Tri Dash – สนามทดสอบใจกับการ Go Triathlon
A Journey Of A Thousand Miles Must Begin With A Single Step!! 
คำ ๆ นี้เป็นคำที่ฮั้วแปะไว้ประจำใจเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว และคำนี้เหมาะกับตอนนี้ที่สุด

หลังจากได้ลองร่วมทีมกับน้อง ๆ ไปแข่ง Roboman (ย้อนอ่านได้ที่นี่ Roboman 2014 – ก้าวแรกสู่ไตรกีฬา ร่วมทีมด้วยใจ Go Tri ด้วยกัน) ความคิดที่อยากลองลงเดี่ยวก็เกิดขึ้น แต่ฮั้วยังไม่แกร่งพอที่จะลงเดี่ยวระยะ standard (ว่าย 1.5 กิโล ปั่น 40 กิโล วิ่ง 10 กิโล) ว่ายน้ำก็ยังไม่เป็น ปั่นก็ยังไม่เก่ง วิ่งก็ยังไม่ฟื้น จะมีงานไหนที่สามารถลองระยะสั้น ๆ ได้หนอ

งานที่นักไตรมือใหม่หรือแค่อยากลองไตรมาทดสอบฝีมือกันก็คืองาน “Go Tri Asia Dash Series” ช่วงที่ฮั้วสนใจอยากลงคือ ช่วงก.ค. หรือส.ค. เพราะติดปัญหาว่ายังว่ายน้ำไม่เป็น ขอใช้เวลาในการฝึกหน่อย .. มัวแต่คิด แต่กลัว เข้าไปดูในระบบอีกที ทั้งสองรอบก็เต็มหมดแล้ว เสียใจหน่อย ๆ ที่มัวแต่คิดยึกยัก ทำให้สมัครไม่ทัน

แล้ววันหนึ่งโอกาสก็ยื่นมาตรงหน้า ปลายเดือนพ.ค. พี่อุ้ยส่ง message มาบอกว่าพี่เค้าไม่ว่างลง dash รอบ 22 มิ.ย. จะขายต่อให้ .. ที่ว่างที่คนหากันแทบตายมาโปะตุ๊บที่หน้าตัก มีหรือฮั้วจะปล่อยผ่าน .. ไม่พร้อมก็ต้องทำให้พร้อมล่ะ

บอกตามตรงว่าฮั้วก็ไม่รู้ว่าต้องซ้อมว่ายน้ำยังไง พื้นเดิมสมัยเด็ก ๆ เคยเรียนมาบ้างแต่ไม่ได้ว่ายมานานกว่า 30 ปี เรียกว่าแทบต้องรื้อกันใหม่หมด ก็ซ้อมว่ายแบบงู ๆ ปลา ๆ เอาพอให้รอดเป็นพอ เพราะก็พอรู้มาบ้างว่าสนามนี้ยืนถึง เดินในสระยังได้เลย ก็ลุยเลยละกัน เอาวะ อย่างน้อยก็รู้ว่ายังไงก็คงไม่จม

เฝ้ารอวันที่ได้ลองไตรฯ แรก แต่โชคไม่ดี ฮั้วดันเป็นไข้และเป็นหวัดช่วงห้าวันก่อนแข่ง เรียกว่าไม่ได้ซ้อมอะไรเลย แถมไข้ขึ้น ทั้งจาม ทั้งน้ำมูกทรมานมาก .. แต่อยากไปงานนี้ เลยพยายามนอนเยอะ ๆ ให้หายเร็ว ๆ จนวันเสาร์อาการดีขึ้น เลยตัดสินใจไปแข่ง

วันแข่ง

เช้าวันแข่งไปถึงสนาม (สนามกอล์ฟบางปู) ตั้งแต่ 6 โมงเช้า เริ่มเห็นรถมาทีละคันสองคันจนเต็มลานจอดรถ ในใจทั้งตื่นเต้นและเครียด เพราะรู้ตัวว่าว่ายน้ำไม่ดี เวลาที่ซ้อมมาคือ 400 เมตรประมาณ 20 นาที แถมเป็นมือใหม่ ต้องโดนปล่อยตัวเป็นรอบแรกอีก โอย.. อายเค้า

