รีวิวงานวิ่งพิทักษ์หัวหิน (ครั้งที่ 10) ปี 2013

5 พฤษภาคม 2013

งานนี้จัดโดย Amazing Field (อีกละ) ไปมาหลายงานไม่ค่อยประทับใจ แต่ด้วยที่ว่าต้องการหาคอร์สที่เป็นภูเขา ๆ หน่อยเพื่อซ้อมสำหรับมาราธอนแรกในเดือนมิ.ย. ที่จะถึงนี้ เลยตัดสินใจไปลองสนามที่ใคร ๆ ก็ว่า “โหด”

ครั้งนี้ไปกับสาว ๆ กลุ่มนักวิ่ง ไปสมัครที่สถานที่จัดงานเลย ซึ่งก็คือ “เขาหินเหล็กไฟ” คุ้น ๆ ว่าเคยมา แต่จำไม่ได้แล้ว พอขับไปถึงบริเวณนั้นก็ถึงบางอ้อ ไอ้เขาแสนโหด แสนชันนี่เอง ตอนขับรถขึ้นคราวก่อนหน้ายังนึกลุ้นเพราะต้องเปลี่ยนเกียร์ แล้วนี่ชั้นตัดสินใจมาวิ่งขึ้นเขาหรือนี่ จะรอดไหมเนี่ย!!

กลุ่มเราไปถึงเป็นกลุ่มแรก ๆ ตั้งแต่เปิดบูธ อากาศร้อนมาก ๆ ค่าสมัครสำหรับการสมัครฮาล์ฟคือ 350 บาท ได้เสื้อยืดมาหนึ่งตัว .. ชอบจังเลยเวลางานวิ่งแจกเป็นเสื้อยืดไม่ใช่เสื้อวิ่ง เพราะจะได้เอาเสื้อยืดมาใส่นอนอยู่บ้าน (ปกติไม่ใส่เสื้อวิ่งของงานไหน ๆ)

แชะสักนิด รูปจาก Dayin Gib

หลังจากสมัคร สาว ๆ ก็ไปหลั่นล๊ากันที่ปราณบุรี และโหลดคาร์บเย็นวันนั้นด้วยการกินอาหารทะเล (เอ๊ะ.. คาร์บปล่าวหว่า รู้แต่ว่าอิ่มมาก ๆ) กว่าจะกลับมาถึงโรงแรมก็ดึก เตรียมตัว จัดของที่ต้องใช้ ได้เข้านอนสี่ทุ่มกว่า ๆ
ป.ล. แอบเซ็งเล็ก ๆ ประจำเดือนมาพอดี ปวดท้องหน่อย ๆ แต่พอทนได้ เลยไม่ได้กินยา กังวลเล็กน้อยว่าพรุ่งนี้จะมีแรงวิ่งไหม เพราะปกติจะไม่วิ่งเลยถ้ามีเหตุแบบนี้

ตอนเช้าตื่นขึ้นมา 3.30 น. อาบน้ำ กินขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่วไปหนึ่งแผ่น พร้อมละสำหรับการปีนเขา คราวนี้เอา GU Energy Gel มา 2 ห่อ แล้วเราก็ออกจากโรงแรมเพื่อไปลุยเขากัน ที่งานนี้ทางผู้จัดงานเตรียมสถานที่จอดรถไว้ที่ตีนเขา และจัดรถรับส่งตามสถานที่ที่กำหนดไว้ .. รู้สึกชอบระบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นตัวงานวุ่นวายน่าดู

พอขึ้นไปยอด ก็เตรียม warm-up เล็กน้อย รอปล่อยตัวตอน 5.30 น. ฮั้วเห็นว่าคนวิ่งฮาล์ฟมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ กะด้วยสายตาไม่น่าจะเกิน 200 คน แต่มีทั้งคนไทยและต่างชาติ ดูเป็นงานอินเตอร์มาก ๆ ผู้ประกาศก็มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (สำเนียงดีซะด้วย)

การปล่อยตัวค่อนข้างตรงเวลา เมื่อเสียงแตรดังขึ้น นักวิ่งก็กรูกันออกไป ..ฮั้วอยู่แนวหลัง ๆ หน่อย เพราะกะว่าช่วงกิโลเมตรแรกเป็นการวิ่งลงเขาอย่างเดียว ไม่อยากโดนเบียดให้เร่งสปีด ..เลยวางแผนไว้ว่าให้พวกแนวหน้าเค้าวิ่งกันไปก่อน ฮั้วค่อย ๆ ไต่ตามไป (จริง ๆ กลัวเจ็บเข่าด้วย)

