รีวิวงานวิ่งเฉลิมพระเกียรติ วันจักรี 2013

6 เมษายน 2013

งานนี้จัดโดย Amazing Field ซึ่งเห็นชื่อตอนแรกก็นึกถึงการจัดงานเมื่อครั้ง Standard Chartered Bangkok Marathon 2012 ซึ่งไม่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ลองเสี่ยงดู เพราะงานนี้วิ่งวันเสาร์ (ซึ่งสามารถแทรกลงไปในตารางซ้อมมาราธอนได้) และมีเพื่อน ๆ ไปกันเยอะมาก

ฮั้วไปสมัครที่สวนลุมหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้าวันแข่ง เพราะเค้ามาตั้งบูธรับสมัครกันที่นี่ ก็ได้ใบเสร็จและเสื้อมาเรียบร้อย คิดในใจว่ารอบนี้ไม่น่าจะวุ่นวาย แต่วันงานจริง ฮั้วมาถึงสวนลุมตีห้าเพราะคาดว่าจะมีปริมาณรถมาก เผื่อต้องวนหาที่จอด แต่โชคดีที่พอเข้ามาปุ๊บก็ได้ที่จอดเลย

ที่บริเวณเต๊นท์งานคนเยอะแยะมากมายตั้งแต่ตีห้าในบริเวณจุดรับสมัครเยอะมาก (ยังคิด “โอ๊ย โชคดีจังสมัครมาก่อน เราแค่มารับ BIB”) แต่จุดรับ BIB ก็คนเยอะเช่นกัน แถมจุด Preregistation นี้ไม่ได้แยกช่องทางว่าเป็นการโอนเงินเข้ามา (ซึ่งจะยังไม่ได้รับเสื้อ) กับคนที่จ่ายผ่านบูธรับสมัคร (ซึ่งได้เสื้อแล้ว)

เต๊นท์ที่คนเข้าแถวออกันนี้ก็ดันไปตั้งอยู่ในส่วนที่เรียกว่าแคบมาก (ที่มีกระถางต้นไม้กลางถนน ช่วง ๆ ใกล้ ๆ ประตูพระรูปฯ) ซึ่งตัวเต๊นท์ก็กินที่แล้ว เจอคนอีกหลายร้อยเข้าไปอีก ไม่มีแม้ทางจะเดิน หรือจัดแถวให้เป็นระเบียบ เมื่อไม่เป็นระเบียบ คนก็แทรก ลัดคิวกัน วุ่นวายมาก ๆ

ฮั้วเข้าแถวกว่าเกือบ 20 นาที คิดว่างานนี้คงไม่ได้รับเบอร์ทันปล่อยตัวแน่ ๆ .. แต่หลังจากเข้าไปซักพัก เจ้าหน้าที่บอกว่าแถวนี้เป็นแบบการโอนเงินมาก่อน พี่ต้องไปอีกที่นึง .. ณ จุดนั้น อยากปรี๊ดมาก ก็เจ้าหน้าที่อีกคนบอกให้มาเข้าแถวนี้ แล้วทำไมคุณถึงไม่ทำป้ายให้ชัดเจน แค่เอาที่แบ่งเลนมาตั้งคนก็ไม่มั่วแล้ว

พอไปอีกที่ พนักงานก็หยิบใบเสร็จแล้วหายไปไหนก็ไม่รู้ ต้องรออีกกว่า 15 นาที .. ขั้นตอนดูเหมือนว่าพนักงานต้องเช็ครายชื่ออีกครั้ง แล้วค่อยไปหยิบ BIB ที่แนบชื่ออยู่ ซึ่งดูแล้วไม่ได้เรียงตามอายุ หรืออะไรทั้งสิ้น กว่าพนักงานจะหาชื่อเจอก็เสียเวลาเป็นอย่างมาก

