าไม่ได้วิ่งเพซนี้มานานหลายเดือนแล้ว)

แต่พอวิ่งไปเรื่อย ๆ เอ๊ะ หายใจก็หอบปกติ ไม่ได้เหนื่อยมาก เอาน่ะ ลองวิ่งไปเรื่อย ๆ .. จนวนเข้ามาที่จุด transition ด้วยเวลาที่ดีเกินคาด

ภาพจากทีม 349 – สภาพยังยิ้มออก

พอเข้ามาที่จักรยาน ฮั้วก็ใจเย็น ค่อย ๆ เปลี่ยนรองเท้า แต่งตัว ไม่รีบเร่ง รู้ตัวว่ายิ่งรีบจะยิ่งลน ค่อย ๆ ทำตามสเต็บไป กินเจล ใส่หมวกจักรยาน ใส่แว่น ใส่รองเท้า แล้วจูงจักรยานไปที่จุดขึ้นจักรยาน .. ช่วงนี้จะช้ามาก เพราะยังไม่ค่อยถนัดการเดินบนคลีต อยากรู้จังว่าคนอื่น ๆ เค้าวิ่งกันได้อย่างไร

พอขึ้นจักรยานได้ ก็ปั่นไปตามปกติของฮั้ว ความเร็วไม่ได้เร็วมาก ค่อย ๆ ไป พอออกถนนใหญ่ก็เริ่มมีนักไตรฯ ปั่นแซง .. ช่วงออกถนนใหญ่ค่อนข้างน่ากลัว เพราะต้องปั่นไปกับรถยนต์ ก่อนจะแซงก็ต้องมองว่ามีรถมาหรือเปล่า ทางผู้จัดไม่ได้ปิดถนน 100% มีเจ้าหน้าที่และตำรวจแค่จุดแยก จุดเลี้ยว นอกนั้นคุณต้องดูแลตัวเอง

ภาพจากแฟนเพจ

ปัญหาหนึ่งของฮั้วเมื่อต้องขี่จักรยานคือ อาการปวดหลังล่างด้านขวา ไม่แน่ใจว่าฟิตติ้งไม่พอดี หรือหลังไม่แข็งแรง แต่จะเกิดอาการทุกครั้งเมื่อปั่นประมาณ 20 กิโล มันปวดจนต้องหยุด (ตอนงาน ROBOMAN ก็ปวด แต่ก็ทนจนเข้า transiton) งานนี้ปวดตั้งแต่กิโลสิบกว่า ๆ เลยต้องหยุด รวมเบ็ดเสร็จแล้วหยุดยืดไป 3 ครั้ง เสียเวลาไปมากโข

อากาศที่หัวหินเริ่มร้อนตั้งแต่ช่วงวิ่ง เส้นทางไม่มีร่มไม้ เหงื่อไหลเป็นทางเลย แต่ช่วงแปดโมงที่บนอาน ยังโอเคเพราะมีลม พอเริ่มเลี้ยวกลับสู่ Transition อีกครั้ง ความเหนื่อยและความร้อนจากอากาศทวีมากขึ้นก็เริ่มส่งผลกับร่างกาย

เมื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าวิ่ง ออกวิ่งไปอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่รู้สึกสดชื่นอย่างครั้งแรก อาจจะเพราะกล้ามเนื้อยังล้าจากการปั่น ขามันล้า ๆ ร่างมันหนัก ๆ .. แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าวิ่งไปซักพักน่าจะดีขึ้นผ่านไปหนึ่งกิโล .. เอ๊ะ ทำไมยังเร่งไม่ขึ้น ทำไมเหนื่อยเหลือเกิน ไหนลองเดินซิ ไม่เป็นไร ฮั้วไม่รีบ ลองผ่อนลง จะดีขึ้นไหม ..

ผ่านไปสองกิโล.. เอ๊ะ ทำไมเริ่มหนาว ขนลุกตั้งชัน น้ำก็ยังไม่ได้ราด เริ่มปวดหัว .. เจอซุ้มน้ำ รีบพุ่งตัวเข้าใส่ทันที ดื่มน้ำก่อน เอาฟองน้ำด้วย ราดใส่หัว และหยิบมาสองอันหนีบไว้ตรงไหล่ แล้วออกวิ่งต่อไป ..

ผ่านไปสี่กิโล .. เฮ้ย ไม่มีแรงเร่งเลย รู้สึกอยากอาเจียน หนาวด้วย .. วิ่ง ๆ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ได้ยินเสียงฮอนด้าตะโกนเรียกชื่อมาจากข้างหลัง “พี่ฮั้วววว… วิ่ง ๆ ๆ ๆ” หันกลับไป เอ่อออ น้องคะ น้องมาเพซห้า พี่กำลังจะตายแล้ว 😛 .. แต่ก็ทนวิ่งอีกฮึดนึงพยายามจะให้เร็วขึ้น รู้สึกจะวิ่งได้แค่ 200 เมตร ก็หันมาบอกน้องเข้าไปว่า “ไปเหอะ สู้ ๆ นะ” … น้องฮอนด้าก็กำลังจะครบรอบสอง ซึ่งดูแล้วน่าจะจบก่อน 3 ชั่วโมงของทีม Extremely Sweet