ตอนลงเขามา ขอสารภาพว่ากลัวตกเขามาก ฟ้าก็ยังไม่สว่างเท่าไหร่ ความชันของเขาทำให้การวิ่งลงมาค่อนข้างเร็ว แต่ฮั้วใช้วิธีวิ่งซอยขา (ไม่ก้าวยาว ๆ) จะได้ไม่ต้องเบรคแบบลงเข่าเยอะ ไต่ลงมาเรื่อย ๆ พยายามหาที่ว่างเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

พอลงมาถึงตีนเขาก็ค่อนข้างสบายหน่อย วิ่งตามความเร็วแบบไปเรื่อย ๆ วิ่งตามหลังกิ๊บกับพี่เพ็ญ เพราะไม่แน่ใจว่าเค้าอยากจะวิ่งเร็วหรือเปล่า คิดไว้ว่าคงจะวิ่งซัก pace 7 หรือไปแบบไม่เหนื่อย ด้วยเหตุผลเดียวคือ “ต้องการรักษาสภาพร่างกาย และไม่ต้องการเจ็บ” ก่อนภูเก็ตมาราธอน

หลังจากวิ่งตามสองสาวไปเรื่อย ๆ ก็ได้เจอผู้เฒ่าเต่าและน้องอุ๊บอิ๊บวิ่งอยู่ตรงหน้า แอบแปลกใจนิดนึงว่า ทำไมถึงเจอสองคนนี้ได้ เพราะปกติเค้าจะวิ่งกันค่อนข้างเร็ว ได้หันไปทักนิดหน่อยแล้วก็วิ่งตามแก๊งค์ต่อไป

ตอนช่วงต้น ๆ (กิโลเมตรแรก ๆ – 5 กิโลเมตร) เป็นทางขึ้นลงเขาตลอด ดีที่อยู่ช่วงต้น ๆ เพราะก็พอทำให้หัวใจเต้นตึกตักได้ เป็นการ warm-up ที่ดี ขายังปีนไหวอยู่ แต่ก็แอบหวั่นใจเพราะต้องผ่านเส้นทางนี้ตอนขากลับอีกที

ฮั้ววิ่งผ่านจุดน้ำจุดแรก (ประมาณกิโลที่ 2.5) เพราะไม่รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่นัก แต่ก็ชะลอ ๆ รอสองสาวที่แวะกินน้ำ เห็นเค้าวิ่งตามมาข้างหลังจนทันกัน .. ผ่านจุดน้ำจุดที่สอง (อันนี้แวะกินน้ำ) .. ระหว่างวิ่งนี้ ฮั้วจะค่อนข้างเงียบ (เก็บแรง) เพราะไม่รู้ว่าแรงจะถึงหรือเปล่า ก็ฟังสาว ๆ คุยกันมา ได้เจอผู้เฒ่าเต่าและอุ๊บอิ๊บอีกครั้ง (นึกในใจว่ามาละสปีดเทพ)

พอเค้าจุดน้ำที่ 3 ..สองสาวแวะกินน้ำ แต่ฮั้วไม่เหนื่อยเลยไปก่อน หันกลับมา ..อ้าว ทิ้งระยะค่อนข้างเยอะ แต่ก็นึกว่าเค้าจะตามมากัน .. วิ่งไปซักพัก ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า และดูห่างมาไกล เลยต้องตัดสินใจว่าจะรอหรือจะไปต่อดี เพราะจริง ๆ อยากมีคนลากไปเรื่อย ๆ แต่อีกใจก็คิดว่า “เอาวะ วิ่งยาวทีไรมีแต่คนลาก วันมาราธอนก็วิ่งคนเดียว .. ลองวิ่งคนเดียวเลยละกัน เป็นไงเป็นกัน” แล้วก็เลยวิ่งไปเรื่อยตามจังหวะที่ซ้อมมา โดยไม่กำหนดกฏเกณฑ์อะไรอีก