แต่ที่งงงวยไปกว่าคือ ระยะทางเปลี่ยนไป จากเดิน 2.5 กิโล เปลี่ยนเป็น 1 กิโล และ วิ่ง 10 กิโล เปลี่ยนเป็น 11 กิโล.. พอเริ่มจะปล่อยตัววิ่ง (เข้าใจว่าปล่อยช้าด้วย) ยังมีคนเข้าแถวรับ BIB อยู่เลย .. เฮ้อ อนาจแท้

New Personal Best แบบไม่ได้วางแผน

จากจุดปล่อยตัวที่สวนลุมก็วิ่งออกทางประตูถ.วิทยุเพื่อวิ่งตามถ.วิทยุไปถ.สุขุมวิท ณ จุดนี้คนหนาแน่นเพราะเป็นกิโลเมตรแรก ๆ ยังวิ่งกันสบายเพราะถนนแบ่งเลนชัดเจน ความตั้งใจในวันนี้คือ อยากวิ่งซัก pace 7 – 7.5 เพราะวันรุ่งขึ้นมีแผนวิ่งยาว 29 กิโลเมตร ไม่อยากจะใช้ขามาก .. แต่ดั๊นมีน้องชายมาวิ่งประกบ ซึ่งไม่ได้คุยเรื่องแผนกันก่อน ฮั้วก็เลยใจง่ายวิ่งตามน้องไปซะงั้น (คาดว่าน่าจะประมาณ pace 6 กว่า ๆ)

วันนี้เป็นครั้งแรกที่วิ่งโดยไม่มี heart rate monitor ซึ่งปกติมักจะคอยดูว่าหัวใจเต้นเร็วเท่าไหร่แล้ว (เพราะกลัวเสียดท้อง) วันนี้เลยรู้สึกวิ่งสบาย ๆ แบบไร้อุปกรณ์ซึ่งก็สบายใจดีนะ แค่ปล่อยให้ขาวิ่งและคอยสังเกตุภาวะร่างกายและการหายใจก็พอ (จากการหายใจคาดว่าฮั้วน่าจะวิ่งอยู่ที่ pace 6 นิด ๆ)

แผนที่เส้นทางการวิ่ง

พอเลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิท เราก็วิ่งผ่านจุดให้น้ำจุดแรกไป เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ แต่พอจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำริ ตรงจุดหัวโค้งพระพรหมณ์ ซึ่งเป็นจุดที่วิกฤติมาก ..จุดนี้มีรถจอดริมถนนเป็นปกติ เวลาขับรถผ่านก็จะเหลือเลนเดียวอยู่แล้ว วันนี้มาเจอคนวิ่งเยอะแยะ รถก็เลี้ยวเข้าราชดำริ …จังหวะนั้นวิ่งตามน้อง ซึ่งเป็นจังหวะที่รถเมล์เลี้ยวเข้ามาพอดี ฮั้วต้องหยุดกะทันหัน เลยทำให้คุณลุงที่วิ่งมาข้างหลังเบรกไม่ทัน ชนกันเข้าอย่างจัง .. ข้างหน้าเป็นรถเมล์เบียดเข้ามา ข้างหลังเป็นนักวิ่งที่วิ่งตามกันมา โอ๊ย อันตรายมาก ๆ

พอถึงตรงช่วงโรงพยาบาลจุฬาฯ น้องขอแยกตัวเพราะบอกว่าไม่ไหว ฮั้วก็ชะลอลงมาหน่อยนึง เพราะปกติเค้าจะวิ่งตามมา แต่วันนี้ผ่านไป 5 นาทีก็ยังไม่เห็นก็เลยกลับมาสปีดปกติ และก็แวะที่จุดให้น้ำที่สอง (ถ้าจำไม่ผิดก็จะช่วงสีลม)

ภาพจากคุณดาบทอง

พอช่วงสีลม หลาย ๆ คนเริ่มช้าลง แต่ฮั้วก็ยังรักษาสปีดฮั้วไปได้ และเริ่มมองหาคนลากซึ่งไปเจอฝรั่งคนนึง เลยตามติด pace เค้า แต่ stride เราวิ่งต่างกัน .. ฮั้วฝึกมาแบบก้าวสั้น ๆ แต่จังหวะสับขาจะเร็ว แต่เค้าจะก้าวยาวกว่า ..ตอนแรกว่าจะมองขาแล้วสับขาตาม เลยเปลี่ยนเป็นมองหลังแทน เพราะไม่งั้นจังหวะเราเสีย