พอครบ lap แรก (วิ่ง 2 lap บนเส้นทางเดิม) เจอซุ้มน้ำ คราวนี้ต้องหยุดนั่ง อาการเริ่มไม่ไหว มันหนาว ๆ อยากจะอาเจียน เริ่มมึน ๆ หัว .. ระหว่างนั่งพักก็คิดสะระตะว่าจะเลิกเลยดีไหม อาการชักไม่ธรรมดา อยากจะยกธงขาว อีกใจนึงก็บอกแล้วสิ่งที่ทำมาตั้งแต่เช้าล่ะ นี่เหลืออีกประมาณ 5 กิโลกว่า ๆ เอง เทียบกับเกือบสามชั่วโมงที่ผ่านมา จะมายอมแพ้อะไรกันตอนนี้ .. นั่งพักไปซัก 5 นาที ความดื้อมีมากกว่า ฮั้วก็ลุกขึ้นเดินอีกครั้ง .. เป้าหมายตอนนี้ ไม่สนเวลาแล้ว จะช้าขนาดไหนก็เอา ขอแค่ถึงเส้นชัยเท่านั้น ลุยมาตั้งแต่เช้าจะไม่จบได้อย่างไรกัน

เส้นชัยของข้า

รอบนี้ทั้งวิ่งและเดิน ปลอบใจตัวเองไปทุก ๆ ก้าว “อีกนิดเดียว” ..
“เดินเยอะแล้ว วิ่งซิวิ่ง” ..
“ทุกคนเหนื่อยเหมือนกันหมด อย่าบ่น อย่าร้อน” ..
จนหลัง ๆ ไม่ได้แค่คิดในใจแล้ว ตะโกนบ่นตลอดทาง คิดในใจ “ตะโกนบ่นได้ แสดงว่ามีแรงวิ่ง วิ่งเข้าๆ” ..
ถ้าใครวิ่งใกล้ ๆ ฮั้วในวันนั้น ขอโทษที่โวยวายมากไปหน่อยนะคะ ^_^

ภาพจากตุ้มและทีม 349 

ทนจนเหลือ 500 เมตร สปีดให้เร็วขึ้น พลังเหลือเท่าไหร่ดึงมันออกมา อย่าให้ใครแซง เส้นชัยอยู่ข้างหน้าแล้ว อีกนิ๊ดเดียวววว .. ก่อนจะถึงเส้นชัย ต้องไม่ลืมโยนฟองน้ำทิ้ง ขอเข้าเส้นชัยแบบไม่มีฟองน้ำสองก้อนที่บ่านะ … วิ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ เย้ ถึงแล้ว… วูบบบบ

หิ้วปีก – ภาพจาก Vatemon

จำได้ว่า วิ่งเข้าเส้นชัย ได้รับเหรียญ .. ฮั้วมารู้สึกตัวอีกทีมาอยู่ที่เตียงในเต๊นท์พยาบาล มีสำลีเหม็น ๆ มาให้ดม มีฟองน้ำมาลูบตัว .. เพื่อน ๆ มาเล่าให้ฟังทีหลังว่า หลังจากได้รับเหรียญ ฮั้วก็ไปที่เต้นน้ำ แต่บ่นว่าจะอาเจียน เพื่อน ๆ เลยหิ้วปีกมาที่เต๊นท์พยาบาล .. เฮ้ย สติชั้นหายไปขนาดนี้เลยหรือเนี่ย

หมดสภาพ – ภาพจากทีม 349

เสียใจที่ไม่เตรียมร่างกายและจิตใจของตัวเองให้พร้อมก่อนมายืนที่จุดสตาร์ท ถือว่าผิดพลาดมาก แค่เตรียมจิตใจให้สงบก่อนแข่งยังทำไม่ได้เลย แข่งครั้งนี้สำหรับฮั้วถือว่าเฟลกับตัวเองสุด ๆ โมโหตัวเอง โมโหความไม่พร้อมของตัวเอง..และที่เสียใจยิ่งกว่าคือ รูปเข้าเส้นชัยช่างไร้พลังสิ้นดี ม่ายยยยนะ .. ต้องไปซ้ำ ต้องไปแก้นะ บอกเลย!!!

ผลการแข่ง

ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ในทีม 349 Go Tri ทุกคนที่เป็นกำลังใจ คอยช่วยเหลือกัน และน้องมายกับน้องนันที่ไม่ได้ลงแข่งก็ยังเสียสละมาตากแดดร้อน ๆ ตามเก็บภาพพวกพี่อีกด้วย .. คราวหน้าต้องลงนะจ๊ะ

จบงานนี้แบบไม่ค่อยประทับใจตัวงานเท่าไหร่
  • ข้อดี คือปิดถนนโอเค ทุกแยกจะมีเจ้าหน้าที่คอยกั้นรถ ทำให้ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ และสเตชั่นน้ำมีให้ทุก 2 กิโล มีทั้งน้ำ เกลือแร่ โค้กและฟองน้ำอย่างเหลือเฟือ
  • ข้อเสีย คือ เหรียญค่อนข้างแย่ (เป็นยางเพลาสติกหมือนแผ่นรองแก้วน้ำ) อาหารหลังเข้าเส้นชัยไม่ค่อยดี เป็น box set ซึ่งมีกล้วย ขนมหนึ่งแท่ง และนมหนึ่งกล่อง (เอ่อ ค่าสมัคร 1,500 บาท แถมเช็คชื่อการรับอาหารอีกต่างหาก) และไม่มีเสื้อ finisher ด้วย
แต่ยังไงก็เจอกันปีหน้า .. ฮั้วจะไปแก้แค้น