ครั้งนี้ถึงแม้จะใส่ Garmin และ Heart Rate มา แต่ก็ไม่ได้ดูหรือกำหนดการวิ่งด้วยตัวเลขเท่าใดนัก จะมีก็แต่กำหนดไว้ว่าจะกิน Gel ทุก 50 นาที และตั้ง lap ไว้ที่ทุกหนึ่งกิโลเมตร

งานนี้ขอชมเชยผู้จัดงาน เพราะป้ายบอกระยะนั้น ..เป๊ะมาก เมื่อนาฬิกาเตือนครบหนึ่งกิโล ก็จะอยู่ตรงใกล้ ๆ ป้ายเลย แถมมีป้ายบอกว่าอีกกี่ร้อยเมตรจะมี station น้ำ หรือ จะมี น้ำ + แตงโม

เส้นทางที่ต้องวิ่งคนเดียว

ระหว่างที่ผ่านกิโลเมตรที่ 7 ก็เห็นนักวิ่งเอธิโอเปียวิ่งสวนกลับมา แล้วก็มีชั้นแนวหน้าค่อย ๆ ตามมา โอ๊ย วิ่งกันเร็วจริง ๆ .. ตอนนี้คิดแต่เพียงว่าพยายามรอดจากเส้นทางนี้ให้ได้เท่านั้น

ถึงแม้จะวิ่งคนเดียวพร้อมกับฟังไอพอดไปด้วย แต่เหมือนใจไม่ได้อยู่กับเพลงที่ฟังเท่าใดนัก ในหัวคิดแต่เรื่อง “ท่าวิ่ง” พยายามกำหนดท่าในใจ – วิ่งหลังตรง มองไปข้างหน้า มือแกว่ง ขาก้าว – และคอยเตือนตัวเองอยู่อย่างนั้น เพราะเผลอทีไร หลังก็งอทุกที

ระหว่างทางก็ผ่านทั้งแจงและพี่จินที่เป็นเพื่อนใน Crazy Running Club.. ดูวิ่งแบบเครียด ๆ ดูเหนื่อย ๆ หันไปทักกันนิดหน่อย ฮั้วก็วิ่งของฮั้วต่อไปจนครบ 50 นาที นาฬิกาที่ข้อมือก็เตือนว่าถึงเวลากินเจลแล้วนะ เลยควักออกมาเตรียมเอาไว้ เล็งจะหยุดกินที่ station น้ำถัดไป

รสที่ได้กินอันแรกคือ “วนิลา” อร่อยอะ ชอบ ดูด ๆ อมรสชาติไว้นิดหน่อย หวานดี แล้วก็กินน้ำตามหมดแก้ว แต่รู้สึกว่ารสยังติดปาก แต่ไม่เป็นไร ชอบ 🙂 ระหว่างนี้เริ่มเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาวิ่งสวนกลับมา พี่แพท ต่อมาก็ซ้ง (จาก Crazy Running Club) ใส่เสื้อคลับสีฟ้า ก็ตะโกนไปว่า “เดี๋ยวจะตามไป” และก็เริ่มเห็นช่วงกลับตัว ดีใจเล็ก ๆ ว่ามาถึงครึ่งทางแล้ว แต่ก็ยังแอบหวั่นว่าจะไหวจนจบไหม

หลังจากกลับตัว ก็รู้สึกถึงแสงแดดที่แยงเข้าตา เป็นเส้นทางที่วิ่งที่ไม่ค่อยมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเลย ตอนนี้เริ่มวิ่งสวนทางกับนักวิ่งที่แซงมาก่อนหน้านี้ เห็น กิ๊บ พี่เพ็ญ ผู้เฒ่าเต่า อุ๊บอิ๊บ พี่จิน แจง และอเล็ก

การวิ่งครั้งนี้ไม่ค่อยเหนื่อยมาก อาจจะเพราะซ้อมยาวมาในระหว่างสองเดือนนี้ และเริ่มที่จะคุมแรงตัวเองได้ ก็เลยวิ่งจังหวะไปเรื่อย ๆ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้ช้า หรืออาจจะเพราะคนวิ่งไม่เยอะ เลยรู้สึกเหมือนวิ่งคนเดียว (ถ้าจะตดคงไม่มีใครได้ยินเสียง 555)