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทดลองใช้จังหวะ stride ที่ฝึกมา (คือพยายามวิ่งให้ได้ 170 – 180 ก้าวต่อนาที) และผลที่สังเกตุคือ รู้สึกว่าตัวเองวิ่งเร็วขึ้น โดยไม่ได้เหนื่อยขึ้นมาก และสามารถตามติดฝรั่งจากระยะตอนแรกที่เป็นการตามห่าง ๆ มาประกบคู่และแซงขึ้นได้ แต่เค้าก็ไม่ยอมนะ มีเร่งแซงกลับ .. สลับกันไปมา จนในที่สุดฮั้วทิ้งห่างออกมา (โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะสปีดเร็วเพื่อแซงเค้า)

พอเข้าช่วงสาทร ก็เห็นป้ายกิโลเมตรที่ 7 ช่วงถนนนี้ก็ค่อนข้างอันตราย เพราะเป็นการวิ่งคู่มากับรถอีกครั้ง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้น จะมีเสียว ๆ บ้างเวลาต้องผ่านสี่แยกใหญ่ ๆ ซึ่งเวลาผ่านจุดตัด จุดเลี้ยวฮั้วจะพยายามสปีดให้ทันกลุ่มคน ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหยุดเพื่อรอรถ

ฮั้วไม่รู้ว่าตอนนั้น pace ตัวเองอยู่ที่เท่าไหร่ รู้แต่ว่าขาสับไปเรื่อย ๆ ตามจังหวะที่วิ่งเป็นประจำ แต่คาดว่า Heart rate น่าจะอยู่ซัก 160+ bpm (สังเกตุจากการที่ยังพอร้องเพลงได้) ถามตัวเองว่าเหนื่อยมั๊ย .. มันก็เหนื่อยนะ แต่ก็พอทนได้ ไม่ได้เหนื่อยแบบที่ชั้นอยากหยุดแล้ว ไม่ไหวแล้ว

ช่วงสาทรเป็นช่วงที่แซงคนขึ้นมาเยอะพอสมควร (รู้สึกเหมือนกำลังเก็บแต้ม) คือเล็งคนข้างหน้า แต่ไม่ได้ตั้งใจจะแซงเค้านะ และก็เห็นภาพคนนั้น ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วเราก็วิ่งผ่านไป คาดว่าเค้าอาจจะเหนื่อยและเริ่มชะลอตัว

วิ่งผ่านน้องยุ้ย (@Piyachart Yuii Maikaew นักวิ่งสาวคนเก่งของ Crazy running club) ซึ่งเธอเจ็บน่อง (เป็นอาการเจ็บที่มาจากการวิ่งก่อนหน้านี้) ยังคิดว่าเสียดายอะ ขาดคนรับถ้วยละ .. จนเข้าช่วงใกล้ ๆ จะสวนลุม เจอปู (@Puu Natthama นักวิ่งสาวคนเก่งอีกราย) ที่เริ่มชะลอตัว ฮั้ววิ่งตามซักพักก็ทัน ก็หันไปทักทายนิดหน่อย แล้วก็วิ่งเลยไป

ข้ามถนนช่วงสะพานเบลเยี่ยมเป็นอีกช่วงที่น่ากลัว ช่วงนี้เลยต้องสปีดเพิ่มขึ้นเพื่อให้ทันกลุ่มด้านหน้า แต่พอข้ามมาเท่านั้น ก็มาเจอจุดที่รถบัสจอดกันเรียงรายข้าง ๆ สวนลุม (โดยไม่ดับเครื่อง) และนี่คือเหตุผลที่เกลียดการวิ่งในเมืองมาก ๆ .. คุณรู้มั๊ยว่าพวกชั้นต้องการออกซิเจนในการวิ่ง .. แต่วิ่งมาเหนื่อย ๆ มาเจอแบบนี้ ฮั้วรู้เลยว่าแรงตกทันที .. รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก เท่าที่ทำได้ก็คือทนและพยายามวิ่งให้ผ่านจุดนี้ให้ได้

