รีวิว Standard Chartered Singapore Marathon 2012

2 ธันวาคม 2012

งานนี้เป็นงานที่จองไว้นานมากตั้งแต่ช่วงกันยาเลยทีเดียว แถมเป็นการจองผ่านเอเจนท์เพราะหน้าเว็บไซท์เต็มไปแล้ว .. ตามสถิติเค้าว่าเป็นงานที่มีคนถึง 50,000 คนมาวิ่ง และได้ระดับ Gold Label จากสถาบัน The International Association of Athletics Federations (IAAF) เลยทีเดียว เทียบเท่าได้กับงานวิ่งมาราธอนระดับโลกอย่างเบอร์ลิน บอสตัน ลอนดอน นิวยอร์ค และโตเกียว.. แต่ปีนี้จะเฝ้ารอคอยการจองอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว

ตามระบบการทำงานของ Standard Chartered Singapore Marathon เราจะได้รับข่าวสาร และการแจ้งเตือนเป็นระยะ ๆ .. เรียกได้ว่า แทบไม่ต้องเข้าเว็บไซท์เพื่อหาข้อมูล แถมยังมี sms มาเตือนอีกด้วย ..

งานนี้ต้องไปรับ race pack เองก่อนวันวิ่งที่ Expo .. ฮั้วก็ออกจากที่พัก กะว่าไปถึงที่ Expo (Expo station) ก่อนเวลาเปิดงาน ณ 10 โมง .. ไม่เคยไป Expo ที่สิงคโปร์เลย แต่ก็เป็นสถานที่ที่ใหญ่มาก ๆ ประมาณ impact บ้านเรา ต่างกันตรงเดินทางสะดวก MRT ถึงเลย ไม่ต้องไปต่อรถเมล์หรือเรียกแท็กซี่ไป

พอเดินเข้าไปด้านในจะแบ่งเป็น Hall ต่าง ๆ เดินจนไปเห็นคนเข้าแถวยาว เลยถามเค้าว่ามารับ pack กันใช่ไหม .. ในใจก็คิดว่าสงสัยต้องรอนานซะละ อุตส่าห์รีบมา .. แต่ทีไหนได้เข้าแถวอยู่แค่ 5 นาที ประตูก็เปิด.. เราเข้าไปเห็นว่ามีซุ้มเยอะมากกกกกก สถานที่ใหญ่มากกกกกก .. ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที (หลังจากประตูเปิด) ก็ถึงคิวฮั้วที่เข้าไปรับ pack .. โคตรประทับใจ มันช่างแตกต่างกับการรับ pack ที่ Standard Chartered Bangkok Marathon 2012 เสียนี่กระไร (งานนั้นอย่าให้บ่น).. เฮ้อ

หลังจากรับ pack ก็ต้องตรวจเช็คว่าได้ของครบทุกอย่าง และต้องไปเช็ค chip ว่าทำงานโอเคมั๊ย.. งานวิ่งที่นี่นั้น BIB จะมี chip ฝังอยู่ด้านหลัง .. ซึ่ง chip ตัวนี้ทำหน้าที่เหมือน RFID เป็นการเช็คอินในระหว่างทางที่กำหนดอัตโนมัติ (ไม่ต้องมีคนมาให้หนังยางแบบบ้านเรา) แถมยังทำหน้าที่ส่งข้อมูลการวิ่งของเราไปที่ RTRT.me ซึ่งสามารถแชร์ข้อมูลระหว่างวิ่งในขณะที่เราวิ่งอยู่ ไปที่ facebook และ twitter ที่เราลงทะเบียนไว้ เพื่อให้เพื่อน ๆ ของเราได้ติดตามผลอีกด้วย สปอนเซอร์หรือร้านค้าต่าง ๆที่เข้ามาตั้งบูธขายของก็เยอะมาก มีแต่ของแปลก ๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ยี่ห้อก็หลากหลาย อยากจะแวะทุกบูธไป .. ดีนะ ไม่ค่อยมีตังค์ .. ไม่งั้นกระเป๋าฉีก .. แต่ปีนี้ (2013) จะเตรียมการอย่างดี ..ช็อปลูกเดียว 555

Chip จะอยู่ตรง BTAG

ณ วันจริง ก็นั่ง MRT ไปลง City Hall เดินตามฝูงชนไปจุดสตาร์ทที่ Esplanade Drive คนเยอะมากกกก อึ้งสุด ๆ .. มองไปทางไหนก็เห็นแต่คน .. เรียกว่าก่อนจะสตาร์ท ก็ติดแน่นกับฝูงชนไกลเป็นกิโลเลย