จนมาเจอคนกวนอารมณ์ช่วงกิโลที่ 14 – 15 เป็นน้องผู้ชาย ไม่แน่ใจว่าอายุเท่าไหร่ ครั้งแรกที่เห็นเค้าวิ่งอยู่อีกฝั่งนึง แล้วเค้าก็เปลี่ยนมาวิ่งฝั่งเดียวกัน แต่ท่าวิ่งนั้นเป็นท่าวิ่งแบบกินที่อะ (คือมือจะกาง ๆ เวลาวิ่งก็จะเหวี่ยงเปะปะ) ส่วนทิศทางก็ซ้ายที ขวาที .. ฮั้ววิ่งตามหลังลำบากมาก เสียจังหวะเลยทีเดียว จนได้จังหวะเลยขอเร่งแซงดีกว่า วิ่งตามอย่างนี้ไม่ไหว จังหวะที่แซงน้องเค้าก็พูดตามหลังมาว่า “ไปเลยพี่”.. แต่เค้าวิ่งแซงกลับอะ

อะไรเนี่ย!! จะหนีก็หนีไม่พ้น มาตามหลังเค้าอีกละ และไม่รู้เพราะอะไร น้องเค้าก็ sprint (น่าจะซัก pace 4 – 5 ไวมาก ๆ) หายไป ส่วนฮั้วก็สบายใจ ได้ที่วิ่งสบาย ๆ กลับมา .. มาเจอกันอีกทีก็ station น้ำ (น่าจะซักกิโล 15) ฮั้วก็กินเจลซองที่สอง แล้วก็วิ่งออกมา (เห็นน้องเค้าแวะกินน้ำเหมือนกัน) .. มารู้ทีหลังจากแจงว่าวิ่งเจอคนเป็นตะคริว แจงต้องหยุดช่วยปฐมพยาบาลกัน ซึ่งก็คือน้องคนนี้นี่เอง (โชคดีที่เจอแจงที่เป็นพยาบาล ถ้ามาตะคริวตอนวิ่งแซงขึ้นแซงลงกับฮั้วนี่ท่าจะแย่ เพราะฮั้วคงไม่รู้ว่าจะช่วยยังไงดี)

ซักกิโลเมตร 16 – 17 เริ่มรู้สึกอยากเร่ง เพราะคิดว่ายังไหว ไม่เหนื่อยมากเท่าไหร่ แต่คิดไปคิดมา เก็บแรงไว้กิโลสุดท้ายดีกว่า .. ซักพักก็เห็นผู้ชายใส่เสื้อสีฟ้าข้างหน้า “ซ้ง” นั่นเอง กำลังเดินขึ้นเนินอยู่ วิ่งซักพักก็ทันกัน เลยไปลากซ้งเล็กน้อย แต่เค้าคงไม่ไหวแล้วจริง ๆ ตะโกนว่าให้ฮั้วไปก่อนเลย

กิโลเมตร 18 เจอคุณลุงใส่แว่นคนนึงที่เค้าแซงฮั้วไปตั้งแต่กิโลเมตรที่ 8 จำได้เพราะเค้าหันมายิ้มให้ตอนนั้น .. แต่ตอนฮั้วแซงหน้าไป ไม่ได้หันไปมอง มาได้ยินอีกทีก็ตอนคุณลุงร้องมาว่า “วิ่งเก่งนะเนี่ย” เลยหันไปมอง ..อ้าวเป็นคุณลุงคนนั้นนั่นเอง เลยยิ้มหวาน ๆ ให้คุณลุง แล้วฮั้วก็ไปต่อ

กิโลเมตรที่ 19 เป็นช่วงลงเนิน ตอนนั้นก็คิดว่าจะฝึกการลงเนินอย่างที่พี่เจ๋งแนะนำซักหน่อย พี่เจ๋งบอกว่า “ให้ก้าวสั้น ๆ แต่ก้าวถี่ ๆ จะช่วยลดแรงกระแทกได้” ตอนแรกก็ไม่ค่อยกล้า เพราะกลัวจะเจ็บเข่า แต่พอทำไปซักพัก เฮ้ย มันช่วยได้จริง ๆ สามารถลงมาด้วยความเร็วที่ไม่ได้เร็วเกินไปนัก ไม่เป็นการวิ่งแบบกระแทกแล้วเบรก และก็ไม่เจ็บเข่าด้วย