ภาพจากคุณดาบทอง

พอเลี้ยวเข้าสวนลุมก็เริ่มดีขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะที่ปูวิ่งตามประกบและแซงหน้าไป .. จังหวะนั้นก็เลยได้คนลากคนใหม่ ^_^ (ต้องขอบคุณปูด้วย) ซึ่งทำให้เร่งสปีดขึ้นมาได้และพยายามตามปูไปเรื่อย ๆ แต่.. รู้สึกว่าไม่ได้ควบคุมท่าวิ่งอย่างที่ตั้งใจทำมาตลอด (สติหลุดนั่นเอง)

วิ่งคู่กับปูมาจนเข้าเส้นชัย เงยหน้าขึ้นไปมองบนเสา เพราะอยากรู้ว่าได้เวลาเท่าไหร่ .. แต่ ไม่มีนาฬิกา .. เฮ้ย อะไรกัน!! สุดท้ายเลยต้องอาศัยดูจากนาฬิกาของปู ซึ่งบอกว่า “1 ชั่วโมง 3 นาที” สำหรับระยะ 11 กิโล (ไม่รู้กว่าเท่าไหร่) .. โอ้เย้ เวลาดีว่ะ เป็นครั้งแรกที่วิ่ง 10 กิโลแล้วได้เวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

ภาพจาก @Worasit Schnitzer (Crazy Running) 

ข้อดีโดยรวมของงานวิ่งวันจักรี :

  • ขอปรบมือให้กับ drink station มีน้ำให้ไม่ขาด และมีเกลือแร่ให้บางจุด แต่ให้เป็นขวดเลย
  • เหรียญสวยดี น่าสะสม
  • เจ้าหน้าที่ที่เต๊นท์ขะมักขเม้นให้บริการดี (ถึงแม้ว่าระบบจะแย่ และคนก็เยอะ ดูวุ่นวาย) แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามทำดีที่สุดแล้ว
  • หลังเส้นชัยมีทั้งน้ำเกลือแร่ เครื่อดื่มชูกำลัง น้ำอัดลมเยอะ แต่ไม่มีอาหาร

ส่วนที่ไม่ประทับใจจากตัวงานและผู้จัด และอยากให้พิจารณาปรับปรุง :