ตอนวิ่งก็มีทั้งกองเชียร์มาให้กำลังใจตลอดทาง จับไม้จับมือนักวิ่ง วงดนตรี และป้ายให้กำลังใจตลอดทางการวิ่ง .. งานนี้ทางผู้จัดจัดเส้นทางให้กองเชียร์จากทางบ้านหรือครอบครัวมาประจำตามที่ต่าง ๆ ด้วย แถมยังมีรถกองเชียร์วิ่งตามเส้นทางด้วย ข้อมูลมีให้เต็มที่สำหรับผู้ที่จะมาเชียร์บนเว็บไซท์

งานนี้เป็นงานวิ่งครั้งแรกหลังจากเจ็บสะโพกต้องหยุดวิ่งไป 1 เดือนเต็ม .. วันวิ่งยังมีตะขิดตะขวงใจเรื่องอาการเจ็บบ้าง แต่คิดไว้ว่าถ้าเจ็บระหว่างวิ่งก็หยุดเดิน .. ไม่ฝืนตัวเองเด็ดขาด .. แต่โชคดีที่วิ่งได้โดยไม่เจ็บเท่าไหร่ ตลอดทางก็จะเป็นการวิ่งประคอง pace สบาย ๆ ไปเรื่อย ๆ น่าจะอยู่ที่ pace 6 กว่า ๆ .. พอวิ่งเสร็จก็ภูมิใจ เพราะไม่ต้องหยุดเดิน .. วิ่งชมเมืองไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ ..

น้ำดื่ม เกลือแร่ ยานวด มีให้ตลอดเส้นทาง ป้ายบอกระยะทางมีทุก 1 กิโลเมตร .. รอบนี้อากาศไม่ร้อนมาก เลยวิ่งสบาย ๆ .. ตอนวิ่งยังเจอนักวิ่งแบบ wheelchair หรือแม้กระทั่งคนตาบอด (มีคนช่วยประคองถึง 2 คน) มาร่วมวิ่งกับเรา .. เป็นบรรยากาศที่แสนประทับใจ .. เข้าใจละว่าทำไมที่นี่ถึงเต็มเร็วมาก .. คนแย่งกันจะไปวิ่ง .. ช่างเป็นสุดยอดงานวิ่งจริง ๆ .. ปีนี้เลยตั้งใจว่าจะไปประเดิมมาราธอนแรกในชีวิตที่นี่แหละ

ถนนเส้นทางวิ่งเป็นถนนลาดยาง สภาพ 100% เรียบกริบ ไม่มีหลุมบ่อ ต้นไม้ร่มเงาเป็นระยะ ๆ.. ถ้า F1 วิ่งโดยไม่สะดุด ขาน้อย ๆ ของเราจะรู้สึกอะไร ^_^ .. การจราจรนั้นก็ปิดถนนจริง ๆ จัง ๆ ห้ามรถเข้าเด็ดขาด แต่บางเส้นที่มีรถผ่านก็จะมีที่กั้นแบ่งเขตไว้ชัดเจน (ไม่ได้เป็นแบบกรวย วางเรียง ๆ นะ) เพราะฉะนั้นความปลอดภัยดีมาก .. ระหว่างทางจะมี volunteer คอยมอง และ support เผื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น .. คนวิ่งเยอะตลอดเส้น รู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาวิ่งด้วยกัน

หลังจากจบก็มีส่ง email ให้เข้าไปดูรูปที่ถ่ายมาได้ .. ซึ่งระหว่างวิ่งแทบจะไม่เห็นช่างภาพ ไม่รู้ไปซ่อนกันตรงไหน และมีวีดีโอตอนเข้าเส้นชัยของเราด้วย .. แถมข้อมูลที่ประมวลออกมาก็ละเอียดยิบ .. บอกถึงขั้นว่าเราแซงมากี่คน เป็นคนชาติเราเท่าไหร่ เพศอะไร ไม่ได้มีแค่ความเร็ว หรือเวลาสิ้นสุดเท่านั้น

จบงานมีแต่ความประทับใจ .. นี่แหละคืองานวิ่งระดับโลกที่ตั้งใจว่าจะกลับไปวิ่งทุกปี ถึงจะดำก็ยอม 🙂

ขอปิดท้ายด้วยเหรียญงาม ๆ จากงานนี้…