พอเริ่มเห็นป้ายกิโลเมตร 20 .. เอาวะ อีกนิดเดียว ตอนนั้นทางเริ่มขึ้นเขา ฮั้วก็ยังพยายามจะวิ่ง ก้าวสั้น ๆ ใช้แขนเป็นแรงเหวี่ยง (ตามคำแนะนำของพี่เจ๋งอีกแล้ว) สายตามองพื้น พยายามตั้งจิตไปที่ต้นขา ตัวเอนไปข้างหน้า ฮึบ ๆ ๆ ๆ ๆ เป็นการบอกจังหวะขา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มองนาฬิกาเพื่อเช็ค Heart Rate เพราะรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วมาก เป็นครั้งแรกที่เรียกว่า “เหนื่อยหอบ” .. กรี๊ด หัวใจพุ่งไป 169 bpm .. เอาวะ เอาให้จบเนินนี้เค้าจะเดินแล้ว

ฮั้วสู้กับแรงดึงดูดของโลกมาจนถึงตีนเขาช่วงสุดท้าย ซึ่งเป็นระยะ “โคตร” ชัน จึงตัดสินใจเดิน แต่ไม่ได้ จะมาเดินเหยาะแหยะได้อย่างไร ลุยมาถึงขั้นนี้แล้ว จึงพยายามใช้พลังที่เหลือเท่าที่มี เพ่งไปที่ต้นขา ทำตัวเอียง ๆ ดันตัวขึ้นไป .. ตอนนี้สายตามองแต่พื้น และมีนักวิ่งหลายคนเดินสวนกลับมาเพื่อกลับบ้าน อิจฉาจัง “ต้นขาจ๊ะ ..อีกนิดเดียว ทนอีกนิด จะถึงแล้ว อย่ามาเป็นตะคริวตอนนี้นะเฟ้ย” คิดในใจ

เดินขึ้นมาเกือบจะถึงยอดอยู่แล้ว เห็นกล้องจากโปรป๊อก (Crazy Running Club) ขอยิ้มหน่อย .. แต่จริง ๆ แล้วเหนื่อย (ชิบหาย!!)

ระหว่างปีนเขาจากโปรป๊อก 

พอพ้นช่วงสุดท้าย เอาวะ..อีกอึดใจเดียว ก้าวขาวิ่งต่อ .. เลยเข้าเส้นชัยมาอย่างงาม ๆ เจอโปรตุ้มดักตอนสุดท้าย ยิ้มหวาน ๆ ให้อีกหนึ่งที พอวิ่งเข้าเส้นชัยมัวแต่มองหานาฬิกาตรงเสา หาไม่เจออีกละ .. ลืมไปว่าคราวนี้ ฮั้วใส่นาฬิกามา จึงมาหยุดนาฬิกาตัวเองดูว่าได้เวลาเท่าไหร่ .. “2 ชั่วโมง 19 นาที” เท่ากับคราวที่แล้วที่เขาใหญ่เลย
ครั้งนี้เป็นการวิ่งที่สนุกจริง ๆ คอร์สเป็นทางผ่านช่วงเขาด้านหลัง รถไม่เยอะ นาน ๆ จะมีรถมาซักคัน เงียบสงบ เสียงหมาเห่ายังไม่มีเลย และค่อนข้างท้าทายกับทางเขาที่มีเนินสูงต่ำตลอดทาง เรียกว่าได้วิ่งทางระดับเรียบ ๆ ไม่น่าจะเกิน 7 กิโลเมตร แถมยังทำให้ฮั้วมั่นใจมากขึ้นว่า ปีนเขาลูกนี้ได้ เขาภูเก็ตน่าจะไหวละ .. คาดว่าน่าจะพิชิตมาราธอนได้ (ถ้าใจไม่ป๊อดระหว่างวิ่ง)