  • อยากให้งานวิ่งทุกงานมีหลักกิโลเมตรให้ชัดเจน งานนี้ป้ายบอกน้อยมาก บอกแค่ว่าให้เลี้ยว (แต่ไม่มีตัวเลข) .. ป้ายระยะกิโลเมตร ฮั้วเห็นแค่ป้ายกิโลเมตรที่ 7 อย่างเดียว
  • เหรียญไม่พอ – อันนี้เป็นเรื่องที่ขัดใจมาก นักวิ่งทุกคนอยากได้เหรียญเลยหลังจากวิ่งเสร็จ อันนี้สำคัญมาก!!
  • ระยะทางเปลี่ยนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า .. ที่น่าโมโหคือเปลี่ยนจาก 2.5 กิโลเป็น 1 กิโล แถมยังต้องให้ผู้เข้าร่วมประเภทเดิน-วิ่งรอจนนักวิ่งรอบ 11 กิโลวิ่งให้จบ มันไร้สาระมาก (จะดีกว่านี้ถ้าผู้จัดมีการแจ้งล่วงหน้า)
  • การกั้นรถ – เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับงานวิ่งในเมืองไทย อยากให้มีกรวยแบ่งเลนชัดเจนตลอดเส้นทางการวิ่งในเมือง การต้องเสี่ยงชีวิตมาวิ่งบนท้องถนนในกรุงเทพเป็นสิ่งที่อันตรายจริง ๆ
ในส่วนงานครั้งนี้ของ Amazing Field ถือว่าสอบตก สองงานแล้วที่ฮั้วไปร่วมแล้วไม่ประทับใจเลย ครั้งหน้าจะไปงานวิ่งพิทักษ์หัวหิน ซึ่งก็เจ้านี้อีกแล้ว .. จะแย่อีกหรือเปล่าไม่รู้ คิดแล้วก็เซ็ง ..
ภาพจาก @Worasit Schnitzer (Crazy Running)
หลังจบงาน ดีใจที่ได้เจอเพื่อน ๆ ใน Crazy Running Club คุยกันมานานแต่ไม่เคยเจอกันเลย (เพราะว่าตัวฮั้วเองที่เก็บตัวไม่ค่อยไปร่วมงานวิ่ง) เลยถ่ายรูปร่วมกันหลังจากวิ่งซักเล็กน้อย บรรยากาศแบบนี้ละ ที่ทำให้ถึงแม้งานวิ่งจะห่วยแค่ไหน แต่ก็ยังอยากไป เพราะได้ไปเจอเพื่อน ๆ ที่สนใจในสิ่งเดียวกัน ได้แชร์ประสบการณ์การฝึกซ้อมและความบ้าอุปกรณ์การวิ่งด้วยกัน

สรุปการวิ่งวันจักรี

ได้เวลาวิ่งที่ดีขึ้นสำหรับระยะ 10 กิโล (จากงานวิ่ง 10 กิโลทั้งหมดที่เคยลง) คาดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก 1) การฝึกซ้อมระยะมาราธอนที่เป็นการซ้อมวิ่งไกล 2) ร่างกายไม่เจ็บ 3) การเปลี่ยนท่าการวิ่ง และ 4) กางเกง SKINS
  1. งาน Central Retail (10.5 กิโล) วันที่ 2 ก.ย. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 9 นาที
  2. งานสมุทรปราการต้านภัยยาเสพติด (10 กิโล) วันที่ 23 ก.ย. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 4 นาที ..งานนี้น่าจะ 9 กิโลกว่า ๆ (สนามสวนหลวงร.9)
  3. งานวิ่งผู้สูงอายุ (10 กิโล) วันที่ 7 ต.ค. 2555 สถิติ 59 นาที 33 วินาที **สภาพร่างกาย peak สุด ..งานนี้น่าจะ 9 กิโลกว่า ๆ (สนามสวนหลวงร.9)
  4. งาน Standard Chartered Singapore Marathon (10 กิโล) วันที่ 2 ธ.ค. 2555 สถิติ 1 ชั่วโมง 5 นาที (รีวิว Standard Chartered Singapore Marathon 2012**สภาพร่างกายเพิ่งหายเจ็บ
  5. งานจอมบึงมาราธอน (9 กิโล) วันที่ 20 ม.ค. 2556 สถิติ 1 ชั่วโมง 2 นาที (รีวิวจอมบึงมาราธอน 2013**สภาพร่างกายเพิ่งกลับมาวิ่ง
  6. งานจักรี (11 กิโล) วันที่ 6 เม.ย. 2556 สถิติ 1 ชั่วโมง 3 นาที 
ป.ล. นำมาฝากจากเพื่อนบ้านเป็นรีวิวการวิ่งในงานจักรีจากคุณ Running Ronin ตามไปอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ วิ่งเฉลิมพระเกียรติ วันจักรี ครั้งที่ 4 – 4th Chakri Day Run

อีกหนึ่งบล็อกเกอร์กับรีวิวงานวิ่งวันจักรี ที่นี่ค่ะ [Race Diary] Chakri Day Run เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติ

เครดิตภาพ – ขอบคุณภาพสวย ๆ จาก คุณดาบทองบางขุนเทียน (thong1911@gmail.com) และคุณ Worasit Schnitzer จาก Crazy Running Club