ก่อนอื่นเลย ผู้แข่งต้องไปเช็คชื่อ เช็คเบอร์ เพื่อมารับชิพ รับ BIB และเสื้อที่ระลึก ที่สำคัญต้องใส่หมวกจักรยานมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจเช็คด้วย หลังจากนั้นค่อยเอาอุปกรณ์ทุกอย่างไปวางที่จุด transition .. ฮั้วได้เบอร์ 4 เป็นเบอร์พวกมือใหม่ อยู่ด้านหน้า ๆ หน่อย ก็เอาจักรยานมาแขวน เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างจัดวางบนพื้น เรียงตามลำดับขั้นตอนการใช้ ถึงแม้เคยผ่านจุด transition ในงาน Roboman มาบ้าง แต่งานนั้น ฮั้วมีแค่อุปกรณ์จักรยาน แทบไม่ต้องเตรียมอะไรมาก

แต่งานนี้มีทั้งอุปกรณ์ว่ายน้ำ (หมวก แว่นตา ที่อุดหู) อุปกรณ์จักรยาน (จักรยาน หมวก ที่ใส่ BIB รองเท้า ถุงเท้า ผ้าขนหนูใช้เช็ดเท้า เช็ดหน้า แว่นกันแดด) อุปกรณ์วิ่ง (หมวก รองเท้า) ฮั้วก็เริ่มจัดวางอุปกรณ์ตามลำดับของการใช้งาน เช่น ฮั้วต้องวิ่งจากว่ายน้ำมาจุดนี้เพื่อไปปั่น ก็เอาอุปกรณ์ปั่นวางเรียงไว้ด้านหน้าใกล้ ๆ ตัว เอาอุปกรณ์วิ่งไว้ด้านใน .. เอาชิพใส่ไว้ที่ข้อมือ

หลังจากเตรียมอุปกรณ์เสร็จก็รีบไปปลดปล่อย (ตื่นเต้นอะ ก็หลายครั้งหน่อย) และก็ไปรวมตัวที่สระว่ายน้ำเพื่อฟังการ brief จากเจ้าหน้าที่ .. เจ้าหน้าที่ก็จะอธิบายกฏกติกา เช่น

  • การว่ายน้ำจะปล่อยเป็นรอบ ๆ รอบเวลา 7.10 น. / 7.30 น. / 7.45 น. และแบ่งเป็น 8 เลน ในแต่เลนมีนักกีฬาจำนวน 5 คน แต่ละคนจะถูกปล่อยตัวห่างกัน 10 วินาที ว่ายทั้งหมด 400 เมตร คุณต้องนับรอบเอง (สระยาว 50 เมตร) ว่ายไปกลับภายในเลนนั้น ๆ
  • พอขึ้นจากว่ายน้ำ ก็ให้ไปสแกนชิพ แล้ววิ่งไปที่จุด transition เมื่อแต่งตัวเสร็จให้ออกจากจุด transition มาที่ถนน แล้วถึงขึ้นจักรยานได้
  • การปั่นจักรยานให้วนออกซ้าย (มีลูกกระเด้งสองลูกต้องระวัง) ห้ามปั่นเกาะกัน ปั่น 4 รอบ (ระยะทั้งหมด 20 กิโลเมตร และต้องนับรอบเอง) ห้ามฟังเพลงระหว่างปั่น ถ้าจะแซงให้ตะโกนบอกว่าจะแซงขวา ห้ามแซงซ้าย
  • เมื่อปั่นครบแล้วลงจากจักรยานที่ถนน เข้ามาสแกนชิพ ก่อนจะวิ่งกลับไปที่จุด transition อีกครั้ง เพื่อแขวนจักรยานและเปลี่ยนรองเท้าเป็นวิ่ง
  • การวิ่งให้วนออกขวา คนละเลนกับจักรยาน แต่ให้ระวังจักรยานที่มาด้านขวาด้วย มีจุดให้น้ำสองจุด กลับตัวที่ระยะ 1.25 กิโลเมตร โดยวิ่ง 2 รอบ (ระยะทั้งหมด 5 กิโลเมตร).. มีจุดสแกนชิพจุดสุดท้ายที่เส้นชัย
ฟังดูขั้นตอนเยอะจัง แต่จะเห็นชัดเจนขึ้นเมื่อดูคลิปนี้ :