ข้อดีโดยรวมของงานวิ่ง :
  • ขอปรบมือให้กับ drink station มีน้ำให้ไม่ขาด มีให้ทุกประมาณ 2 – 2.5 กิโล เกลือแร่มีให้เป็นบางจุด มีแตงโมหวาน ๆ ให้กิน (อันนี้เพื่อนบอกมา)
  • เหรียญสวยมากน่าสะสม เสื้อก็ใส่นอนได้
  • ตลอดทางมีป้ายครบระยะทุกกิโลเมตร (แถมบอกด้วยว่าอีกกี่กิโลจะถึงเส้นชัย เป็นการ countdown อย่างดี)
  • มีป้ายบอกระยะว่าอีกกี่เมตรจะถึง station น้ำ
  • เจ้าหน้าที่ปิดถนนจริงจัง ทุกแยกจะมีเจ้าหน้าที่คอยปิดรถอยู่ ถึงแม้จะมีรถผ่านมาบ้าง แต่น้อยมาก ๆ
  • พอเข้าเส้นชัย มีทั้งน้ำ เกลือแร่ น้ำอัดลม และอาหารให้เยอะ แต่ตอนไปถึงนั้นก็ไม่ค่อยเหลือมากเท่าไหร่ มีบริการนวดด้วย (แต่อันนี้ก็ไม่ได้ลอง)
  • งานมีจับของรางวัลให้มีของติดไม้ติดมือกลับบ้าน
งานนี้ไม่ค่อยมีเรื่องไม่ประทับใจ ..ถ้าจะมีคืออากาศร้อน ตอนวิ่งขากลับเป็นการวิ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ ต้องคอยกดหมวกลงมาปิดหน้า เพราะแสงเข้าตา ชักอยากได้แว่นกันแดดสำหรับวิ่ง และได้ผิวดำ ๆ กลับมาบ้าน (เป็นรอยเสื้อและนาฬิกาเลย)
หลังจากเข้าเส้นชัยก็รอเพื่อน ๆ วิ่งเข้าเส้นชัยตามมา ทุกคน “เดิน” ณ กิโลเมตรสุดท้าย แต่ท้ายที่สุดทุกคนก็ประทับใจกับเส้นทางและความท้าทายที่ได้ผ่านมา.. เข้าใจละ ทำไมถึงชื่อ “Heavy Half Marathon” ต้องลองถึงจะรู้ ^_^

งานนี้ได้ใจฮั้วไปเต็ม ๆ งานจัดดี ทางวิ่งสวย (ถึงจะร้อนก็เหอะ) และกิโลสุดท้ายที่เป็นเส้นวัดใจกันเลย ดีใจที่ได้มาวิ่งงานนี้ ดีใจที่รู้ว่าผ่านมันมาได้ ดีใจกับเวลาของตัวเอง .. เจอกันใหม่ปีหน้า “พิทักษ์หัวหิน (ครั้งที่ 11)



สรุปสถิติการวิ่ง

  1. งาน Central Retail (10.5 กิโล) วันที่ 2 ก.ย. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 9 นาที
  2. งานสมุทรปราการต้านภัยยาเสพติด (10 กิโล) วันที่ 23 ก.ย. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 4 นาที ..งานนี้น่าจะ 9 กิโลกว่า ๆ (สนามสวนหลวงร.9)
  3. งานวิ่งผู้สูงอายุ (10 กิโล) วันที่ 7 ต.ค. 2555 สถิติ 59 นาที 33 วินาที **สภาพร่างกาย peak สุด ..งานนี้น่าจะ 9 กิโลกว่า ๆ (สนามสวนหลวงร.9)
  4. งาน Adidas King of the Road (16.8 กิโล) วันที่ 28 ต.ค. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 54 นาที (รีวิว Adidas King Of The Road Singapore 2012) **สภาพเจ็บ 
  5. งาน Standard Chartered Singapore Marathon (10 กิโล) วันที่ 2 ธ.ค. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 5 นาที (รีวิว Standard Chartered Singapore Marathon 2012**สภาพร่างกายเพิ่งหายเจ็บ
  6. งานจอมบึงมาราธอน (9 กิโล) วันที่ 20 ม.ค. 2556 สถิติ 1 ชั่วโมง 2 นาที (รีวิวจอมบึงมาราธอน 2013**สภาพร่างกายเพิ่งกลับมาวิ่ง
  7. งานเขาใหญ่ฮาล์ฟมาราธอน วันที่ 3 มี.ค. 2556 สถิติ 2 ชั่วโมง 19 นาที (รีวิว Khao Yai Half Marathon 2013)
  8. งานจักรี (11 กิโล) วันที่ 6 เม.ย. 2556 สถิติ 1 ชั่วโมง 3 นาที (รีวิวงานวิ่งจักรี 2013)
  9. งานวิ่งพิทักษ์หัวหิน (21 กิโล) วันที่ 5 พ.ค. 2556 สถิติ 2 ชั่วโมง 19 นาที
เครดิตภาพ – ขอบคุณภาพสวย ๆ จากคุณ Worasit Schnitzer จาก Crazy Running Club และ โปรตุ้มจาก Shutter Running