ว่ายน้ำ – เรียนรู้ว่าอาการ panic เป็นอย่างไร

ฮั้วโดนปล่อยตัวที่เลน 1 เป็นคนที่สี่ (ณ เวลา 7.10 น. + 30 วินาที) คือตอน 7.10 น. เป๊ง เค้าจะปล่อยคนแรก แล้วคนที่ถัดไปก็ไปยืนรอในสระ 10 วินาทีต่อมาก็ปล่อยอีกคน .. อะดรีนาลีนพุ่งกระฉูดเลย ยิ่งเห็นคนหน้าว่ายกันได้ ชั้นตายแน่ ๆ .. พอได้ยินเสียง Go ก็กระโจนว่ายฟรีสไตล์ วอร์มก็ไม่ได้วอร์ม สระก็ขุ่น มองแทบไม่เห็นพื้น ว่ายไปได้ 15 เมตร เครื่องดับ .. ใจเต้นเร็ว มองขึ้นมา คนข้างหน้าไปไกลแล้ว แล้วมีคนแรก ๆ ว่ายกลับตัวมา

ฮั้วเกิดอาการ panic ทันที ไม่เคยว่ายในสระที่มีคนเยอะ ๆ แบบนี้ มีการว่ายตามกันแบบนี้ แต่ก็พยายามว่ายไปต่อด้วยท่ากบ ซึ่งยิ่งทำให้ช้ามาก ยิ่ง panic ยิ่งหายใจไม่ทัน ยิ่งว่ายไม่ไปไหน มองขึ้นมาข้างสระ มีแอนดรู เจ๊สซี่ โบว์ น้ำ คอยเชียร์อยู่ ทั้งโบว์และน้ำตะโกนบอกว่ายไป สาวมือยาว ๆ อย่ายืน อย่าหยุด

ฮั้วก็พยายามสลับว่ายฟรีสไตล์ แต่ได้ไม่กี่สโตรกก็กลับมาท่ากบอีก .. มือแตะสระครบ 50 เมตร ..เอ่อ ต้องกลับไปตรงนั้นแล้วว่ายอีกหรือเนี่ย ตาย ๆ แต่ก็แข็งใจทำ ไปด้วยความเร็วต่ำ กระดึ๊บ ๆ ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็ยืน แต่หยุดทีไรก็ได้ยินเสียงโบว์กับน้ำตะโกนว่าว่ายต่อ ๆ อย่าหยุด ทำจนครบ 300 เมตร เพื่อน ๆ ในเลนเดียวกันและเลนอื่น ๆ ขึ้นจากน้ำไปหมดแล้ว เหลืออยู่ไม่กี่คนในสระ เจ้าหน้าที่บอกว่า ยูสามารถหยุดได้นะ ไม่จำเป็นต้องทำครบก็ได้ .. แต่ไม่อะ ตั้งใจมาแล้ว ต้องทำให้ครบ

ฮั้วขึ้นจากน้ำแล้วเดินไปสแกนชิพอย่างหมดแรง ความเหนื่อยตอนนั้นยิ่งกว่าวิ่งมินิจบครั้งแรกอีก โคตรเหนื่อยเลย ปี๊บบบบ ดูเวลาในนาฬิกาประมาณ 14 นาที (โว้ว ดีใจ 400 เมตร ประมาณ 14 นาที นี่มัน PB เชียวนะเว้ยเฮ้ย).. สแกนแล้วก็เดิน ๆ ๆ ๆ ไปจุด transition (ตอนแรกในหัวคิดไว้ว่าไม่อยากเสียเวลา transition นาน แต่สภาพจริง ช่างมันเหอะ ขอหายใจก่อน ^_^)

จักรยาน – ปั่นตามซ้อม ถึงเวลาแซง

พอถึงจักรยาน ฮั้วก็เช็ดเท้าก่อน เพราะเปียกและมีแต่ทราย ใส่ถุงเท้า รองเท้าจักรยาน ใส่หมวก ติดเบอร์ กินน้ำ เช็ดหน้า สั่งน้ำมูก (555 ยังไม่หายดี หายใจไม่ค่อยคล่อง) ทำทุกขั้นตอนอย่างช้า ๆ คือตอนนั้นสมองคิดอะไรไม่ออกแล้ว ไม่อยากรีบเดี๋ยวจะยิ่งแย่ แล้วก็เดินจูงจักรยานไปที่ถนน คิดในใจ เออ ถึงสิ่งที่ทำได้ซะที (แอนดรูบอกว่าดูยูงง ๆ ตอนอยู่จุด transition เหมือนสมองจะเบลอๆ 555)

ขึ้นจักรยาน ปั่นทะยานไปข้างหน้า ไปตามจังหวะที่ซ้อมมา ไม่ได้ดูนาฬิกาเลยว่าปั่นที่สปีดไหนยังไง เน้นรอบขาตามที่เคยปั่นซ้อม แซงได้ก็แซง รอบแรกก็สบาย ๆ ไปก่อน รอบสองค่อยเริ่มเร่งสปีด เริ่มแซงขึ้นลงกับกลุ่มผู้ชายสองสามคน (งานไตรแดชนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสือหมอบอย่างเดียว บางคนเอาเสือภูเขา จักรยานพับมาแข่งด้วย) ระหว่างทางจะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คเบอร์ เช็คคน คอยเตือนว่าห้ามเกาะกัน

ช่วงจักรยานนี่ทรมานกับจมูกมาก เวลาปกติก็น้ำมูกไหลอยู่แล้ว .. ดันต้องมาปั่นตอนเป็นหวัด ฮั้วจะตาย ฟืดฟาด ๆ ตลอดทาง อยากจะหยุดจักรยานแล้วสั่งน้ำมูกซะตรงนั้นจริง ๆ นึกในใจ ทนหน่อย ๆ อีกสองรอบก็จะเสร็จแล้ว

รอบสาม เห็นหลังผู้หญิงที่อยู่เลนเดียวกัน (เค้าเบอร์ 3) ขึ้นจากน้ำคนแรก เลยเล็งเป้า ชั้นจะแซงคนนี้แหละ .. และในที่สุดก็แซงได้ วะฮ่าฮ่า ดีใจลึก ๆ ช่วงรอบสามมีคนเริ่มวิ่งกันแล้ว เห็นแล้วก็เตรียมใจเพราะร้อนแน่ ๆ ตอนนั้นเกือบแปดโมงแล้ว.. พอครบรอบสุดท้าย ก็ลงจักรยาน สแกนชิพ แล้วก็เดินจูงจักรยานกลับไปจุด transition

วิ่ง – ของถนัด แต่ขออย่าเจ็บนะ

พอกลับเข้ามารอบนี้ ขาจะตึง ๆ เพราะใช้ในการปั่นมา ฮั้วก็ชิล ๆ ถอดทุกอย่างช้า ๆ พยายามใจเย็น ๆ จะได้หายเหนื่อย ไม่ได้เร่งตัวเองมาก กว่าจะเปลี่ยนรองเท้าอะไรเสร็จ ก็ค่อย ๆ วิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ถนน วนออกขวาตามคนอื่น ๆ ไป

ถนนที่บางปูเป็นก้อนหินกรวด ๆ อัดแข็ง ดูสภาพแล้วแรงสะท้อนเยอะ วันนี้เลยเตรียม Skechers GoRun Ultra มา อย่างน้อยขอพื้นซัพพอร์ตหน่อย .. วิ่งออกไปช่วงแรก ตามสภาพขา ซึ่งยังตึง ๆ อยู่แต่ไม่มาก วิ่งไปตามจังหวะที่ทำได้ เริ่มแซงคนที่วิ่งอยู่ข้างหน้า เจอใครก็ยิ้มให้กำลังใจกัน .. พยายามนึกในใจ “ทน ๆ ๆ ทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน เดี๋ยวก็จบแล้ว”

หลังจากกลับมาวิ่งอีกครั้ง (หลังหายเจ็บ) ก็ไม่ค่อยฝึกซ้อมสม่ำเสมอเท่าไหร่ วิ่งระยะ 5 – 10 กิโล บางสัปดาห์วิ่งไม่ถึง 10 กิโลเมตรด้วยซ้ำ การวิ่งในวันนี้จึงไม่หมูอย่างที่คิด เวลาวิ่งหัวใจจะเต้นเร็วกว่าปกติ เพราะต้องนำพาร่างกายเคลื่อนที่ไปข้างหน้า สิ่งที่ทำได้เวลาเหนื่อย ๆ คือผ่อนขาให้ช้าลง พยายามหายใจเป็นจังหวะ และมองแค่ไม่กี่เมตรข้างหน้า .. แต่สิ่งที่เป็นกำลังใจกับฮั้วที่สุด คือการวิ่งผ่านเพื่อน ๆ สวนทางกัน แล้วคอยส่งยิ้มหรือให้กำลังใจกัน .. มาม๊ะ คุณเหนื่อย ชั้นก็เหนื่อย เรามาวิ่งให้จบ ๆ เถอะ

วิ่งวนครบหนึ่งรอบ (เหลืออีก 2.5 กิโลที่ต้องวิ่งต่อ) ฮั้วหยุดดื่มน้ำ เพราะอากาศร้อนจริง ๆ แถมหายใจไม่คล่อง รู้สึกตัวร้อนเหมือนไข้จะตีกลับ ต้องหยุดหายใจลึก ๆ สั่งน้ำมูกให้เรียบร้อย แล้วก็ให้กำลังใจตัวเอง ทนอีกหน่อย อีกรอบเดียวเท่านั้น

ออกตัวไป รู้สึกว่าร่างกายร้อนเกินละ ยังดีที่สุดปลายทาง (ตรงช่วงกลับตัว) มีน้ำอีกจุดนึง ซึ่งจะมีฟองน้ำให้ด้วย เลยรีบคว้าฟองน้ำเอาน้ำเย็น ๆ รดหัวซะหน่อย วิธีนี้ช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายดีนัก ซึ่งก็ช่วยได้บ้างนิดหน่อย “ทนอีกนิด จะถึงเส้นชัยแล้ว” พอกลับตัวรอบสุดท้าย ฮั้วก็ค่อย ๆ เร่งสปีดการวิ่งขึ้นมา อยากถึงเส้นชัยเร็ว ๆ ไม่ใช่อยากจะทำเวลาดีหรอกนะ แต่เหนื่อยแล้ว อยากจบเร็ว ๆ ^_^

ผลลัพธุ์เกินคาด

หลังจากเข้าเส้นชัย แม้งานนี้จะไม่มีเหรียญรางวัลให้ แต่ก็โคตรภูมิใจที่ทำทุกอย่างเสร็จภายในเวลาที่โอเค ฮั้วพอใจกับเวลานี้ และก็ดีใจที่ตัดสินใจมาแข่งถึงแม้ว่าสภาพร่างกายไม่พร้อม .. แต่การเล่นกีฬา 3 อย่างติดต่อกันนี่มันสนุกจริง ๆ สมกับคำที่เค้าว่า Triathlete is a person who does not understand that one sport is hard enough.

หลังจากยืนรอเชียร์น้ำและโบว์เข้าเส้น (เอ่อ ไม่ใช่ว่าฮั้วแข่งเสร็จเร็วกว่าเค้าหรอกนะ แต่เพราะเค้าเป็นมือเก่าเลยปล่อยตัวช้ากว่า) ก็เลยกลับบ้าน ซักพัก โบว์ส่ง message มาบอกว่าได้ลำดับที่สามของผู้หญิงทั้งหมด .. โอ้เย้ ดีใจแฮะ เย้ ๆ ๆ ๆ ได้เป็นตุ๊กตากระต่าย

แต่พอเข้าไปเช็คดูผลอย่างเป็นทางการ ชื่อฮั้วอยู่ลำดับที่สองนี่นา .. แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้สนใจลำดับอยู่แล้ว สิ่งที่ภูมิใจ คือฮั้วทำทุกอย่างจบ แค่นี้ก็ดีเยี่ยมแล้ว

หลังจากจบวันนี้ ก็ชักติดใจไตรกีฬาอย่างจริงจัง สิ่งหนึ่งที่ชอบคือ เวลาซ้อมไตรกีฬาเหมือนเป็นการซ้อมแบบ Cross-training คือทำสลับ ๆ กันไป ไม่ได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิม ๆ ทุกวัน .. และอีกเหตุผลนึง คือ สนุกและท้าทายร่างกายดี

จริง ๆ แล้วอยากลงแดชอีก แต่เข้าไปเช็คการสมัครแล้วเต็มตลอดทั้งปี คงไม่มีโอกาสได้ทำในปีนี้แล้ว .. คราวนี้คงต้องมุ่งเป้า สนามแข่งจริงกับระยะ standard ซักที .. แต่เวลานี้ ขอฝึกซ้อมการว่ายน้ำให้ดีกว่านี้ก่อน จะได้ไม่ลอยตุ๊บป่องกลางทะเล (panic ไม่ได้อีกด้วย)

A Journey Of A Thousand Miles Must Begin With A Single Step!!

วันนี้ฮั้วได้เริ่มแล้วกับการก้าวเล็ก ๆ สู่หนทางแห่งไตรกีฬา ใครจะรู้ว่าต่อไป อาจจะมีชื่อฮั้วเป็นสาวไตรฯ ก็ได้ .. สู้ต่อไป ฝึกต่อไป.. ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ขอบคุณโบว์ น้ำ แอนดรูและเจ๊สซี่ที่คอยร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ระหว่างแข่ง แถมยังติวเข้มก่อนไปแข่งอีกด้วย .. thanks หลาย ๆ ^_^